GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โคเพื่อชีวิต ตอนที่ 37 จะทำอย่างไรเมื่อโคท้องอืด

โคที่ท้องอืดจะมีอาการกระวนกระวายมักหันหน้าไปทาง น้ำลายไหลยืด หายใจหอบถี่ บริเวณสวาปด้ายซ้ายจะโป่งพอง ต่อมาจะหายใจขัดเพราะกระเพาะส่วนที่ขยายไปกดทับกระบังลมทำให้หายใจไม่สะดวกและตายเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว โคที่เป็นมากจะล้มลงนอนดิ้น ถ้าช่วยไม่ทันจะตาย

     อาการท้องอืด เป็นอาการที่ไม่น่าพิสมัยทั้งในคนและโค เพราะนอกจากจะทำให้อัดน่ารำคาญแล้ว อาการท้องอืดในโคอาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้โคเสียชีวิตได้ถ้าหากดูแลรักษาไม่ทันท่วงที

     โรคท้องอืดในโคนั้น (กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ , 2547) คือสภาวะที่กระเพาะส่วนหน้าเกิดอาการผิดปกติของระบบย่อยอาหารทำให้เกิดการโป่งขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าปกติเนื่องจาก

  •        มีแก๊สที่เกิดจากการย่อยของพืชอาหารในกระเพาะมากเกินไปและถูกขับออกช้าหรือขับออกไม่หมด มักพบมากในต้นฤดูฝน สาเหตุเกิดจากกินหญ้าสดหรือพืชตระกูลถั่วเข้าไปมากทำให้มีแก๊สมากผิดปกติจนท้องป่องกาง ร่างกายขับแก็สออกไม่ทัน  
  •       กินอาหารข้นมากไปแต่ได้รับอาหารหยาบน้อย อาหารไม่ถูกย่อยทำให้กระเพาะเกิดการเป็นกรด
  •       มีวัตถุแปลกปลอมเข้าไปอุดตันหรือทิ่มแทงผนังกระเพาะ ทำให้กระเพาะไมทำงาน

     โคที่ท้องอืดจะมีอาการกระวนกระวายมักหันหน้าไปทาง น้ำลายไหลยืด หายใจหอบถี่ บริเวณสวาปด้ายซ้ายจะโป่งพอง ต่อมาจะหายใจขัดเพราะกระเพาะส่วนที่ขยายไปกดทับกระบังลมทำให้หายใจไม่สะดวกและตายเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว โคที่เป็นมากจะล้มลงนอนดิ้น ถ้าช่วยไม่ทันจะตาย

     การรักษาต้องช่วยเอาลมหรือแก๊สในกระเพาะออกโดยการกรอกน้ำมันพืช 2-4 ลิตร จะช่วยลดปริมารแก๊สในกระเพาะได้ หรือใช้ Troca canula  เจาะที่สีข้างด้านซ้ายบริเวณที่เป็นามเหลี่ยมใช้มือล้วงเอาอุจจาระออกให้หมดจะช่วยให้โคมีอาการดีขึ้น

     โคของน้องกิ่ง ที่อำเภอพุทไธสง  ก็ไม่น้อยหน้าเป็นโรคท้องอืดกับเขาด้วยเช่นกัน  สาเหตุนั้นมาจากพอเข้าฤดูแล้งกลัวว่าโคจะซุบผอมเลยให้กินอาหารข้นและรำมากเกินไป ผลสุดท้ายโคท้องอืด  แต่สังเกตเห็นอาการของโคได้เร็วและช่วยได้ทัน 

      วิธีการรักษาของแม่น้องกิ่งนั้นไม่ได้ใช้น้ำมันพืชหรือ Troca canula เพราะหาไม่ทัน  แต่ใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในสวนรักษาอาการท้องอืดแทน เนื่องจากเห็นว่าสมุนไพรบางอย่างรักษาอาการท้องอืดในคนได้ก็น่าจะรักษาอาการท้องอืดในโคได้เช่นกัน  เมื่อคิดได้ดังนั้น  คุณแม่น้องกิ่งก็จัดการนำหัวว่านไพล หรือว่านไฟและขมิ้นมาโขกผสมกันให้ละเอียดประมาณครึ่งกิโลกรัมไปผสมกับรำหนึ่งกิโลกรัมให้โคกิน ประมาณ  3  ครั้งใน 1 วัน

