GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำไม ? คนเราจึงสนใจเรื่องผู้อื่น

เรื่องผู้อื่น

ตั้งใจว่าจะเขียนมงคลสูตรและราศีมังกรต่อ พอความคิด ฟุ้ง ด้วยอิทธิพลของ tag ทำให้ล้มเลิกความตั้งใจไปเลย กล่าวคือ ต้องทบทวนเรื่องเก่าๆ มาเล่าให้อ่านกันเล่น ... พอเขียนไปเสร็จก็ต้องคอยตอบคนโน้นคนนี้ ที่แวะมาเยี่ยม....จึงนั่งสังเกตอิทธิพลของ Tag...

ทำไม ? คนเราจึงสนใจเรื่องผู้อื่น...ผู้เขียนถูกถามลองพูมด้วยคำถามนี้ในท่ามกลางพระอาจารย์ทั้งหลายคราวที่ไปเป็นวิทยากรอบรมครั้งหนึ่ง (ถามขณะที่ในกลุ่มกำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่) ...พอดี จิ้งจกวิ่งมาใกล้ๆ ผู้เขียนจึงบอกว่า ดูจิ้งจก ซิ (ที่นั้น มีจิ้งจกเยอะ และมีทั้งไข่เก่าไข่ใหม่ของจิ้งจกอยู่ทั่วไป)...

ทุกคนหันไปดู จิ้งจก แล้วก็หันมายังผู้เขียนทำนองว่า หมายความว่าอย่างไร ?.....ผู้เขียนก็อธิบายว่า จิ้งจกออกจากไข่ก็สามารถเป็นอยู่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีแม่หรือครอบครัวเลี้ยงดูเหมือนคนเรา....

คนเรานั้น มีธรรมชาติที่อ่อนแอทางกายภาพ เกิดมาแล้วต้องอาศัยครอบครัวเก่าอยู่อย่างน้อยสุดก็ ๑๐ ปีขึ้นไป...การที่เราต้องอยู่ภายใต้อำนาจของคนอื่น (คือพ่อแม่ เป็นต้น) เราก็ต้องสังเกตว่า อะไรถูก อะไรผิด สิ่งไหนเป็นที่พอใจหรือไม่พอใจ...เป็นต้น

และนี้คือ ความคุ้นเคยที่ติดตัวเรามา ทำให้เราต้องสนใจคนอื่น เรื่องของผู้อื่น หรือบางคนบางครั้งก็อาจสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น...ประมาณนี้...

ผู้ที่ถามผู้เขียนและเพื่อนพระอาจารย์ที่นั่งสนทนากัน ไม่มีใครเสนอความเห็นแย้ง...เรื่องก็จบแค่นั้น

เป็นไปได้หรือไม่? ว่า ปรากฎการณ์ Tag คืนนี้ คือ ธรรมชาติชอบสนใจเรื่องของผู้อื่นที่ติดตัวเราจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ....

สรุปว่า คนมิใช่จิ้งจก (...........) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เรื่องผู้อื่น
หมายเลขบันทึก: 77048
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

นมัสการพระคุณเจ้า  ผมคิดว่าคนเราขาดการฝึกหัดการมองตนเอง  ขาดการมองเข้าไปในภายในกายและใจของตนเอง  การสอนให้มองผู้อื่นมีแต่การฟ้งกระจายทางอารมณ์   วุ่นวายมากเช่นเมื่องไทยในทุกวันนี้  ขอกราบนมสการพระคุณเจ้า  สอนให้บุคคลหัดมองตัวเองบ้างซักวันละ ๕ นาที

คุณโยมประภัสร์.....

