ครีมกันแดด

ควรใช้ spf เท่าไรสำหรับเมืองไทย แนะนำยี่ห้อได้ไหม
คำตอบ

โดยทั่วๆไป SPF ประมาณ 30 น่าจะเพียงพอ อย่างไรก็ดีขึ้นอยู่กับว่าทาหนาแค่ไหน  ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาชื่อว่า Dermanova เขาขาย idea ว่าทาแล้วยาจะเข้าไปอยู่ในชั้นขี้ไคล แทนที่จะแค่แปะอยู่บนผิว ทำให้ยาอยู่บนผิวได้ทั้งวันตราบเท่าที่ยังไม่ล้างออก  ไม่ได้โฆษณาให้แต่เพิ่งออกมาใหม่ จุดขายของยากันแดดส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือกันได้ทั้ง UVA และ UVB  ซึ่งความสำคัญอยู่ที่สารที่เป็นส่วนประกอบ เท่าที่แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่คุ้นเคยก็คือ zincoxide และ titanium dioxide อีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาของ Loreol ก็คือ mexoryl

โดยส่วนตัวผมชอบยี่ห้อ Spectraban SPF 60 ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญ คือ microfined zincoxide ทาแล้วหน้าจะค่อนข้างขาว บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ผมไม่แคร์ที่คนชอบมาทักว่าทำไมหน้าขาวจัง ข้อดีก็คือรู้สึกว่ามันชัวร์ ทาหนาๆเข้าไว้

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

อยากจะทราบว่า dermanova ตัวนี้น่ะค่ะ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือเปล่าค่ะ เพราะว่าเป็นคนแพ้ง่ายน่ะค่ะ หมอบอกว่า ไม่ให้กินเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะถามหมอว่า ตัวนี้มีใหม่เหรอค่ะ แล้วถ้าเทียบกับตัว spectraban sc 40 ที่เพิ่งออกมาใหม่ อันไหนถึงจะเหมาะกับคนแพ้ง่ายกว่าหรือค่ะ แล้วอยากจะถามด้วยยน่ะค่ะ ตัวไหน ล้างง่ายกว่กันเหรอค่ะ ขอบพระคุณน่ะค่ะ ถ้าจะตอบเป็นเมลก็ยินดีมากเลยน่ะค่ะ

กำลังสับสนอย่างรุนแรงน่ะค่ะ

เรื่องของสารกันแดด

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

แสงแดดกับมนุษย์

แสงแดดเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่กระจากจากดวงอาทิตย์ ประกอบไปด้วยรังสีที่มีช่วงคลื่นทั้งสั้นและยาว ก่อนที่แสงแดดจะส่องมาถึงผิวโลก รังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น จะถูกดูดซับโดยชั้นบรรยากาศของโลก สำหรับแสงแดดที่พบบนพื้นผิวโลกนั้นประกอบไปด้วย แสงอัลตร้าไวโอเล็ต 5% แสงที่มองเห็นด้วยตาของเรา 40% และแสงอินฟราเรด 55% ผลของแสงแดดต่อร่างกายมนุษย์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากแสงอัลตร้าไวโอเล็ต โดยแสงอัลตร้าไวโอเล็ต แบ่งออกตามช่วงความยาวคลื่น ดังนี้

1. ยูวีเอ (UVA) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร

UVA ยังแบ่งออกเป็น UVAI ความยาวคลื่น 340-400 นาโนเมตร และ UVA II ความยาวคลื่น 320-340 นาโนเมตร

2. ยูวีบี (UVB) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร

3. ยูวีซี (UVC) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 200-290 นาโนเมตร

UVC นั้นถ้าหลุดรอดผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเข้ามาคงไม่มีสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ เหลือรอดอยู่ โชคดีที่โลกของเรามีก๊าซโอโซนในบรรยากาศช่วยดูดซับ UVC เอาไว้

