กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์ หลุดจากคุกทางสังคม

 ได้ฟังปาฐกถานำ ของ อาจารย์ หมอ ประเวศ ในประเด็น กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์ ให้ออกจากคุกทางสังคม "เราต้องกลับไปสู่ศิลธรรมพื้นฐาน" นั่นหมายถึง "การเคารพความเป็นคน ความเท่าเทียมกัน การเคารพศักดิ์ศรี และ คุณค่าความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน" ที่สำคัญ ท่านกล่าวถึง "การฟัง ฟังแล้วต้องได้ยินด้วย" อย่าให้เหมือน หมอบางคนที่ "ฟังที่คนไข้พูด แต่ไม่ได้ยินที่คนไข้พูดกับหมอ"  ต้องฟังอย่างที่เรียกว่า โยโสมนสิการ หรือ Deep listening ท่านอาจารย์หมอประเวศ กล่าวไว้น่าประทับใจ ว่า "การจัดการความรู้ คือ รูปธรรมของการเคารพความรู้ในตัวคน" ต้องมีการวางสัมพันธ์ เนื่องจาก "ความรู้ในตัวคนได้จากประสบการณ์ในการทำงาน" การนำความรู้ในตัวคนมาใช้ จะทำให้ "คนทุกคนมีศักดิ์ศรี" การทำ " แผนที่ความรู้ในตัวคนทุกคนในองค์กร หรือ พื้นที่นั้นๆ" ที่ท่านเรียกว่า Every Human Mapping ให้รู้ว่า "คนในองค์กรนั้นเก่งในด้านใด"จะทำให้ทุกคน "มีคุณค่า" "ทุกคนจะภูมิใจ" เป็นฐานข้อมูล "สิ่งที่เรารัก และ เราชอบ จะปรากฎในฐานข้อมูลธรรมชาติ" ผมเองขออนุญาต เชื่อมโยงสองประเด็น

 ประเด็นแรก หากนึกย้อนหลังในการทำกิจกรรมกลุ่มคุณภาพ (Quality Control Circle,QCC) ที่คณะแพทย์ภูมิภาคสามแห่ง (มอ,มช และ มข)ดำเนินการ และ มีการ แลก เปลี่ยน เรียน รู้ นับตั้งแต่ ปี ๒๕๒๙ เรามีความเชื่อว่า "กิจกรรมนี้ เป็นการปลดปล่อยศักยภาพของทุกทุกคน ทุกอนูในองค์กร โดยเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นคน" ดังนั้นสมัยนั้นทีมงานทุกท่านนับตั้งแต่ "คนงาน บุคลากรทุกระดับ จนกระทั่งถึง คณาจารย์ที่ท่านได้วุฒิต่างๆกัน สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมร่วมกัน อย่างมีความสุข"
 ประเด็นที่สอง เรื่อง การทำแผนที่ "ความรู้" ในทุกคน เสมือนหนึ่งเรารู้ "สมรรถนะ หรือ Competency" ชึ่ง หมายถึง ความรู้ ทักษะ และ ทัศนคติ ซึ่ง "กพร" ได้กำหนดให้มีการดำเนินการสามระดับ คือ ระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน และ ระดับบุคคล ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๔๘ บางหน่วยงาน เช่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง สมควรเป็นแบบอย่างที่เรียกว่า Best Practice ได้อย่างดี
 ทั้งสองประเด็นเป็นเรื่องที่หากนำมาเชื่อมโยงและบูรณาการจะเห็นความ " ความสุข" และ เป็นหนทาง "หลุดจากคุก ของสังคม" อย่างที่ท่าน ศาตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ ประเวศ วะสี ได้กล่าวนำได้การประชุม "การจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๒" บังเกิดผล

JJ