สตูล เมืองสงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ ได้เริ่มปฏิบัติการแล้ว...การสร้างกลไกและกระบวนการเชื่อมประสานการพัฒนา จังหวัดบูรณาการ ของจังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550 ศูนย์อำนวยการยุทธศาสตร์สังคมอยู่เย็นเป็นสุขด้านสาธารณสุข (ศอ.สส.) ได้ร่วมกับเครือข่ายประชาสังคมในจังหวัดสตูล ประกอบไปด้วยกลุ่มองค์กรทางสังคมและเครือข่ายต่างๆ รวม 12  เครือข่าย/กลุ่ม อาทิ เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน   เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค  เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ  เครือข่ายถักทอพลังชุมชนพลังแผ่นดิน   เครือข่ายองค์กรท้องถิ่น  เครือข่ายภาคีพัฒนาภาครัฐและเอกชน  เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดสตูล  เครือข่าย อพม.  ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสตูล  กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน   มูลนิธิธรรมรังสี  ศูนย์ประสานงานองค์กรภาคเอกชน จังหวัดสตูล  และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล สำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล   ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสตูล  ได้ร่วมกันจัดเวทีประชาสังคมเพื่อระดมความคิดในการสร้างกลไกและกระบวนการพัฒนา จังหวัดบูรณาการ ของจังหวัดสตูล โดยมีเป้าหมายที่สำคัญเพื่อพัฒนาให้เกิดจังหวัดบูรณาการเพื่อสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ควบคู่กับการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมอยู่เย็นเป็นสุขในระดับประเทศ  ทั้งการพัฒนากลไกและกระบวนการต่างๆ  เพื่อส่งเสริมสังคมเข้มแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูลและมีคุณธรรม การพัฒนางานชี้วัดความสุขในพื้นที่ของจังหวัด การสนับสนุนการพัฒนาในด้านต่างๆ  ในพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง                  จังหวะการขับเคลื่อนกระบวนการในพื้นที่ ได้เริ่มตั้งแต่ปฏิบัติการค้นหาและชักชวนคนคิดดี  คนทำความดีในพื้นที่ ที่หลากหลายรูปแบบ มานั่งคิด นั่งคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งที่เราได้คือ แผนที่ทางสังคมของกลุ่ม/องค์กรเครือข่าย (Social Mapping) ที่มีในจังหวัดสตูล และทราบด้วยว่าเครือข่ายต่างๆ กำลังทำอะไรกันอยู่บ้าง? และได้ช่วยกันประสานงานชักชวนกัน  จากกลุ่มต่อกลุ่ม บุคคลต่อบุคคล และระหว่างเครือข่ายต่างๆ มาร่วมงานกันมากขึ้น               ก่อนการเริ่มเปิดเวทีเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่  เราได้มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนและให้ข้อมูลกับหลายๆ ภาคส่วนในจังหวัด เพื่อให้ทราบบริบทของจังหวัดสตูล รวมไปถึงบทปฏิบัติการของเราในครั้งนี้ และเพื่อให้เกิดการรับรู้และมีส่วนร่วมขับเคลื่อนที่มีพลังมากยิ่งขึ้น   อาทิ   ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  นายขวัญชัย   วงศ์นิติกร  กล่าวว่า ยินดีสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ให้สามารถมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องต่างๆ ในจังหวัด รวมทั้งสนใจร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ  เช่น ปัญหายาเสพติด  ปัญหาขยะ ที่มีร่วมกันได้  และได้เสนอว่า อย่างน้อยควรมีการสรุปและแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าเดือนละครั้ง  ผู้ว่าฯ ยินดีร่วมรับฟังด้วย อย่างน้อยจะได้นำตัวอย่างที่ดีทั้งหลายไปช่วยสื่อสารและขยายผล ผ่านรายการวิทยุ ผู้ว่าพบประชาชน ซึ่งมีทุกอาทิตย์และหากสามารถพัฒนาให้เข้มแข็งและชัดเจนได้ ก็ยินดีที่จะตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ดูแลช่วยผู้ว่าฯ ในงานภาคประชาสังคมได้   การระดมความคิดในเวทีได้เริ่มจากการเล่าเรื่องที่ดีๆ (Story telling) ของเครือข่าย จากนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่ม/เครือข่ายต่างๆ ถึงการพัฒนาในจังหวัดสตูล  ได้มีการพูดคุยถึงการรวมกลุ่มคนในลักษณะต่างๆ     ตลอดจนมีการนำเสนอถึงบทบาทและกิจกรรมที่แตกต่างและหลากหลายในสังคมสตูล และมีการพูดคุยถึงเรื่องความเป็นชุมชน รวมทั้งความเป็นประชาสังคมในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งมุมมองทางความคิดต่อการพัฒนาความอยู่เย็นเป็นสุขในพื้นที่                   เมื่อพูดถึงประเด็น  ความอยู่เย็นเป็นสุข ในมุมมองและแนวคิดของพี่น้องเครือข่ายต่างๆ    ในสตูล คุณมยุรี  จุ้ยพริก จากเครือข่ายถักทอพลังชุมชนพลังแผ่นดิน