มนุษย์เรารู้จักประโยชน์ของแสงแดดมาช้านาน พวกเราที่อยู่ในประเทศไทยที่มีแสงแดดเกือบทั้งปี ไม่ค่อยจะเห็นความสำคัญของแสงแดดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหลายประเทศที่อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรนั้น บางทีท้องฟ้าขมุกขมัว ไม่เห็นแสงแดดอยู่ทีละหลายๆเดือน เมื่อได้สัมผัสกับแสงแดดจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าจิตใจแจ่มใสขึ้น เราทราบต่อมาว่าแสงแดดช่วยให้ร่างกายหลั่งสาร endorphin ออกมา เด็กๆบางคนในประเทศเหล่านี้เมื่อไม่ถูกแสงแดดเป็นเวลานานทำให้ป่วยเป็นโรคกระดูกอ่อน ทั้งนี้เนี่องจากวิตามินดีในอาหารไม่เพียงพอ จึงแนะนำให้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุควรได้รับแสงแดดครั้งละ 15-30 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ในเวลาเช้าหรือบ่ายแก่ๆที่แสงแดดปานกลาง แสงแดดยังช่วยในการรักษาโรคติดเชื้อบางชนิดเช่น วัณโรค รวมทั้งในผู้ป่วยโรคเรื้อน แพทย์ผิวหนังส่วนมากก็ยังแนะนำผู้ป่วยว่าควรให้ร่างกายได้มีโอกาสสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ ในคนทั่วไป หากได้รับแสงแดดครั้งละเล็กครั้งละน้อยเป็นประจำ ร่างกายก็จะสร้างเมลานิน เป็นกลไกป้องกันร่างกายของเราตามธรรมชาติไม่ให้เกิดผิวเกรียมแดด(sunburn) รวมถึงป้องกันมะเร็งผิวหนังไปในตัว

โทษของแสงแดด

สมัยที่ผมเป็นเด็ก ได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลและออกไปกลางทะเลครั้งแรกนั้น ผมชอบบรรยากาศที่ได้ไปยืนอยู่หัวเรือรับสายลมและแสงแดดแบบเต็มๆ ผลก็คือกลับมาทั้งหน้าทั้งแผ่นหลังแดง ปวดแสบปวดร้อน แล้วก็ลอก ทนทุกช์ทรมานอยู่นานกว่าจะหาย ตัวก็ดำอยู่เป็นเดือน นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นโทษของแสงแดดที่ได้รับมากเกินไป ภายหลังเมื่อจบเป็นแพทย์ผิวหนังมีโอกาสได้รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะพวกฝรั่งที่มาเที่ยวนอนตากแดดอยู่ตามชายหาดหรือมาตีกอล์ฟในเมืองไทย เช่น ที่พัทยา ก็ได้รักษา case sunburn อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังต้องแปลกใจว่า พบมะเร็งผิวหนังในคนไข้ฝรั่งบ่อยมาก จนรู้สึกว่าอะไรมันจะมากมายปานนี้ โดยเฉพาะพวกที่มาจากแถวทวีปออสเตรเลีย

คนไทยเราที่ไม่ชอบแสงแดดก็เพราะมันร้อน ถ้าเป็นสาวๆมักจะกลัวแดด เพราะพวกเรารู้ดีครับว่า โดนแดดเข้าไปมากๆผิวจะคล้ำ ไปเที่ยวชายทะเลแต่ละทีกลับมาผิวคล้ำไปหลายเดือน ยิ่งระยะหลังหนีแดดกันแบบสุดๆ เพราะเราเรียนรู้กันดีแล้วว่า คนที่เป็นฝ้า กระ สีผิวกระด่างกระดำ เกิดวัยตกกระเร็วกว่าที่ควรจะเป็น รวมทั้งผิวเหี่ยวย่นบนใบหน้านั้น ล้วนแต่เกิดมาจากการได้รับแสงแดดมากเกินไป

แล้วเราจะป้องกันไม่ให้เกิดโทษจากแสงแดดได้อย่างไร

อันดับแรกก็ต้องหลบแดด ไม่ออกไปตากแดดในช่วงเวลา 9.00-16.00 น. โดยเฉพาะช่วงเที่ยงวัน เพราะเป็นช่วงที่มีแสงอัลตราไวโอเล็ตมากที่สุด ถ้าจะตีกอล์ฟ ว่ายน้ำหรือเล่นกีฬากลางแจ้งทั้งหลาย ควรเลือกเวลาเช้าตรู่ หรือไม่ก็ช่วงเย็นไปเลย

อันดับต่อมาก็คือ ใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายเช่นเสื้อแขนยาว คอปิด หรือหากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้ง ควรจะหาที่ร่มๆ เช่นใต้ต้นไม้ ใต้ชายคา

มาถึงยุคนี้ จำไว้ให้ดีครับว่า ถ้าจะป้องกันโทษจากแสงแดด สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ คือ สารกันแดด สารกันแดด แล้วก็สารกันแดด

