สืบเนื่องจากบันทึก " ของขวัญจาก พี่หมอธวัติ และ ฯพณฯ พล.อ.เปรม "  พอดีไปอ่านในเจอในเวปผู้จัดการมา เลยเอาให้ท่านๆอ่านกัน

         แต่เดิมนั้นคำว่า วิชาชีพ นั้นตรงกับคำว่า อาชีวปฏิญาณ ท่านผู้บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาคือ พระองค์วรรณ หรือ เสด็จในกรมฯ พระองค์วรรณ หรือขนานพระนามเต็มยศว่า พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์           นอกจากภาพรวมของความเป็น ปูชนียบุคคลแห่งชาติ แล้วยังทรงเป็น คนหนังสือพิมพ์ ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้ง ประชาชาติ ยุคแรกที่มีคำขวัญว่า “...บำเพ็ญกรณีย์ ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติ.” ด้วย
         คำว่า วิชาชีพ มาจากภาษาอังกฤษว่า Profession โดยเสด็จในกรมฯ พระองค์วรรณทรงแปลว่า อาชีวปฏิญาณ เพื่อให้แตกต่างกับคำว่า อาชีพ ที่แปลมาจาก Occupation ความหมายของ อาชีวปฏิญาณ ที่เดี๋ยวนี้นิยมใช้แต่เพียงว่า วิชาชีพ นี้ทรงกล่าวไว้ชัดเจนตามรากฐานที่มาของคำว่า “...การปฏิญาณตนต่อสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะประกอบอาชีพตามธรรมเนียมที่วางไว้เป็นบรรทัดฐาน หาใช่เป็นการทำมาหากิน หรือทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่เพียงอย่างเดียว.”

         แรกเริ่มเดิมทีนั้น Profession ที่มาจากคำกริยา to profess จากคำละติน pro + fateri แปลว่า ยอมรับ, รับว่าเป็นของตน

         ใช้ในทาง ศาสนา หมายความว่า การประกาศตนว่ามีศรัทธาในศาสนา, การประกาศปฏิญาณตน ใช้ในการปฏิญาณตนเป็น นักบวชในศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็น วิชาชีพแรกของโลก

         ต่อมาจึงใช้สำหรับ แพทย์ และ ทนายความ ส่วน มาตรวัดทั่วไป ว่าอย่างไรจึงจะเรียกว่า วิชาชีพ นั้น ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ อรรถาธิบายไว้ครั้งหนึ่งว่าควรจะต้องประกอบด้วย 3 ลักษณะ
        •• เป็นอาชีพในแง่ที่เป็น การงานที่มีการอุทิศตนทำไปตลอดชีวิต นี่ประการหนึ่ง
        •• การงานนั้นต้อง ได้รับการสั่งสอนอบรมเป็นวิชาชีพชั้นสูง ที่ต้องอบรมกัน หลายปี นี่เป็นประการที่สอง
        •• ผู้ทำการงานประเภทนี้จะมี ชุมชน หรือ หมู่คณะ ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำนึกใน จรรยาบรรณ, เกียรติยศ และ ศักดิ์ศรี ตลอดจนมี องค์กรและกระบวนการเพื่อสอดส่องพิทักษ์รักษาขนบธรรมเนียม-เกียรติยศ-ศักดิ์ศรี นี่เป็นประการสุดท้าย

         กลับมามองอาชีพเราครับ ตัวเราครับ คุณเป็น professional ไหม