บอกกับเราว่า เมื่อได้มีการพูดและการนำเสนอถึงการพัฒนาไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขแล้วบอกได้ว่า ใช่เลย คือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น และขณะเดียวกันก็ได้เสนอว่า ควรเน้นการป้องกันความไม่อยู่เย็นเป็นสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย  นอกจากนี้ยังมีมุมมองที่หลากหลาย  ก็พบว่า ได้มีการสะท้อนถึงความเป็นไปของเมืองสตูลได้อย่างน่าสนใจ เช่น สตูลดูเหมือน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ภาพรวมดูเหมือนดี พอเพียง ระยะหลังประชาชนตื่นตัวขึ้น ผลักดันให้องค์กรท้องถิ่นทำงาน เห็นความสำคัญมากขึ้น  ในส่วนของคนทำงานทางสังคมจะจัดกำลังให้หนุนเสริมกันอย่างไร ทั้งๆ ที่แต่ละส่วนต่างได้ทำงานเชื่อมประสานกันหลายฝ่าย ทำอย่างไรให้ต่อเนื่อง เอาใจอาสามาดูร่วมกัน ทำให้มีพลังมากขึ้น เมื่อทำมากขึ้นเกิดความสับสน หลายครั้งต้องกลับมาทบทวน ว่าไปถูกทางหรือเปล่า  เมื่อทำงานเรื่องเดียวกันนี้นานๆ ก็ เริ่มจะล้าลงไปบ้าง คุณอาหริ่ม  เจ๊ะเมะ   จากเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน เล่าให้ฟังตอนหนึ่งว่า ความอยู่เย็นเป็นสุข คือการอยู่แบบเดิมๆ ที่มีความสุข มีความพอเพียง  ทุกวันตื่นขึ้นมาได้พูดคุยกัน  ได้ไปเยี่ยมเยือนคนอื่นๆ  ได้ทำหน้าที่ตามบทบาททางสังคมที่มี และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่นๆ ก็ทำให้มีความสุขได้ ·        ความสุข ส่วนหนึ่ง มาจาก การหารือร่วมกันของคนในชุมชน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมายที่ยังขาดการให้ความสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ          การที่ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี          ควรคำนึงถึงคนฐานล่าง ที่ทำมาหากิน ดิ้นรนเพื่อชีวิต มาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย แทนที่จะเอาเฉพาะระดับหัวหน้างาน          ในอนาคตองค์กรท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น          ควรเตรียมคนในชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง          ทำอย่างไรให้การทำงานเกิดการมีส่วนร่วมจริงๆ มีความเป็นเจ้าของ มีส่วนร่วม มิใช่มีเพียงความร่วมมือ          เห็นด้วยที่ให้ทางส่วนกลางมากระตุ้นก่อนในการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ          การแก้ปัญหา ต้องทำร่วมกันทั้งคนข้างล่างและคนข้างบน          เริ่มจากคิดดี หาต้นแบบที่ดีให้พบ สร้างกระบวนการดูแลกันให้ได้ ทำอย่างไรดึงกระแสพอเพียงกลับมาให้ได้ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์  หนุนให้ชุมชนให้แข็งแรงให้ได้          แต่ละคนค้นหาให้พบว่า ความสุขของตนเองอยู่ที่ไหน(ส่วนตัว ส่วนรวม)          จะยกระดับการสนทนาให้มีคุณภาพ นำไปสู่ความสุขได้อย่างไร จากเรื่องไร้สาระ ไปสู่เรื่องที่มีสาระ  เพื่อร่วมกันสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขมากกว่าคอยรับอย่างเดียว          ควรมองไปยังคลื่นลูกใหม่ ทำอย่างไรจึงจะปลูกสำนึกให้เด็กรุ่นใหม่ เพื่อให้เขาเกิดสำนึก ในท่ามกลางกระแสทุนนิยม  เรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความกล้าหาญ เพื่ออนาคตของชาติ          คนสตูลควรสร้างธรรมนูญของตนเองขึ้นมา มิใช่วิสัยทัศน์สำนึกนโยบายที่สั่งมาจากข้างบน เพื่อให้ฝ่ายนโยบายเดินตาม          คนสตูลควรเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง          กิจกรรมที่เกิดขึ้นที่หลากหลายในสตูลเป็นส่วนหนึ่งของความอยู่เย็นเป็นสุข          (ด้านการพัฒนาทางกาย  จิต  สังคม)          นโยบายให้ความสำคัญกับวันครอบครัวมีส่วนทำให้ครอบครัวในสตูลมีสุข             การสร้างหรือการมีความผูกพันร่วมกันของประชาชนในชุมชนโดยมี   กลไกและกระบวนการ ในการรวมตัวของกลุ่ม และองค์กรประเภทต่างๆ ของชุมชน ในลักษณะพหุภาคี    เพื่อร่วมคิดและกำหนดแนวทางการพัฒนาชุมชนร่วมกัน    เพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนในชุมชนเอง     โดยองค์ประกอบตามแนวคิดนี้ มุ่งให้หลายฝ่าย ที่เคยทำงาน ต่างคนต่างทำ หรือ ประสานกันไม่ติด ให้หันหน้าเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจ ลดความหวาด ะแวงและลดความขัดแย้งลงได้            การรวมตัวที่ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ทางความคิด      นำเอาศักยภาพและจุดแข็งและประสบการณ์ของฝ่ายต่างๆ   มาประสานเข้าด้วยกัน    ก่อให้เกิดพลังทวีคูณ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ให้ไปสู่เป้าหมายอันพึงปรารถนาร่วมกันได้