สารกันแดดคืออะไร

ไปออกทะเลหนแรก ผมหน้าลอก ผิวลอก ปวดแสบปวดร้อนเข็ดจริงๆ ครั้งต่อมาผมไปเดินชอปปิ้งก่อนจะออกทะเล ความจริงไม่ได้คิดอะไรมากอยากเท่ห์ต้องทาครีมกันแดด ไปเลือกดูแล้ว แพงมหาโหดสำหรับเด็กนักเรียนเช่นผมในสมัยนั้น เลยเลือกเอาอย่างถูกมา เขาเขียนไว้ข้างขวดว่า SPF 4 ขนาดนี้ยังขวดละหลายร้อย ผมทาทั่วหน้าทั่วตัว แล้วออกไปยืน นั่ง ผึ่งแดดผึ่งลมอยู่บนเรือประมง สลับกับการเล่นน้ำทะเลตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนแสบผิวไปหมด ผิวไม่ลอกครับ แต่กลับมาตัวดำเมี่ยมไปหลายเดือน ดำกว่าครั้งก่อนอีก ผมเพิ่งมารู้ความจริงภายหลังว่า สารกันแดดที่มี SPF ขนาดนี้เขาเอาไว้ทาเพื่อให้เกิด suntan คือทาแล้วผิวไม่ไหม้ง่าย ทำให้ตากแดดได้นานขึ้น และฝรั่งเขาจะได้มีผิวสีแทน คือออกแดงน้ำตาลไปอวดเพื่อนๆเมื่อกลับไปยังประเทศของเขา

ถ้าจะนับกันในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นสารกันแดดมาเป็นเวลากว่า 70 ปี เหตุผลใหญ่ในสมัยนั้นก็เพื่อนำมาทาผิวหนังเพื่อป้องกันแดดเผา หรือเอามาทาเพื่อให้ตากแดดได้นานขึ้นโดยที่ผิวไม่ไหม้ สมัยก่อนเราเรียกกันว่ายากันแดด เพราะในหลายกรณีนำมาใช้เป็นยาเพื่อทาป้องกันไม่ให้โรคผิวหนังบางประเภทที่ไวต่อแสง เช่น SLE ที่มีอาการแพ้แสง โรคแพ้แสง PLE ทำให้อาการแพ้แสงไม่กำเริบ ปัจจุบันวัตถุประสงค์ในการใช้สารกันแดดเปลี่ยนไปเป็นใช้ทาเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเสื่อมเร็วหรือแก่ก่อนวัย ที่หวังกันมากๆก็คือหวังว่าสารกันแดดจะช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากแสงแดด อย่างไรก็ตามสถาบันมะเร็งของประเทศสหรัฐอเมริกายังพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังโดยภาพรวมไม่ได้ลดลงเลยแม้ว่าจะมีการใช้สารกันแดดกันอย่างมากมายในปัจจุบัน

สารกันแดดแบ่งออกเป็นกี่ชนิด

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

1. Chemical sunscreen เป็นสารกันแดดที่มีความสามารถดูดซับพลังงานของแสงแดดไว้ก่อนที่แสงแดดจะผ่านไปที่ผิวหนัง ตัวอย่างเช่น

PABA และ cinnamate ดูดซับเฉพาะ UVB

Benzophenone ดูดซับได้ทั้ง UVB และ UVA บางส่วน

Dibenzoylmethane ดูดซับได้เฉพาะ UVA เท่านั้น

สารกันแดดในกลุ่มนี้ จะละลายได้ดีในตัวทำละลายบางชนิดโดยเฉพาะแอลกอฮอล์ และน้ำมัน ทาแล้วหน้าไม่ค่อยจะขาวมาก แต่ข้อเสียคือาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนังได้

2. Physical sunscreen พวกนี้มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสง ได้แก่

Titanium Dioxide(Ti02)

Zinc Oxide(ZnO)

สารกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นแป้งผงละเอียด สีขาว ไม่ละลายในน้ำหรือตัวทำละลายใด มักนำไปใช้ในแป้งฝุ่นโรยตัวเด็ก และแป้งฝุ่นแข็งที่ใช้แต่งหน้าผู้หญิง แต่เมื่อนำมาเป็นสารกันแดดจะเป็นผงที่ละเอียดมากขึ้น

ข้อดีของสารกันแดดกลุ่มนี้ก็คือกันได้ทั้ง UVA,UVB, visible light, infrared light ระหว่างช่วงคลื่น 260-700 นาโนเมตร แถมยังไม่ค่อยเกิดอาการแพ้ แต่ทาแล้วมักจะทำให้หน้าขาวทึบ แลดูไม่ค่อยจะสวย แต่ปัจจุบันมีทั้ง microfine Titanium Dioxide และ microfine Zinc Oxide กลุ่มนี้ทาแล้วหน้าไม่ขาวมาก และไม่ค่อยเกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง

มีแพทย์หลายท่านแย้งว่า ความจริงสารที่เอามาทำ Physical sunscreen ก็เป็น Chemical ชนิดหนึ่งเหมือนกัน ระยะหลังก็เลยเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เรียก Chemical sunscreen เป็น สารกันแดดกลุ่มอินทรีย์ organic sunscreen หมายถึงสารกันแดดที่ประกอบไปด้วยสารเคมีที่ในโมเลกุลประกอบด้วยคาร์บอนและไฮโดรเจน และ Physical sunscreen เป็น สารกันแดดกลุ่มอนินทรีย์ inorganic sunscreen

