คำปรารภ
การทำงานในระบบราชการปัจจุบัน ได้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากการปฏิรูประบบราชการ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและการเคลื่อนไหวอย่างมากในระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ถึงแม้ว่าการปฏิรูประบบราชการในระยะปีแรก จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการบริหารราชการส่วนกลาง แต่ก็มีผล สืบเนื่องต่อเชื่อมโยงไปถึงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นด้วยเช่นกันจังหวัดซึ่งเป็นส่วนราชการในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคที่สำคัญที่สุด เป็นตัวแทนของรัฐบาลที่จะต้องให้มีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ หากแต่การบริหารงานในระบบราชการในห้วงที่ผ่านมา มีหน่วยงานราชการจำนวนมาก การทำงานของแต่ละหน่วยก็มีเป้าหมายวัตถุประสงค์แตกต่างกัน มีลักษณะที่เป็นอาณาจักรของตนเองเกิดปัญหาในการทำงานร่วมกัน เกิดการขัดแย้งระหว่างองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กรเป็นไปด้วยความไม่จริงใจและจริงจัง เป้าหมายองค์กรต่างกัน จึงทำให้ต่างคนต่างทำ สิ้นเปลือง สูญเสียงบประมาณ ไร้ประสิทธิภาพ ประเทศชาติและประชาชน ไม่ได้รับประโยชน์อย่างที่ทุกคนตั้งใจ ดังนั้น การบริหารงานจังหวัดที่ดีและสามารถเกิดผลจากการบริหารที่นำไปสู่ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยยึดเอา "ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" จึงน่าที่จะเน้นให้จังหวัดมีฐานะเสมือนหน่วยบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถบูรณาการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน สามารถวินิจฉัยข้อมูล ปัญหา อุปสรรค กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและดำเนินการให้เป็นไปตามที่ตัดสินใจได้อย่างครบวงจร ภายในจังหวัดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการบริหารงานเชิงบูรณาการมาโดยลำดับ ทั้งนี้ ก็เพื่อจัดสรรและระดมสรรพกำลังของทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและวิธีดำเนินการบริหารอันได้แก่ คน เงิน วัสดุ สิ่งของ รวมทั้งการประสานงานและกระบวนวิธีการบริหารจัดการต่าง ๆ เพื่อให้งานบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และมุ่งสู่ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสำคัญอันเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นๆ การสร้างธรรมมาภิบาลในระบบราชการ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษและคณะทำงานเชิงยุทธศาสตร์บริหารจัดการเชิงบูรณาการ ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติการพิเศษของผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างบูรณาการและครบวงจร สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างหลากหลาย ฉับไวต่อการดำเนินงานในทุกสถานการณ์ เป็นทั้งหน่วยยุทธศาสตร์ หน่วยประสานงาน หน่วยบริหาร และหน่วยปฏิบัติการในหน่วยเดียวกัน บูรณาการปฏิบัติงานในหลายหน้าที่ อย่างเกี่ยวเนื่องกัน และดำเนินการได้อย่างสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถสนองการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเริ่มต้นของศูนย์ปฏิบัติการพิเศษดังกล่าว เริ่มมาจากการดำเนินการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อมีนโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษขึ้นในทำนองเดียวกัน จึงเกิดการบูรณาการดำเนินงานขึ้น
การดำเนินงานสำคัญที่บูรณาการด้านการบริหารจัดการมีศูนย์ปฏิบัติการพิเศษอย่างครบวงจร ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
1. การต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด
2. การจัดระเบียบสังคมเชิงบูรณาการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน
3. การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ
4. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก <p>ซึ่งนอกจากการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น แล้ว การสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจอื่นๆ ตามนโยบายของรัฐบาล เช่น ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ อำนวยการและปฏิบัติการอยู่ในหน่วยเดียวกัน </p>