       ปรากฏว่าอาการท้องอืดของโคหายเป็นปลิดทิ้ง  ถือว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องสมุนไพรดูแลรักษาสุขภาพโค ซึ่งปัจจุบันนี้การใช้สมุนไพรกับโคนั้นมีน้อย พราะวิธีคิดของผู้เลี้ยงเปลี่ยนไป ชอบความสะดวกและเห็นผลรวดเร็วและเคยชินกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน

      การใข้สมุนไพรรักษาโรคของโคจึงน่าจะเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของผู้เลี้ยงสุตว์ได้ เพราะทำให้

  •      ลดค่าใช้จ่ายของผู้เลี้ยง เพราะชาวบ้านหาได้เอง ไม่ต้องซื้อหา เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์จำนวนไม่มาก 
  •      ประชาชนได้บริโภคอาหารปลอดภัย
  •      ลดการพึ่งพาต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งสมุนไพร
  •     โรคบางอย่างใช้สารเคมีไม่ได้ผลหรือสัตว์  แต่สามารถใช้สมุนไพรรักษาได้ดื้อยา

      การรณรงค์ให้ผู้เลี้ยงโคหรือสัตว์อื่น ๆ ใช้สมุนไพรในการดูแลรักษาสุขภาพโคจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง  โดยใช้ความรู้จากทางวิชาการผสมผสานกับภูมิปัญญาในท้องถิ่น

      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74065
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

เคยเอาแป๊ปซี่ขวดใหญ่กรอกให้กิน หายอืดท้องได้

 

ขอบพระคุณค่ะพ่อครู 

     ได้อีกหนึ่งเคล็ดที่ไม่ลับแล้วค่ะ

      แต่ถามพ่อที่เขาวงท่านบอกว่าใช้ใช้น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และยาทัมใจ ผสมกันประมาณ 1  แก้วนำไปกรอกให้สัตว์กิน  ท่านบอกว่า ฆ่าพยาธิได้ด้วยค่ะ

     ขอบคุณค่ะ

 

เขานำข้อมูลไปทำรายงานนำเสนอนะครับ ในรายวิชาการวิภาค นะครับ ผมไม่รู้จะอ่างอิงยังไงก็เลยอ่างเวปนี้ไปเลยคงไม่ว่านะครับ ขอบคุณมากครับ

พอดีไม่ได้ทำเรื่องโคนะครับ แต่สูตรน้ำมะขามเปียก น้ำปลา ยาทัมใจ นี่คาดว่าน่าจะถือว่าเป็นยาระบายมากกว่า เนื่องจาก

น้ำมะขามมีฤทธิ์ช่วยระบายท้องอยู่แล้ว ดังนั้นพยาธิบางชนิด เน้นนะครับ พยาธิบางชนิดเท่านั้นที่จะถูกถ่ายออกมาและจะถ่ายออกมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น พยาธิใส้เดือน พยาธิตัวตืด เป็นต้น แต่ไม่ได้ผลกับพยาธิปากขอ ซึ่งจะมีเขี้ยวยึดเกาะผนังลำไส้ได้ดีกว่พยาธิชนิดอื่นๆ

ส่วน แอสไพริน (Aspirin) หรือ อะซิทิลซาลิไซลิก แอซิด (acetylsalicylic acid) เป็นยาในกลุ่มซาลิไซเลต (salicylate) นิยมใช้เป็นยาบรรเทาปวด ยาลดไข้ (antipyretic) และ ลดการอักเสบ มีผลต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) ในปริมาณการใช้ต่ำๆ และระยะยาวใช้ป้องกันโรคหัวใจ

แอสไพรินเป็นชื่อทางการค้าของไบเออร์ ประเทศเยอรมนี บางประเทศใช้ชื่อแอสไพรินเป็นชื่อสามัญ บางประเทศใช้ชื่อย่อจาก อะซิทิลซาลิไซลิก แอซิด คือ ASA พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างแอสไพรินและอาการรีอายส์ (Reye's syndrome) จึงไม่ใช้แอสไพรินรักษาอาการไข้ในเด็ก