Sun Protection Factor (SPF)

เป็นตัวเลขที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันอาการแดงจาก UVB ของสารกันแดด ตัวเลขนี้ได้มาจาก อัตราส่วนของแสงปริมาณน้อยที่สุด ที่ทำให้เกิดอาการแดง หลังรับแสง 24 ชั่วโมง โดยไม่ทาสารกันแดด เทียบกับเมื่อทาสารกันแดดนั้น SPF ยิ่งสูงยิ่งป้องกัน sunburn ได้ดี พวกเราเข้าใจผิดกันอยู่ตั้งนาน คิดว่าสารกันแดดที่มีมาในอดีตสามารถป้องกันฝ้า กระ ริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมทั้งมะเร็งผิวหนังได้ แต่เป็นสิ่งที่แพทย์ผิวหนังตั้งข้อสังเกตกันมานานว่า คนที่ทาสารกันแดด แต่ต้องตากแดดบ่อยๆ เช่นเล่นกอล์ฟ หรือแม้แต่ขับรถแล้วถูกแดดส่องก็ยังมีฝ้าขึ้นเต็มไปหมด กว่าจะรู้ว่า อาการแดงจากการวัดค่า SPF นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากแสง

UVB แต่ในแสงแดดยังมี UVA ซึ่งแม้จะมีปริมาณน้อยกว่าแต่มีอำนาจทะลุทะลวงมากกว่าคือผ่านก้อนเมฆในวันที่ฟ้าครึ้ม และทะลุผ่านกระจกได้ เวลาเราถูกแสง UVA ผิวอาจจะไม่แดง แต่ UVA สามารถก่อให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า รวมทั้งมะเร็งผิวหนังได้ สารกันแดดที่ใช้กันมานานในอดีตเช่น PABA, PABA ester, salicylates และ cinnamates จะดูดซับแสงในช่วง UVB เท่านั้น Benzophenone และ anthranilates ดูดซับได้ทั้ง UVB และ ช่วงคลื่นสั้นของ UVA คือ UVA II เป็นผลให้สารกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA,UVB, และ visilble light ได้แก่ Butylmethoxydibenzoyl methane Mexory SX, XL , Tenosorb, Titanium dioxide และ zinc oxide ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ตัววัดประสิทธิภาพการป้องกันแสง UVA

จากมติการประชุมของคณะทำงาน American Academy of Dermatology ซึ่ง

ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ในปี 2000 ได้กำหนดว่า สารกันแดดจะต้องสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และต้องป้องกัน UVA ได้อย่างน้อย 4 เท่า โดยใช้ erythema หรือ tanning หลังฉายแสง UVA 24 ชั่วโมงที่เรียกว่า persistent pigment darkening (PPD) มาเป็นตัววัดผล องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พยายามที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตสารกันแดด ได้ติดฉลากบอกผู้ใช้ว่าสารกันแดดนั้นกัน UVA มากน้อยแค่ไหนโดยใช้ A Four Star rating System

หนึ่งดาว กัน UVA ได้น้อย

สองดาว กัน UVA ได้ปานกลาง

สามดาว กัน UVA ได้มาก

สี่ดาว กัน UVA ได้มากที่สุด

ถ้าไม่มีดาวเลยคือกัน UVA ไม่ได้

สำหรับตลาดสารกันแดดในสหรัฐที่เคยกำหนดไว้ให้ติดฉลากประสิทธิภาพของสารกันแดด คือ SPF สูงสุดได้แค่ 30+ ปัจจุบันได้เพิ่มให้ติดฉลากได้ SPF 50+

การตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด

มีคนพูดถึงแพทย์ผิวหนังทั่วโลกว่ามักผิวพรรณดี ไม่ค่อยมีฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า เมื่อมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะหมอผิวหนังผู้หญิง ทำเอาคนอยากมาเรียนเป็นแพทย์ผิวหนังกันมาก เคล็ดลับที่ผมอยากจะบอกกับผู้อ่านก็คือ การใช้สารกันแดดนี่แหละ ใช้เป็นประจำทุกวัน เริ่มใช้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ทำให้ผิวไม่หยาบกร้าน ไม่หมองคล้ำหรือมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร หมอผิวหนังเห็นคนไข้ที่มีปัญหาผิวหยาบกร้าน หมองคล้ำ เต็มไปด้วยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า เขาว่า ปัญหามาปัญญาเกิด ก็เลยทำให้หมอผิวหนังส่วนมาก นอกจากจะเรียนรู้แล้วยังมีแรงบันดาลใจในการปฏิบัติตามสิ่งที่ร่ำเรียนมาด้วย