สาธุ

เห็นด้วย เป็นสิ่งที่ดี

เจริญพร

กราบนมัสการหลวงพี่ครับ

เมื่อคืนผมหลับสบายเป็นพิเศษ เพราะได้พรก่อนนอนจากหลวงพี่

ผมว่าคนเรามีนิสัย อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน โดยเฉพาะ ..หายนะ ของผู้อื่น สังเกตได้จากเวลาที่เรื่องร้ายๆของคนอื่น จะมี คุณมุง ทั้งหลายมากันเพียบ ทีเรื่องดีๆ ไม่ค่อยจะสนใจกัน

ผมยังรู้สึกว่า ใน gotoknow ยังดีที่สนใจเรื่องดีๆของผู้อื่นนะครับ 

เห็นด้วยกับ คุณประภัสร์ ครับ ว่าเราควรจะต้องมา มองตน มาสน ..ใจ..ตนเอง มากขึ้นครับ 

P

ภาษิตเปอร์เซีย? (ไม่ค่อยแน่ใจ)

  • ผู้ใดไม่รู้ และไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้ ผู้นั้นเป็นคนโฉดเขลา จงหนีไปเสียให้ไกล
  • ผู้ใดไม่รู้ แต่รู้ว่าตนเองไม่รู้ ผู้นั้นเป็นเด็ก จงสอนเค้า
  • ผู้ใดรู้ แต่ไม่รู้ว่าตนรู้ ผู้นั้นเป็นคนหลับ จงปลุกเค้าให้ตื่น
  • ผู้ใดรู้ และรู้ว่าตนรู้ ผู้นั้นเป็นบัณฑิตฉลาด จงเป็นศานุศิษย์เค้า

คนมองตน คงจะอยู่ในประเภทที่สองและประเภทสุดท้าย นะครับ

เจริญพร

กราบ ๓ ครั้งขอรับ

คืนนี้ผมขออนุญาตนอนเร็ว เพราะเพลียเหลือเกินครับ 

"โลกภายนอกกว้างใหญ่ ใคร ๆ รู้

โลกภายในลึกซึ้งอยู่รู้บ้างไหม

อยากมองโลกภายนอก มองออกไป

อยากมองโลกภายใน ให้มองตน"

นมัสการพระคุณเจ้า

 เป็นเรื่องปกติ อย่าว่าแต่เรื่องของจิตใจเลยครับ เรื่องของการมองธรรมดาก็เป็นอย่างนั้น คือ เราสามารถที่จะมองเห็นลักษณะของคนอื่นได้ทุกอย่าง อะไรอยู่ที่ใหน เป็นอย่างไร(ถ้าไม่มีอคติ) ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบนด้านล่าง แต่สำหรับตัวเราเองแล้ว แม้มีกระจก บางทีก็ยังมองไม่ถนัดเลย บางครั้งก็มองได้ใกล้เกินไป ไม่เห็นภาพรวม ต้องให้คนอื่นมองซะอย่างนั้น

หนักเข้า เห็นไม่ถนัด หรือไม่เห็น สำคัญผิดซะอย่างนั้น(หลีกเลี่ยงคำว่า "หลงตัวเอง"นิดหนึ่ง) 

สรุปเป็นว่า ง่ายกว่า หากจะสนใจเรื่องของคนอื่น

 

ท่านพ่อสอนไว้กว่าสองพันห้าร้อยปีแล้วว่าการฝึกมองตนเองโดยใช้ลมหายใจเข้าออกเป็นบันไดเกาะ  เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด  เพราะทุกขณะที่เรามีชีวิตอยู่ต้องมีลมหายใจ  เพียงแต่เอาใจใส่ในลมหายใจ เท่านี้ก็เป็นการฝึกมองภายในตนเองแล้ว   ลองทำดูซิครับมีความสุขโดยไม่ต้องไปหาอะไรเป็นเครื่องประทินใจเพิ่มเติม เหมาะสมกับยุคพอเพียงเสียเหลือเกิน  น่าเสียดายถ้าเรายังมีชีวิตอยู่แต่หายใจทิ้งไปวันๆ  ลองดูนะครับ  ถ้าได้ผลเล่าประสบการณ์มาสู่กันฟัง