GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย(16.4)

มีการบูรณาการทั้งโปรแกรมในโรงเรียน การเรียนในมหาวิทยาลัยระดับก่อนปริญญาและการฝึกอบรมGP registrar education
ระบบVertical Integration

                ระบบนี้คิดขึ้นมาโดยศาสตราจารย์ Roger Strasser ชาวออสเตรเลีย ได้นำมาใช้เป็นแนวทางผลิตแพทย์ชนบท (Training for Rural GP) ได้นำเสนอในเวทีประชุมWONCA เมื่อปี 1995 ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับนานาชาติเมื่อศาสตราจารย์ Walt Hollow จาก The University of Washington ได้เขียนหนังสือชื่อA pipeline into Medicine รวมทั้งทางNSW RDN ได้นำไปใช้ในการจัดแพทยศาสตร์ศึกษาในชนบททำให้เกิดเป็น HNEARTU เพื่อคัดเลือกและตรึงกำลังคนทางด้านสุขภาพไว้ในชนบท นำเอาการบูรณาการแนวดิ่งมาใช้ในลักษณะของRegionalisation และมีการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ทางด้านกำลังคน การนำเอาVertical Integration ลงไปปฏิบัติ ทำได้โดย

-          Multi-disciplinary School Program

-          รับฝึกนักศึกษาแพทย์ทั้งในคลินิก ฏรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลศูนย์

-          ฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางเวชปฏิบัติทั่วไป

-          สนับสนุนการทำงานของGPในพื้นที่

-          วิจัยเกี่ยวกับกำลังคนด้านสุขภาพในชนบท

-          มีการบูรณาการทั้งโปรแกรมในโรงเรียน การเรียนในมหาวิทยาลัยระดับก่อนปริญญาและการฝึกอบรมGP registrar education

การจูงใจนักเรียนและแพทย์รุ่นใหม่ให้ไปอยู่ชนบท

-          Vertical Integration

-          Health Teams

-          Positive Image of Rural Health as a specialty

                ผู้ที่มีส่วนในแพทยศาสตร์ศึกษาชนบท(Rural Medical Education) ของNSW ประกอบด้วยNEAHS, NEATS, GPET, RACGP, ACRRM, UDRH, Division of GP,RDN, Rural Medical Training Forum, Universities(UDRH, UNE, Sydney, UNSW) , Department of Education, TAFE สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.gpet.com.au หรือ www.rims.gpet.com.au หรือ www.racgp.com.au

            หัวใจสำคัญของVertical Integrationคือการวิเคราะห์เชิงระบบของการทำงานที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของทั้งหมด

            จากการพยายามทำให้แพทย์ชนบทมีเอกลักษณ์ของการเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่งนั้นทำให้เกิดเป็นวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ชนบทและห่างไกลของออสเตรเลียหรือAustralian college of Rural and Remote Medicine (ACRRM) ซึ่งปัจจุบันมีหมอ David Campbell เป็นประธานวิทยาลัย ซึ่งผมได้พบและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์อยู่เกือบ 15 นาทีและเขาได้ให้ซีดีของวิทยาลัยมาให้ผม 1 แผ่น แต่ยังไม่มีเวลาเปิดดู และพยายามหาแนวทางเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกันในอนาคต   หมอเดวิดจบ MBBS, Diploma RACOG, FRACGP, DCH, FACRRM หากสนใจข้อมูลติดต่อเขาได้ที่ E-mail: [email protected]_tech.com.au หรือเข้าไปที่ www.acrrm.org.au โดยวิทยาลัยจะมีส่วนในการกำหนดหลักสูตการฝึกอบรม ควบคุมคุณภาพการฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ชนบท ไม่ใช่แค่การเป็นชมรมหรือสมาคมทางสังคมเท่านั้น แต่เขาทำเพื่อพัฒนาวิชาชีพเวชศาสตร์ชนบทและสนับสนุนให้แพทย์เวชศาสตร์ชนบทอยู่ในชนบทได้นานและมีความสุข (ผมเลี่ยงไม่ใช้คำว่าแพทย์ชนบท เพื่อไม่ให้สับสนกับกลุ่มแพทย์ชนบทของชมรมแพทย์ชนบทหรือRural doctors Societyของเมืองไทย)

            สิ่งที่ศาสตราจารย์จอห์นได้ทำนี้ เริ่มต้นจากจำนวนไม่มากก่อน ตอนแรกเป็นโครงการนำร่อง(Cohort) จากนักเรียนมัธยมปลายในพื้นที่ 12 คนในปี 2003   โดยการเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง แล้วเชื่อมกับมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ซิดนีย์และนิวเซาท์เวลส์ จัดตั้งสโมสรสุขภาพชนบท(Rural Health Club)  รับฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์ในคลินิกและโรงพยาบาล  ให้ติดตามการทำงานของแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลศูนย์  ในปีท้ายๆก่อนเป็นแพทย์ฝึกหัด(Pre-internship type) ได้เริ่มให้ฝึกช่วยเหลือผู้ป่วย และมีการสอนแพทย์ฝึกหัดในระดับหลังปริญญาในดรงพยาบาลเมืองMoree, Manilla, Tamworth, Gunnedah, Armidale, Bingara, Barraba, Warialda, Inverell, Narrabi รวมทั้งมีการสอนในทักษะที่เฉพาะด้านสูงขึ้นในสาขาฉุกเฉิน สฝุติศาสตร์ วิสัญญี ศัลยกรรม รวมทั้งสุขภาพจิต

ทักษะของการเป็นแพทย์พี่เลี้ยงในการฝึกอบรม GP (GP Supervisor Skills)
  1. ทักษะในการเรียนรู้ของผู้ใหญ่  การสังเกตและการให้ข้อมูลย้อนกลับ
  2. การสอนทำหัตถการ
  3. การทำงานกลุ่มเล็ก
  4. การพาไปศึกษาทางคลินิกนอกสถานที่
  5. การแสดงบทบาทสมมุติ

ซึ่งทั้ง 5 หัวข้อนี้ผมจะได้เขียนเล่าในตอนต่อๆไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 9481
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)