อย่างไรก็ดีหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ว่าใช้สารกันแดดแล้วมีปัญหาหลายประการที่ทำให้ท้อ บางคนอาจจะเลิกใช้ไปเลย เนื่องจากยังขาดความรู้เรื่องสารกันแดดอยู่หลายประการ

1. ทาแล้วสิวขึ้น ต้องเลือกสูตรที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะในพวกที่หน้ามันอยู่เป็นทุนเดิม เลือกพวกที่ SPF ต่ำๆอาจจะช่วยได้บ้าง แล้วก็อาศัยทาบ่อยๆเอา

2. ทาแล้วเหนียวเหนอะหนะ หน้าขาววอก เลือกผิดอีกแหละครับ เพราะสารกันแดดที่ทำแล้วหน้าไม่ขาวเกินไปมีอยู่เยอะแยะ ส่วนที่เหนียวเหนอะหนะบางครั้งต้องทำใจ โดยเฉพาะในพวกที่กันน้ำได้ หรือ SPF สูงๆ

3. ทาแล้วแพ้ เป็นผื่นคันขึ้นที่หน้า อันนี้น่าเห็นใจ สูตรที่เป็น organic sunscreen มักจะแพ้ง่ายกว่า inorganic sunscreen ลองเลือกตัวที่ SPF น้อยลงไปบ้างอาจจะไม่แพ้ เปลี่ยนยี่ห้อ เพราะจริงๆอาจจะไม่ได้แพ้สารกันแดด แต่แพ้สารกันบูด น้ำหอม หรือส่วนผสมอื่นๆในครีมกันแดด

4. ทาแล้วหน้ามัน ต้องลองดูครับ เดี๋ยวนี้สูตรที่ทาแล้วหน้าไม่มันมีอยู่มากมาย

5. ทาแล้วสารกันแดดเข้าตาทำให้แสบตา รำคาญไปทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาทาก่อนเล่นน้ำ ถ้าอย่างนี้ต้องงดทาบริเวณที่สารกันแดดอาจไหลมาเข้าตา เช่นที่หน้าผาก รอบดวงตา เวลาทาสารกันแดดต้องระวังอย่าเอามือไปขยี้ตา ถ้าจะให้ดีเลือกตัวที่เผลอเข้าตาแล้วไม่แสบตา

6. ทาแล้วกลัวเป็นมะเร็ง เพราะเคยมีข่าวว่า สารกันแดดก่อให้เกิดมะเร็งเสียเอง ข่าวที่ว่านี้ก็คือ PABA ซึ่งแทบจะไม่มีใครเอามาใช้กันแล้ว สารกันแดดนี่ใช้ทุกวันยังไงก็คุ้มกว่าแก่ตัวแล้วหน้าเป็นฝ้าเป็นจุดด่างดำเต็มไปหมด พอเกิดขึ้นแล้วแก้ยากเสียด้วย

7. ทาแล้วไม่เห็นได้ผล ทาแล้วเหมือนไม่ได้ทา อันนี้กว่าจะรู้ก็มักจะสายเกินการ อันดับแรกคือ เลือกที่กันได้แต่ UVB กัน UVA ไม่ได้ ต่อมาก็คือ ทาปุ๊ป ออกแดดปั๊ป ควรทาสารกันแดดก่อนถูกแดด ประมาณ 20-30 นาทีเพื่อให้สารกันแดดซึมเข้าสู่ผิวหนังก่อน บางคนทาบางๆกลัวเปลือง สารกันแดดที่เขาว่า SPF เท่าโน้นเท่านี้ก็คือเวลาทดสอบเขาทาหนาตึ๊ก 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร คนทั่วๆไปทาบางกว่านี้เยอะ ทำให้ SPF ที่ได้จริงอาจจะลดลงไปมากกว่าครึ่ง บางคนทาแล้วไม่เคยคิดจะทาซ้ำเพราะคิดว่าสารกันแดดสามารถอยู่ได้ทั้งวัน ของพวกนี้ถ้าใช้งานจริง โดนเหงื่อโดนน้ำ ชั่วโมงสองชั่วโมงก็หลุดหมดแล้ว ปกติสารกันแดดจะไปติดอยู่กับผิวหนังชั้นขี้ไคล ซึ่งมีการลอกของชั้นขี้ไคลอยู่ตลอด เมื่อชั้นขี้ไคลหลุดลอกออกสารกันแดดก็หลุดออกไปด้วย ทำให้การป้องกันแสงลดน้อยลง การป้องกันดีที่สุดจะอยู่ที่ 2-3 ชั่วโมงหลังทาครีม บางคนเอาสารกันแดดที่กันน้ำไม่ได้ไปใช้เวลาเล่นน้ำทะเล เขามีวิธีดูที่ข้างกล่อง ถ้าเขียนว่า water resistant หมายความว่าอยู่ในน้ำได้ไม่เกิน 40 นาทีต้องขึ้นมาทาใหม่ แต่ถ้า water proof คือป้องกัน UV ได้ 80 นาที ต้องขึ้นจากน้ำมาทาใหม่ สุดท้ายก็คือ อยากประหยัดเลยไปเลือกซื้อของถูก ต้องดูสลากข้างหลอดให้ดีว่าไม่ใช่พวกเก่าเก็บ จนหมดอายุหรือใกล้จะหมดอายุแล้ว อย่างนี้มันจะไปทาได้ผลได้อย่างไร

