การสร้างฐานพลังงานในอนาคต

Solar photovoltaic panels

กพช. ไฟเขียวแผนกำลังผลิตไฟฟ้า มีทั้ง LNG ถ่านหิน และนิวเคลียร์

กพช.  เห็นชอบแผน PDP 2007 เน้นการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งเห็นชอบแผนจัดหาก๊าซของ ปตท.  เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติตามแผน PDP ใหม่ นอกจากนี้ กพช.  อนุมัติให้มีการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนด้วยวิธีให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder)

 

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี
เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2550  มีมติเห็นชอบในหลักการแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2007)  ในช่วงปี 2550-2564 แบ่งเป็นช่วงแรกหรือตั้งแต่ปี 2550-2553  จะมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างไว้แล้ว ส่วนในช่วงระหว่างปี 2554-2564 ที่จะต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ จากแผนทางเลือกทั้งหมด 9 แผน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกำหนดให้แผน B2 ในกรณีฐาน เป็นแผนหลักของการจัดทำ PDP 2007 พิจารณาจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีความเป็นไปได้ จำนวน 2,800 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจำนวน 18,200 เมกะวัตต์ และการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จำนวน 4,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563-2564 นอกจากนี้ กำหนดให้แผน B3 ตามกรณีฐาน เป็นแผนทางเลือกของการจัดทำแผน PDP ที่จะมีการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 10 ล้านตันต่อปี และรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น                การประชุม กพช. ยังได้เห็นชอบในหลักการแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ในช่วงปี 2550-2553 เป็นแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากอ่าวไทยขนผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 3 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 ของการจัดหาทั้งหมด และอีกร้อยละ 20 เป็นการนำเข้าจากสหภาพพม่า ส่วนในช่วงที่สอง ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ปตท. มีแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งต่างๆ ในภูมิภาค ได้แก่ สหภาพพม่า อินโดนีเซีย และในอ่าวไทยจากแหล่งไพลินเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ปตท. ไปจัดทำรายละเอียดและนำกลับมาเสนอต่อ กพช. ครั้งต่อไป                นอกจากนี้ การประชุม กพช. เห็นชอบการกำหนดส่วนเพิ่ม (Adder) ราคารับซื้อไฟฟ้าให้ในอัตราคงที่เป็นระยะเวลา 7 ปี สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ เชื้อเพลิงขยะ และพลังงานลม จะได้ส่วนเพิ่ม 2.50 บาทต่อหน่วย และแสงอาทิตย์ได้รับส่วนเพิ่ม 8 บาทต่อหน่วย ส่วน SPP พลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น แกลบ เศษไม้ ก๊าซชีวมวล จะใช้วิธีประมูลแข่งขัน โดยให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เป็นผู้ประกาศและดำเนินการคัดเลือก จากผู้ที่ขอส่วนเพิ่มอัตราต่ำสุดไม่เกิน 0.30 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 7 ปีเช่นกัน                ทั้งนี้ ภาครัฐตั้งเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP  ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน จำนวน 530  เมกะวัตต์ แบ่งเป็น ผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะ จำนวน 100 เมกะวัตต์ พลังงานลม จำนวน 115 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 15 เมกะวัตต์ และพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่นๆ เช่น แกลบ เศษไม้ ขยะ พลังน้ำ กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าที่จะรับซื้อ

 

--------------------------------------------------------------------------------
Blog ที่น่าสนใจอื่นๆๆ ติดตามได้จาก
http://gotoknow.org/blog/anat