<div class="Section1">
การต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์
</div>
1. การดำเนินงานที่ผ่านมาโดยภาพรวม
นโยบายประกาศสงครามขั้นแตกหักเอาชนะยาเสพติดของรัฐบาล เริ่มอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 โดยให้มีผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการใช้ Area Approach และดำเนินการ X - Ray พื้นที่ในทุกตารางนิ้วเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด กำหนดให้มีเจ้าภาพรับผิดชอบการดำเนินงานต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในทุกระดับ โดยได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศตส.) ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดระดับต่างๆ ขึ้น เช่น ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาค(ศตส.ทภ.) ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศตส.กทม.) ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด(ศตส.จ.) อำเภอและกิ่งอำเภอ(ศตส.อ./กิ่ง อ.) กำหนดยุทธศาสตร์และขั้นตอน ตลอดจนเป้าหมายและเกณฑ์การประเมินผลตามประเด็นยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ รวม 4 ด้านได้แก่
o ด้านปราบปรามผู้ค้าผู้ผลิตยาเสพติด (Supply)
o ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพผู้ติดยาเสพติด (Demand)o ด้านการป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด (Potential Demand)
o ด้านการบริหารจัดการ (Management)
จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นรูปแบบของจังหวัดโดยเฉพาะ ที่เรียกว่า “เพชรบูรณ์โมเดล” พัฒนาและบูรณาการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของจังหวัดกับแนวยุทธศาสตร์และรูปแบบการดำเนินงานของรัฐบาลมาโดยตลอด ดังนี้ ในปี 2546 จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ ผาเมืองร่วมใจ พิชิตภัยยาเสพติด มุ่งเน้นดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ปราบปรามผู้ค้าผู้ผลิตอย่างเด็ดขาด ผู้เสพผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วยต้องได้รับการบำบัดรักษาดูแล และ ยุทธการผาเมืองร่วมใจ พิชิตภัยยาบ้า ในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2546 โดยประกาศให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดทราบโดยทั่วกัน และเมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐบาล จังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้อำนวยการ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นรองผู้อำนวยการ มีคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อทำหน้าที่ในการจัดวางแผนและโครงการต่างๆ จัดทำแผนปฏิบัติการ สั่งการหรือมอบหมายให้ส่วนราชการหรือบุคคลดำเนินการ อำนวยการ กำหนดเป้าหมาย ประสานการปฏิบัติจากทุกภาคส่วนในการดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนพลังของทุกภาคส่วนในสังคมได้ดำเนินการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอย่างจริงจังและเข้มแข็ง บูรณาการนำนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ที่เป็นแบบเฉพาะของจังหวัด ดังนี้
(1) การดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป
การดำเนินงานในกลุ่มประชาชนทั่วไปนั้นจะต้องทราบจำนวนบุคคลเป้าหมายในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดังนี้
(1.1) ผ่านกระบวนการประชาคม พิจารณาคัดกรองเพื่อให้สามารถแยกประชาชนออกมาได้ทั้งหมด ในหมู่บ้านชุมชน ทั้งกลุ่มที่ปกติทั่วไปไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ และกลุ่มค้ายาเสพติด ซึ่งในการประชาคมนั้นจะดำเนินการผ่านผู้นำแบบเป็นทางการ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรประชาชนในหมู่บ้าน ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกหมู่เหล่า ในหมู่บ้าน ชุมชน
(1.2) เมื่อประชาคมคัดกรองบุคคลเป้าหมายได้แล้ว สำหรับกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะผ่านกระบวนการฝึกอบรมเบื้องต้น จำนวน 1 วัน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักต่อพิษภัยของยาเสพติด สามารถป้องกันตนเองและครอบครัวจากยาเสพติดได้ จากนั้นก็จะ ฝึกอบรม เพิ่มทักษะอื่นๆ ต่อไป