สารกันแดดของเด็กกับของผู้ใหญ่ต่างกันไหม

แนะนำว่าถ้าเป็นเด็กควรจะใช้สารกันแดด กลุ่ม inorganic sunscreen คือไททาเนียมไดออกไซด์ หรือซิงค์ออกไซด์ เพราะไม่ค่อยเกิดการระคายเคือง แพ้น้อยกว่า ส่วน ชนิด organic sunscreen นั้นด้วยความที่ต้องละลายในแอลกอฮอล์หรือน้ำมัน ทำให้ระคายเคืองง่าย แพ้ง่าย และอาจเกิดการสะสมตามผิวหนังได้เมื่อใช้เป็นประจำ อีกอย่างคือผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสเปรย์ และเจลกันแดด มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในปริมาณสูงจึงไม่แนะนำให้ใช้ในเด็ก สำหรับเด็กทารกอายู 6-12 เดือน ไม่ควรทาสารกันแดด ทางที่ดีอย่าเอาเด็กไปตากแดดจะดีที่สุด

เรื่องของสารกันแดดยังคงมีอีกมากและยังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องติดตามกัน เรื่องของนาโนเทคโนโลยี่ที่เริ่มเอามาใช้ในการผลิตสารกันแดด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย เรื่องของการผสมสารกันแดดเข้าไปในผลิตภัณฑ์เครี่องสำอางเกือบจะทุกอย่าง รวมทั้งการนำสารให้ความชุ่มชื้นมาผสมในสารกันแดด รวมทั้งสูตรผสมใหม่ๆในการทำให้สารกันแดดมีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น และมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ทั้งหลายเหล่านี้ต้องอย่าลีมที่จะใช้การหลบเลี่ยงในเบื้องต้นทั้งการหลบแดด การหาที่ร่ม สวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม และสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกป้องผิว ไปด้วยจะเป็นการดูแลสุขภาพผิวไม่ให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า ริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย รวมไปถึงการป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังจากแสงแดดในที่สุด

เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้ความรู้เรื่องสารกันแดดแบบสะใจ ความจริงมีมากกว่านี้ เพียงแต่มันอาจจะใช้ศัพท์ทางเทคนิคมากไปหน่อย สำหรับคำถาม ถ้าผิวแพ้ง่ายจริงๆ น่าจะลองใช้ spectraban sensitive 30 ทา 2-3 ชั่วโมงแล้วล้างออกตามตำรา แต่ Dermanova เป็นสารกันแดดที่น่าสนใจจริงๆ มันใช้เทคโนโลยี ไลโปโซม ทำให้ตัวยาแทรกเข้าไปอยู่ในผิวหนังชั้นนอก ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ทาทีเดียวอยู่ได้ทั้งวัน ดูจากสลากข้างกล่องไม่มีแอลกอฮอล์ครับ แถมตัวนี้ยังกันน้ำ กันเหงื่อได้ดีใช้เวลาไปเที่ยวทะเลก่อนลงน้ำได้ แต่คงต้องเลือกตัวที่เป็น extreme SPF 50+ ที่เขียนว่าเป็น water resistant dermanova ยังมีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับเด็ก SPF 40 อีกด้วย

อีกอย่างหนึ่งถ้ากลัวแพ้ลองเอามาทาที่หลังหูดูก่อน ถ้าไม่เกิดอาการแพ้ค่อยทาที่หน้า เท่านี้อยากใช้ยี่ห้ออะไรก็ทำได้

ต้องขอบคุณน่ะค่ะ ที่ช่วยแนะนำ และก็ให้ข้อคิดดี ๆ ทีนี้อยากจะรบกวนถามสักหน่อยน่ะค่ะ อีกนิดน่ะค่ะ ได้ยินมาว่า dermanova นี่เป็นตระกูลเดียวกับ sunniqe แต่ว่า ตัวนี้มี alcohol น่ะค่ะ เลยอยากจะถามอีกสักครั้งว่า dermanova ไม่มี alcohol เหรอค่ะ แล้วก็ รบกวนช่วยดูส่วนผสมอีกสักตัวให้หน่อยน่ะคะ

