เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมาได้ไปฟังการรายงานของนักเรียนชาวนา จ.สุพรรณบุรี ทั้ง4 กลุ่มเขารายงานความก้าวหน้ารอบ 6 เดือน ครั้งที่ 3 เห็นความก้าวหน้าในเรื่องของความมั่นใจ ไม่เพียงแต่เรื่องการนำเสนอหน้าเวทีเท่านั้น แต่ที่สำคัญชาวนามากกว่าครึ่งเริ่มมั่นใจในแนวทางเกษตรยั่งยืนมากขึ้น อาจเป็นเพราะเพื่อนร่วมทางบางคนได้พิสูจน์แทนเขา (ที่จริงพิสูจน์กันทุกคน แต่มีไม่มีกี่คนที่กล้าจะเอาที่นาทั้งหมดเป็นเดิมพันกับแนวทางนี้ทั้งหมดอย่างมั่นใจ) ว่าการทำนาโดยไม่ใช้สารเคมีเลยแม้แต่ปุ๋ย หรือยาคุมหญ้า ไม่เพียงแต่ลดต้นทุนเท่านั้น แต่ผลผลิตกลับเพพิ่มขึ้นอีกด้วย แม้ว่าวันนั้นเราจะไม่ได้ลงพื้นที่กัน แต่จากการพูดคุย และบรรยากาศซักถามในวันนั้นบอกให้เรารู้สึกได้ว่า มันเป็นอย่างนี้จริงๆ

ตัวอย่างนักเรียนชาวนาที่พิสูจน์และจุดประกายให้เพื่อนร่วมทางที่ยังไม่เต็มร้อย ก็อย่างเช่น น้าสำรวย อินทร์บุญ น้าประทิน เป็นต้น ซึ่งวันที่ 16 พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเวลานักข่าวมาซักถาม ในงานแถลงข่าวงานวิจัยเด่นของสกว. (ในจำนวนงานวิจัย กว่า 4,000 โครงการ โรงการการจัดการความรู้ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน หรือโรงเรียนชาวนาจ.สุพรรณบุรี ซึ่ง สคส.สนับสนุนอยุ่นี้ก็เป็น 1 ใน 18 โครงการที่ได้รับรางวัลในปี 2548 นี้ โดยมีตัวแทนนักเรียนชาวนาพื้นที่ละ 1 คน พร้อมทั้งหัวหน้าโครงการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาร่วมรับรางวัลด้วย ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชาวนาที่มา เกิดความรู้สึกร่วมว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งในโครงการ และเป็นกลไกสำคัญ เกิดความมั่นใจ ทั้งตนเองและในแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน

ขอแถมได้แอบไปอ่านสมุดบันทึกของนักเรียนชาวนา พื้นที่วัดดาว มานั่งอ่าน ได้รู้ความในใจที่เขียนจากลายมือและใจของนักเรียนชาวนาเอง (บางคนเขียนผิดเขียนถูกแต่ก็มั่นใจจนเขียนออกมาได้ น่าภาคภูมิใจจริง) จะลองนำมาให้อ่าน สัก 1 คนก่อน

 

วันที่ 7 พ.ย. 48

เวลา 11 น. โรงเรียนชาวนาวัดดาวอ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

ความสุขของนักเรียนชาวนาวัดดาว คือพวกเราได้ลด ละเลิกใช้สารเคมี มีเพื่อนร่วมทางมากขึ้น มีความสุข มีสุขภาพดีสิ่งแวดล้อมที่ดี จิตใจชาวบ้านดีขึ้น

ความทุกข์ คือความให้ทุกคนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลอง แต่เราพูดไม่ได้ เขาไม่เชื่อ เขายังพูดดูถูกให้เสียน้ำใจ

ข้อแข็งของชุมชนวัดดาว

จะพยายามชักชวนเพื่อนบ้านให้หันมาทำลดต้นทุน ลดหนี้สินให้อยู่ดีกินดี รักใครสามัคคีกัน ร่วมมือร่วมใจไปดูงาน ร่วมประชุมพูดคุย

ข้อเสนอแนะของการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อยาหให้รัฐเข้ามาส่งเสริม แนะนำชักชวน ชาวบ้านหันมาทำเกษตรอินทรีย์กันทุกครอบครัว

บังอร สุวรรณสูร

จบแล้วค่ะ วันหลังจะนำมาให้อ่านอีกยังมีอีกหลายคนที่เขียนได้กินใจดีค่ะ