(1.3) กลุ่มเสพและกลุ่มติดยาเสพติดก็จะนำเข้าสู่ระบบการอบรม บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยการบำบัดนั้นจะมีหลายรูปแบบ เช่น ค่ายวิวัฒน์พลเมืองของจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ค่ายบำบัดรักษาวัดซับบอน บ้านเปี่ยมรัก ค่าย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 หรือชุมชนบำบัด วัดบำบัด นอกจากนี้แล้วยังมีสถานบำบัดของทางราชการ เช่น สถานอนามัยทุกแห่ง โรงพยาบาล หรือตู้ยามบำบัดของตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น
(1.4) แนวทางในการบำบัดรักษานั้น จังหวัดเพชรบูรณ์ได้พิจารณากำหนดหลักสูตรกลางในการบำบัดประกอบด้วย กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพจะเน้นหลักสูตร 5 วัน สำหรับกลุ่มติดยาจะเน้นหลักสูตร 15 วัน หรือคัดกรองให้เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพในสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งเนื้อหาของหลักสูตรจะมีทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การฝึกธรรมะ การฝึกระเบียบวินัย การออกกำลังกาย ตลอดจนการฝึกอาชีพต่าง ๆ
(1.5) ในส่วนของงบประมาณจะใช้งบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. งบประมาณปกติของหน่วยงาน งบประมาณโครงการพิเศษ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และรับบริจาคจากเอกชน เป็นต้น นอกจากนี้แล้วต้องมีการติดตามประเมินผลจากการฝึกอบรมต่าง ๆ ในการติดตามประเมินผลกลุ่มเสพยาเสพติดนี้ต้องประกอบด้วย ครอบครัว ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าวิทยากรผู้ดำเนินการฝึกอบรม วิทยากรกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัด และตำรวจในพื้นที่ ด้วยการตรวจปัสสาวะโดยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะ บริษัท แปซิฟิกไบโอเทค จำกัด เป็นผู้สนับสนุนชุดตรวจสารเสพติด
(1.6) กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด เมื่อพิจารณาคัดกรองผู้ที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดได้แล้ว หมู่บ้าน/ชุมชน แจ้งรายชื่อส่งให้ตำบล และอำเภอ รวบรวมรายชื่อส่งให้จังหวัด เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดำเนินงาน ทั้งในระดับจังหวัด และในระดับพื้นที่ เมื่อได้ข้อมูลผู้มีพฤติการณ์แล้วตำรวจจะต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ค้า โดยการเรียกมาว่ากล่าวตักเตือน ขอร้องให้เลิก ติดตามพฤติการณ์ ถ้าไม่เลิกค้ายาเสพติดอีกก็จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับกลุ่มผู้ค้าที่ปรับเปลี่ยนพฤติการณ์ก็จะดำเนินการตามโครงการคืนคนดีสู่สังคม ตามโครงการทำความดีเพื่อแผ่นดิน และให้การฝึกอาชีพเพิ่มทักษะ ต่อไป
(2) กลุ่มนักเรียน นักศึกษา
กลุ่มนักเรียน นักศึกษา นับว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัด ในการดำเนินงานนั้นจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง คัดแยกกลุ่มนักเรียนออกเป็น ทั้งกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ และกลุ่มค้ายาเสพติด โดยผ่านกระบวนการคัดกรองจากสถานศึกษา กรรมการหมู่บ้านและผู้นำท้องถิ่น วัดและศูนย์พัฒนาคุณธรรมในอำเภอต่าง ๆ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรมเช่นเดียวกัน โดยจังหวัดได้กำหนดหลักสูตรลูกเสือชาวบ้านรุ่น “รักษ์ในหลวง หวงแผ่นดิน กำจัดสิ้นยาเสพติด” รองรับไว้แล้ว สำหรับนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มค้าให้ตำรวจในแต่ละพื้นที่ดำเนินการเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
(3) การคืนคนดีสู่สังคม
เมื่อกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั้งประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษาได้ผ่านกระบวนการอบรม ตามหลักสูตรต่าง ๆ และผ่านการติดตามประเมินผลดังกล่าวแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการคืนคนดีสู่สังคม เข้าสู่การฝึกอบรมอาชีพ เพิ่มทักษะ ให้มีความรู้และประกอบอาชีพในทางที่สุจริต เช่น อาชีพทางการเกษตร ทางด้านช่าง ทางด้านหัตถกรรม ตามความถนัดของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนทั้งความรู้ด้านวิชาการและงบประมาณ