Sebamed Sun cream

Ingredietns: Aqua,Dibutyl Adipate, Octocrylene, Titanium Dioxide, C12-15 Alkyl Benzoate , Butyl Methoxydibenzoylmethane, Glycerin, Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate, Dimethicone, PVP/ Eicosene Copolymer, Panthenol , Microcrystalline Cellulose, Lauryl Glucoside, Glyceryl Stearate, Ceearyl Alcohol, Cetyl Palmitate, Cocoglycerides, Bis-Ethlhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine, Tocopheryl Acetate, Diethylhexyl Butamido Triazone, Phenoxyethanol , Sodium Cetearyl Sulfate, Polyglyceryl-2 Dipolyhydroxysterate, Silica, Benzyl Alchol, Cellulose Gum, Parfum, Xanthan Gum, Sorbic Acid, Ethylhexylglycerin, Disodium EDTA, Dehydroacetic Acid, Inulin, Lecithin

อยากทราบว่า อุดตันไหมน่ะค่ะ เพราะเห็นเขียนว่า เหมาะกับคนแพ้ง่ายน่ะค่ะ

อีกอย่างน่ะค่ะ ขอถามหน่อยน่ะค่ะ ว่าการ ลองทดสอบ กันแดดเนี่ยค่ะ เอาไปทาหลังใบหูเหรอค่ะ พอดีว่าตรงหูนี่เหมอืนจะดูยากหรือเปล่าค่ะ ว่ายังไงถึงสรุบว่า แพ้ได้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่า รบกวนช่วยบอกวิธีดูใบหลังหูหน่อยน่ะค่ะ ว่าดูยังไงถึงรู้ว่าแพ้น่ะค่ะ

กำลังอยากได้กันแดด ที่เหมาะกับคนแพ้ง่ายน่ะค่ะ ไม่สิว แล้วก็ไม่มัน ไม่วอก no alcohol น่ะค่ะ เลยคิดอยู่อาจจะลอง dermanova ดู ไม่ทราบขายที่ไหนได้เหรอค่ะ

รบกวนถามเยอะแยะมากมาย ยังไงก็ต้องขอบคุณล่วงหน้าเลยน่ะค่ะ เอาเป็นว่า ขอให้หล่อ ๆ รวย ๆ น่ะค่ะ เจอคนดี ๆ ค่ะ

ขอบคุณมากเลยน่ะค่ะ

จะรอคำตอบค่ะ

อีกนิดน่ะค่ะ คุณหมอ อย่าเพิ่งรำคาญน่ะค่ะ ตัวที่เอาส่วนผสมมาให้ดูน่ะค่ะ ปราศจาก parafin,paraben ใช่พวกกันเสียหรือเปล่าค่ะ แล้วเห็นบอกด้วยว่า ไม่มี oil น่ะค่ะ เลยอยากถามว่า ตัว dermanova นี่มี กันเสีย แล้ว อุดตันหรือเปล่าน่ะค่ะ นอกจากไม่มีแอลกอฮอล์น่ะค่ะ

ยังไงรบกวนด้วยน่ะค่ะ

ขอบคุณน่ะค่ะ

คือช่วยตัดสินใจหน่อยน่ะค่ะ ว่า จะเลือกตัวไหน ระหว่าง sebamed หรือว่า dermanova ดีน่ะค่ะ เพราะว่า เพิ่งหน้าพังมาหลังจากที่ใช้กันแดดเพราะมีแอลกอฮอล์น่ะค่ะ ไม่ทราบว่า คุณหมอคิดว่าตัวไหน อ่อนโยน และก็ไม่เกิดสิว กว่ากันเหรอค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะ

ขอให้คลินีคขายดี ๆ น่ะค่ะ ถ้ายังไงก็จะลองไปหาคลีนิคหมอดูน่ะค่ะ

ขอบคุณค่ะ

กันเสียคิดว่าคงมีกันทุกยี่ห้อ เพราะถ้าไม่มียามันขึ้นราง่าย เพียงแต่บางเจ้าเขาไม่ใข้ paraben ถ้าคนไช้ไม่แพ้ paraben เป็นตัวกันเสียที่ดี มีอยู่พักหนึ่ง

เขาต่อต้านการใช้ paraben กันแต่พอเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่นยิ่งแพ้ง่ายกว่า paraben เสียอีก ถ้าจะให้เลือกผมคงต้องเลือก Dermanova เพราะเคยใช้บ่อยกว่า Sebamed ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์ใช้มากเท่าที่ควร คงคอบให้ไม่ได้ว่า สู้คนอื่นได้หรือเปล่า แต่อย่างที่หมอแนะนำถ้าอยากลองใช้ ซื้อหลอดเล็กๆแล้วทาที่หลังหูดู ถ้าไม่แพ้ค่อยเอามาทาหน้า

