หลักธรรมนำชีวิต

                ข้อแรก  ทำงานอย่างผู้รู้จริงและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์  หมายความว่า  จะพูดอะไรจะทำอะไร  ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ก่อน  ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญา

                ข้อสอง  ความอดทนมุ่งมั่น  ยึดธรรมะความถูกต้อง  ดังที่ในหลวงของเราทรงปฏิบัติตลอดเวลา  60  ปี  ธรรมะและความถูกต้องทรงยึดเหนือสิ่งอื่นใด  ทำให้เผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่หวาดกลัว 

                ข้อสาม  ความอ่อนน้อมถ่อมตน  เรียบง่ายและประหยัด  เวลาที่ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎร  ทรงโน้มพระวรกายหาประชาชนโดยตลอด  ประชาชนนั่ง  พระองค์ท่านก็นั่ง  ฉลองพระองค์รองเท้า นาฬิกาล้วนแต่เป็นยี่ห้อธรรมดา  ทรงถือว่าเฟอร์นิเจอร์เป็นแค่เครื่องประดับ  เป็นแค่เปลือกนอก

                ข้อสี่  มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก  ความสุขก็คือการทำงานให้คนอื่น  เมื่องานสำเร็จ  เราจะมีความสุข  การการกระทำของเราเพื่อคนอื่นผลที่สุดสิ่งที่เราได้รับคือความสุข

                ข้อห้า  รับฟังความเห็นของผู้อื่น  เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง  ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง  ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงาน  หรือที่บ้าน  สุดท้ายบ้านที่อาศัยก็พัง  ไม่มีสติปัญญา

                ข้อหก  มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร  ทรงเตือนให้ยึดมั่นไว้เพราะเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด

                ข้อเจ็ด  มีความสุจริตและความกตัญญู  ทรงเตือนให้ยึดมั่นไว้เพราะเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด

                ข้อแปด  พึ่งตนเอง  ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง  ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ไม่มีความอิจฉาเพื่อนร่วมงาน

                ข้อเก้า  รักประชาชน  ทรงสอนว่า  ปลูกมะม่วงก็จะได้มะม่วง  ปลูกความดีก็จะได้ความรักกลับมา                ข้อสุดท้าย  การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน  บ้านเมืองเราที่อยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะเรายังให้กันอยู่  ครอบครัวยังช่วยเหลือกัน  ชุมชนยังเอื้อเฟื้อกัน  ทุกคนยังรวมกันจึงอยู่รอด

                ผู้ใดนำไปปฏิบัติได้จะทำให้เป็นมงคลชีวิต  และอยู่อย่างมีความสุข

  ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ฉบับวันอังคารที่  30  พฤษภาคม  2549  หน้าที่  6