ในปริมาณการใช้ต่ำๆ และระยะยาวพบว่าแอสไพรินมีผลยับยั้งการสร้างทรอมโบเซน A2 (thromboxane A2) ในเกล็ดเลือด (platelet) ทำให้เกิดการยับยั้งการรวมกันของเกล็ดเลือด (platelet aggregation) ซึ่งเป็นผลให้เลือดไม่แข็งตัว ปริมาณการใช้แอสไพรินที่ให้ผลนี้คือขนาด 75 หรือ 81 มก. ในรูปยาเม็ด สำหรับในโรคหัวใจเฉียบพลันสามารถใช้แอสไพรินในปริมาณการใช้สูงได้ด้วย ซึ่งผลของแอสไพรินกับพยาธิยังไม่มีข้อมูลจากแหล่งใดบอกว่าฆ่าพยาธิได้เลยครับ

 น้ำปลานี่ไม่ขอออกความคิดเห็นนะครับ เนื่องจากหาข้อมูลสรรพคุณไม่ได้

โดยรวมแล้วการกินน้ำมะขามช่วยในการระบายเท่านั้น เทียบได้กับคนที่กินยาถ่ายพยาธิตัวตืดแล้วต้องทานยาระบายตาม เนื่องจากกรณีพยาธิที่ถ่ายออกมาอาจทำให้เกิดการอุดตันที่ลำไส้แล้วทำให้ท้องผูกได้ เคยมีกรณีแพทย์ให้ยาถ่ายในเด็กที่มีการติดพยาธิอย่างรุนแรง แล้วลืมให้ยาถ่ายหรือยาระบาย ทำให้เด็กเสียชีวิตเนื่องมาจากภาวะท้องผูกอย่างรุนแรงเนื่องมาจากพยาธิอุดตันลำใส้

  • เอกรินทร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี
    IP: xxx.185.154.241
    เขียนเมื่อ 

ลืมบอก;jkยาทัมใจ ก็คือยาแอสไพริน ลองอ่านข้างฉลากเขาจะเขียนบอกอยู่ครับ และบอกเรื่องสรรพคุณด้วยครับ

กรณีการท้องอืด แยกได้ตามลักษณะแก๊สในกระเพาะรูเมน

อันแรกคือ แก๊สอย่างเดียวไม่มีฟอง

อันที่สอง มีฟองแก๊ส(frothy bloat)

ส่วนเรื่องน้ำเป็บซี่ช่วยให้หายจากท้องอืดได้ ผมก็เชื่อว่าได้ แต่ต้องในกรณีที่ท้องอืดแบบแรกที่เป็นไม่รุนแรงมาก เพราะเป๊บซี่จะไปเพิ่มปริมาณแก๊สในกระเพาะให้มากขึ้นพอที่จะมีแรงดันออกมาจนทำให้สัตว์หรือคนเรอเอาเฉพาะแก๊สส่วนเกินออกมาได้ ผมก็ใช้เหมือนกันกรณีนี้แต่ใช้กับตัวผมเองนะ ไม่ได้ใช้กับโคที่เป็นท้องอืด 

แต่หากเป็นแบบที่สอง ที่จะมีฟองแก๊สอยู่ในกระเพาะ แก้ไขได้ลำบากกว่าเนื่องจากแทนที่แก๊สจะดันออกมาได้ง่ายๆ แต่ดันเกิดฟองขึ้นกักแก๊สเหล่านั้นไว้ทำให้ระบายได้ยากกว่า  ถ้าใช้น้ำอัดลมอาจเพิ่มความรุนแรงของ อาการท้องอืดได้ครับ เพราะโคที่เป็นบางตัวแม้ใช้ Troca canula ก็อาจเอาไม่อยู่ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้กับฟองแก๊สได้ อาจต้องเปิดกระเพาะรูเมนออกมาทางสวาป ถ้าจำไม่ผิดน่าจะด้านซ้าย คุณหมอก็จะผ่าเปิดเพื่อโกยเอาฟองแก๊สและอาหารภายในกระเพาะออกมานะครับ

ค้นมาเจอครับ ขอบพระคุณทุกๆท่านในที่แห่งนี้ที่กรุณาให้ความรู้เป็นทานครับ

เอ่อคือ วัวตายเพราะท้องอืดคะ ทำฟาร์มมา5ปีแต่มาเจอวัวเป็นแบบนี้คิดตอนแรกคือน้ำมัน แต่ใช้ไม่ได้ผล เอาเข็มมาแทง ให้แก๊สออกแค่นั้นคะ สิบนาทีผ่านไปมันก็ตายแล้ว