ขอบคุณน่ะค่ะ สำหรับคำแนะนำ แต่ยังไงก็รอคำตอบจากคุณหมออยู่เหมอืนกันน่ะค่ะ จะได้ช่วยกันตัดสินใจ แต่ว่า ยังหาที่ซื้อไม่ได้เลยน่ะค่ะ dermanova ซื้อที่ไหนเหรอค่ะ

เรียนคุณหมอ

ดิฉันมีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ แสง UV A และ B มาก (เคยรักษาที่สถาบันโรคผิวหนัง) ต้องใส่เสื้อแขนยาว ใบหน้าให้ทาครีมกันแดดอย่างไรก็ไม่ค่อยอยู่ จะมีอาการไหม้แดง และคัน หลังมือที่พ้นจากเสื้อถ้าโดนแสงแดดก็จะมีอาการคัน ตาจะแสบมาก อยากขอคำแนะนำสำหรับครีมกันแดด และยาหยอดตาด้วย ปัจจุบันใช้ครับกันแดด ยี่ห้อ Spectraban SPF 60 ใช้มาหลายยี่ห้อแล้ว ต้องใช้ทาวันละกี่ครั้งคะ ปัจจุบันทาตอนเช้าอย่างเดียวเพราะทำงานในที่ร่ม

ถ้าใช้ Spectraban 60 ได้ถือว่าเยี่ยมแล้ว แต่แนะนำอย่างบทความที่ให้ไว้ว่าควรทาวันละมากกว่า 1 ครั้ง ทุก 2-3 ชั่วโมงได้ยิ่งดี เสื้อผ้าก็ควรเป็นชนิดที่กันแสงยูวีได้ หาซื้อยากหน่อย สำหรับยาหยอดตาผมแนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมยี่ห้อ Tear Naturale สลับกับ Spersalerg eye drop ถ้ารักษาสถาบันโรคผิวหนังอยู่แล้วน่าจะลองปรึกษาคุณหมอรัศนี หรือท่านผอ.คุณหมอจิโรจ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ตัวจริง ผมไม่รู้จริงๆว่า คุณได้รับการวินิจฉัยโรคว่าเป็นอะไร แล้วได้วางแผนการรักษาไว้อย่างไร

อยากทราบเรื่องความเข้ากันของสารกันแดดของแบบกายภาพและเคมีว่าเมื่อรวมกันแล้วจะเกิดผลอะไรได้บ้าง ช่วยยกตัวอย่างด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

แพ้ครีมกันแดดค่ะ ตอนแรกอาการประมาณแสบร้อน แล้วก็ผื่นแดงขึ้น พอผื่นแดงหาย หน้าก็เป็นฝ้าทั่วทั้งหน้าเลยค่ะ จะรักษาอย่างไรดีคะ

อดทนรออีกนิดครับ เพิ่งกลับมาจากโครเอเชีย หลังจากไปทัวร์มา 10 วัน จดหมายค้างเพียบจะทยอยตอบให้ครับ

Dermanova หาซื้อได้ที่ไหนคะ หรือว่าต้องสั่งจากแพทย์เท่านั้นคะ

dermanova มีขายที่เชียงใหม่หรือไม่ ร้านอะไรคะ

ขอบคุณค่ะ

อยากทราบว่าถ้าครีมกันเเดดหมดอายุจะดูยังไงค่ะ คือพอดีว่าทิ้งกล่องที่ใส่ครีมไปเเล้ว มีวิธีการดูอย่างไรบ้างค่ะ

อยากทราบว่า กันแดดspectraban 60 ใช้ทากันแดดรอบดวงตาได้มั้ยค่ะ???

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น

อยากทราบว่า กันแดดspectraban 60 ใช้ทากันแดดรอบดวงตาได้มั้ยค่ะ???

ตอบ จากประสบการณ์ส่วนตัว ทาใกล้ๆตาแล้ว ครีมมันชอบเข้าไปในตา แล้วแสบตา ทำเอาผมขับรถไม่มีความสุขไปตลอดทาง แนะนำให้ใช้ตัวที่ spf น้อยกว่านี้ และเวลาเผลอเข้าตา ไม่แสบตามากเท่าตัวนี้ครับ แต่เป็นตัวหนึ่งที่ผมใช้บ่อย เพราะชอบที่ spf เยอะดี ทาแล้วผลการป้องกันแดดก็ดี อ้อ... เวลาจะลงน้ำตัวนี้งดทาที่หน้าผากนะครับ มันชอบไหลมาเข้าตาเวลาว่ายน้ำ