งานชิ้นที่ 3 กฎหมายภายใน                

   เมื่อได้ทราบถึงงานวิจัย สภาพปัญหา บ่อเกิดแห่งกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ต่อไปนี้คือกฎหมายภายในเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ศึกษาค้นคว้า คือเรื่อง ความยุติธรรมทางอาญากับการลงโทษบุคคลซ้ำ กฎมายอาญาอันเป็นกฎหมายภายในของไทย ได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 39 ( 4 ) กล่าวคือ   

มาตรา 39 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดั่งต่อไปนี้  

(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด  

(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ถอนฟ้อง หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  

(3) เมื่อคดีเลิกกันตาม มาตรา 37  

(4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง  

(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิด เช่นนั้น  

(6) เมื่อคดีขาดอายุความ  

(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ  

จากบทบัญญัติดังกล่าวหากมีคดีที่ศาลมีคำพิพากษามาแล้วในความผิกนั้น การนำคดีอาญามาฟ้องอีก แม้จะเป็นโจทก์คนละคนกับคดีแรก แต่หากเป็นจำเลยคนเดียวกันและเป็นความผิดครั้งเดียวกัน ก็ถูกตัดสินที่จะนำคดีอาญามาฟ้อง กล่าวระงับไปซึ่งสิทธิที่จะได้ฟ้องจำเลยคนนั้น                  

 และเมื่อปรับข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นศึกษาคือกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษามาแล้วลงแก่จำเลยและจำเลยได้รับโทษมาแล้ว อันจะทำให้หากมีการพิจารณาพิพากษาลงโทษอีกครั้งในศาลก็จะกลายเป็นฟ้องซ้ำในที่สุด (ตามมาตรา ข้างต้น)                   ประเด็นปัญหาดังกล่าวนั้นศาลไทยกลับใช้หลักการพิจารณาคดี ตามมาตรา 11 ประมวล กฎหมายอาญา กล่าวคือ                 

มาตรา 11 ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำ ความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้า ผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่าง ประเทศมาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่า ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลง โทษเลยก็ได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว  ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิด ที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อ ศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นใน ราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า

 (1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อย ตัวผู้นั้นหรือ  

(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว

ศาลใช้หลักการดังกล่าวในการพิจารณา ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจของศาลที่จะพิพากษาลงโทษหรือไม่ลงโทษก็ได้จึงเป็นปัญหาขึ้นมา ในการศึกษาวิจัย