(4) ตำรวจชุมชน
จัดอบรมผู้ที่ประชาชนไว้วางใจ หรือผู้นำธรรมชาติให้ทำหน้าที่เป็นตำรวจชุมชนคอยปกป้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันการลักลอบเสพหรือค้ายาบ้า จัดเวรยามคอยตรวจและยังทำหน้าที่ประสานการปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดคล้ายเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงานในชุมชน หมู่บ้าน
(5) การประกาศเป็นหมู่บ้าน ชุมชน เข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด
เมื่อดำเนินการผ่านกระบวนการประชาคม ทราบกลุ่มเป้าหมายแล้วได้ดำเนินการรณรงค์ป้องกันยาเสพติดการอบรมกลุ่มเป้าหมายต่างๆ การดำเนินการกดดันปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นกระบวนการผู้ที่ไม่เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะต้องถูก ยุติบทบาท ผู้ที่เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะคืนคนดีเข้าสู่สังคม เพิ่มทักษะให้มีความรู้เพื่อประกอบอาชีพ และจัดตั้งตำรวจชุมชนช่วยงานด้านรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ทำหน้าที่คุ้มกันมิให้ภัยจากยาเสพติดเข้าไปในหมู่บ้าน ชุมชน ประกาศเป็นหมู่บ้าน ชุมชน เข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดต่อไปได้
(6) การปรับฐานข้อมูล
เป็นกระบวนการสุดท้ายเพื่อพิจารณาปรับฐานข้อมูลสถานการณ์ของปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน ให้ถูกต้องและทันสมัย สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชนให้สอดคล้องกันระหว่างนโยบาย ข้อสั่งการในการปฏิบัติของส่วนกลาง และสถานการณ์และสภาพปัญหาที่เกิดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการ และคณะทำงานต่างๆ ขึ้น และมีหนังสือสั่งการให้แต่ละอำเภอได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอต่างๆ จนครบทุกอำเภอ โดยเฉพาะการจัดองค์กรได้มีการกำหนดเจ้าภาพ ในด้านต่างๆ การจัดองค์กรภายในศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีการสนธิกำลังพลจากส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชนและประชาชน ที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นองค์กรต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด
จังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดให้มีที่ตั้งสำนักงาน ศตส.จ.พช. ณ ห้องริมสุดชั้นล่างของปีกตะวันออกอาคารศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นห้องปฏิบัติงานที่มีขนาดของห้องประมาณ 4 X 6 เมตร สำหรับปฏิบัติงานประจำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ ในด้านการบริหารจัดการ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่าย กำกับดูแลในภาพรวม ภายใต้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ปฏิบัติงานด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนยาเสพติด การอำนวยการ การสารบรรณ การเงินและบัญชี การประสานงาน การสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติ และปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับ มอบหมาย มีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ / เลขานุการ ศตส.จ.พช. เป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ เมื่อเริ่มตั้งศูนย์ฯ ปัจจุบัน ฝ่ายอำนวยการ ศตส.จ.พช. มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจริง จำนวน 7 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 1 คน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 1 คน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 1 คน และได้จ้างเหมาบริการเอกชนเพื่อทำหน้าที่เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลและปฏิบัติงานอื่นๆ จำนวน 3 คน
นอกจากปฏิบัติงานด้านการอำนวยการของ ศตส.จ.พช. แล้ว ยังปฏิบัติงานด้านอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มอบหมาย ได้แก่ งานขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง งานของคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะที่ 3 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชามติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ
</span></span>