บุญรักษ์ นวลศรี, อรพิน กิจลิขิต, จรูญ ชิดนายี, นภดล สุชาติ
โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

วัตถุประสงค์
- เพื่อทราบสถานการณ์การระบายแก็สไนตรัสออกไซต์ในห้องผ่าตัด และวางมาตรการในการป้องกันแก้ไข

ผลการศึกษา
- ในห้องผ่าตัดตรวจวัดปริมาณแก็สไนตรัสออกไซต์ 18 จุด ในภาพรวมพบค่าอยู่ในช่วง 15-77 ppm เฉลี่ย 31.94 ppm (มาตรฐานไม่เกิน 25 ppm ใน 8 ชั่วโมง การทำงาน) เกินมาตรฐาน 14 จุด (ร้อยละ 77.78) เมื่อพิจารณาตามจุดที่ตรวจวัดพบปริมาณแก็สไนตรัสออกไซต์เรียงจากมากไปหา น้อยได้ดังนี้ (1) ห้องผ่าตัดขณะดมยา (2) ห้อวผ่าตัดที่ไม่ได้ใช้งาน (3) บริเวณทางเดิน (4) ห้องพักฟื้น / รอผ่าตัด และ (5) ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ ในสิ่งแวดล้อมทั่วไปที่ประกอบด้วยจุดระบายแก๊สและหน่วยงานที่อยู่ใกล้เคียง ตรวจวัด 12 จุด ในภาพรวมพบค่าอยู่ในช่วง 0.2-697 ppm เฉลี่ย 59.52 ppm ซึ่งพบปริมาณแก๊สมากที่สุดในจุดระบายแก๊ส แต่เจือจางลงอย่างรวดเร็วภายในรัศมี 5 เมตรจากจุดระบายแก๊ส

สรุป
- จากการศึกษาพบปริมาณแก๊สไนตรัสออกไซต์ในห้องผ่าตัดมีค่าเกินมาตรฐานใน บรรยากาศการทำงาน และแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อม ผู้เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้น อาทิ การปรับการทำงานของเครื่อง Scavenging ในห้องผ่าตัด การเปลี่ยนข้อต่อให้เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกันกับเครื่องดมยา และแผนในระยะยาว อาทิ การแยกท่อกำจัดแก๊สออกจากท่อสูญญากาศ และการประเมินซ้ำหลังแก้ไขแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข ทุกโรงพยาบาลจึงควรจะตรวจสอบสภาพการระบายแก๊สไนตรัสออกไซต์ในห้องผ่าตัด เพื่อการป้องกันแก้ไขต่อไป




จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร