“การเรียนรู้”ไม่มีกำหนดการเขียนจากเวทีฝึกอบรมการสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง(คนพิการ) โดยใช้กระบวนการการจัดการความรู้ระหว่างวันที่ ๕-๗ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่ จ.ชลบุรีโดย : นวลทิพย์ ชูศรีโฉม ระหว่างวันที่๕-๗ พฤษภาคม ๒๕๔๙ อาจารย์ทรงพล เจตนาวณิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้กับเครือข่ายคนพิการ (พิการทางการเคลื่อนไหว พิการทางสายตา) จำนวนประมาณ ๕๐ คน ในหัวข้อ“การสร้างผู้นำเปลี่ยนแปลงโดยใช้กระบวนการการจัดการความรู้” “ งง! กำหนดการอะไรก็ไม่มี ไม่รู้เวทีอะไร จะทำอะไร ให้ทำอะไร เวลาไหนก็ไม่รู้เรื่อง..ไม่เคยเห็นแบบนี้.” เป็นเสียง (บ่น) ของผู้เข้าร่วมเวที เท่าที่ผู้เขียนได้ติดตามอาจารย์ไปในเวทีต่าง ๆ ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าอาจารย์จะไม่มีกำหนดการใด ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมเวทีหรือเจ้าของงานได้ทราบล่วงหน้าก่อน จะบอกแค่เวลาที่เริ่มกับเวลาที่จบเวทีเท่านั้น วิธีการแบบนี้เรียกว่า เป็นวิธีการที่ทำให้ผู้เข้าร่วมเวที “ งง ๆ เบลอ ๆ มีคำถามไว้ก่อน” เอ๊ะ! ก่อน…แล้วสุดท้ายจะ อ๋อ! ว่างั้นเถอะ ส่วนจะอ๋อ! (หรือจะเอ๋อ! ไปเลย) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการและฝีมือของวิทยากร “ท่านไม่ต้องกังวลใจ ขอให้ท่านมาด้วยใจ มาช่วยเติมเสริมซึ่งกันและกัน ขอให้ท่านมีใจมุ่งมั่นจะเป็นทุนที่สำคัญที่สุด ทุกอย่างเราสามารถจะเริ่มต้นตรงจุดไหนก็ได้ กระบวนการที่เราจะมาเรียนรู้ร่วมกัน ผมเป็นเพียงมาช่วยท่านตั้งคำถามสร้างกระบวนการให้ท่านได้คิด ได้ ปิ้งแว็ป! ขอให้ท่านเรียนรู้ด้วยความผ่อนคลายและสบายใจ เรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ขอให้ท่านกลับไปโดยได้ประโยชน์การออกแบบการเรียนรู้เป็นเรื่องค่อนข้างไม่ง่าย วิทยากรส่วนใหญ่จะบรรยาย ได้เอกสาร แต่กลับไปก็เอาไปขึ้นหิ้ง ดังนั้น จึง คิดว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ “การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม” บางช่วงจะพาท่านทำกิจกรรม บางช่วงเรามีหนังมาให้ดู แต่ขอให้ดูแล้วตีเป็นความรู้ ฟังให้เป็นความรู้ใหม่ของเราเราต้องเรียนรู้ให้สนุก เรียนให้มีความสุข แล้วถอยกลับมาในหลักการ.. ถ้าเราเข้าใจเรื่องการเรียนรู้ ความคิดเราจะไม่แข็งตัว ต้องเปิดกว้างยืดหยุ่น เปิดใจพร้อมที่จะรับ ถ้าเรายังแข็งอยู่เราจะเจอปัญหาอย่างแน่นอนการออกแบบการเรียนรู้ โดยการเอางานของท่านเป็นตัวตั้ง เอางานของท่านมาตรวจสอบว่างานที่ท่านทำมันรัดกุมมันรอบคอบหรือมีทางเลือกอื่นหรือไม่ ถ้าเรามีหลักมีแนวคิด เราสามารถนำมาเทียบเคียงหาวิธีที่ดีที่สุด” เป็นคำพูดของอาจารย์ ที่อธิบายให้กับผู้เข้าร่วมเวทีให้เข้าใจถึงที่มาของการไม่มีกำหนดการและวิธีการเรียนรู้ร่วมกันในเวทีกระบวนการแบบนี้วิทยากรจะต้องแน่มาก ๆ ต้องใจเย็น ใช้ความช้า อดทน ความลุ่มลึก ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์และทั้งใจรวมเข้าไปอยู่ในกระบวนการ เพราะคนแต่ละคนมีพื้นฐานต่างกัน ทั้งฐานคิด ฐานความรู้ ฐานอารมณ์ (รวมถึงฐานันดร ด้วยหรือเปล่า…) อีกทั้งยังเป็นกลุ่มการเรียนรู้ที่เป็นผู้พิการ วิทยากรต้องออกแบบกระบวนการให้เป็นที่น่าสนใจของผู้เข้าร่วม ต้องมีแรงดึงดูดใจให้ทุกคนมองและคิดไปในทางเดียวกันและเดินไปด้วยกัน เรียกว่า “ต้องร่วมคิด ร่วมทำ ไปพร้อมกัน”ในส่วนของผู้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้แบบนี้ จะต้องเป็นคนที่มีความ “ตื่นตัว ตื่นรู้ อยากรู้ อยากเห็น อยากมีส่วนร่วม” แล้วจะทำอย่างไรล่ะ จึงจะทำให้ผู้เข้าร่วมเป็นอย่างที่ว่า นี่แหละ! คือโจทย์ที่ท้ายทายคนที่เป็นวิทยากร เวทีครั้งนี้ เน้นให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้ เรื่องการ “การจัดการความรู้” การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง” โดยการเรียนรู้ผ่านสื่อภาพยนต์ เรื่อง “ครูใหญ่เกาหลี” เมื่อทำกิจกรรมแล้วจะมีการแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็น “ได้เรียนรู้อะไรจากการดูภาพยนต์” กระบวนการแบบนี้เรียกว่า “การเรียนรู้ผ่านสื่อ ผ่านกิจกรรม” ทำกิจกรรมแล้ววิทยากรจะชวนถอดความรู้ ถอดบทเรียนจากกิจกรรมโดยให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และตบท้ายด้วยวิทยากรช่วยเติมเต็มและให้หลักการ วิธีการแบบนี้ผู้เข้าร่วมจะมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะต้องเข้ากระบวนการคิด กระบวนการมีส่วนร่วม ทุกความคิดเห็นของทุกคนมีค่า ไม่มีผิดไม่มีถูก วิทยากรจะพูดให้กำลังใจแผนผู้เข้าร่วมเป็นระยะ เช่น บางคนไม่กล้าพูด ไม่กล้า แสดงออก วิทยากร และเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็จะช่วยกันให้กำลังใจเรียกว่า “เชียร์ ให้พูด”“พูดอะไรก็ได้ ขอให้พูดเถอะ…” พอได้พูดครั้งที่หนึ่งแล้ว ครั้งที่สองจะเหลือเหรอ ก็ชักมันละสิ… นี่แหละ! เรียกว่า ความเป็น“กัลยาณมิตรของกลุ่มการเรียนรู้ เป็นกลุ่มการเรียนรู้ที่มีพลัง มีความสุข ทุกคนจะต้องดูแลซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรกัน มีความเสียสละ มีความเห็นใจกับคนที่ยังตามเพื่อนไม่ทัน มีการกระตุกกระตุ้นซึ่งกันและกัน เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน “ได้ความรู้ ได้แนวคิดไปใช้ทำงานต่อ ได้เพื่อน ได้ความหนุกหนาน ได้อารมณ์ ได้ความสุข…” “ ดีจังเลยครับเวทีแบบนี้ เคยไปเวทีอื่น ได้แต่นั่งฟังอย่างเดียววิทยากรก็พูดไป แต่เวทีนี้ได้ทำกิจกรรมและมีส่วนร่วมตลอด สนุกและได้ความรู้ อยากให้เพื่อน ๆ ได้มาเวทีแบบนี้บ้าง ถ้ามีเวทีอีกคราวหน้าไม่ชวนผม ผมจะโกรธ…” เป็นอีกเสียงหนึ่งที่สะท้อนจากความรู้สึก ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเวที ตอนที่มีการประเมินเวทีก่อนการปิดเวทีการเรียนรู้ครั้งนี้ กระบวนแบบนี้จะถือว่าเป็นกระบวนการที่เยี่ยมยอดหรือไม่ (หรือเปล่า) แต่สิ่งที่เห็น คือ การทำให้คนมีข้อสงสัย ถือว่าเป็นกุศโลบาย ที่ทำให้คนอยากรู้ เมื่ออยากรู้ก็จะมีการตั้งคำถาม เข้าตามหลักการการเรียนรู้ที่ว่า “การตั้งคำถามเป็นที่มาของการเรียนรู้” แต่! ทุกอย่างมักจะมีสองขั้ว หรือมีขาวและดำ บางคนเห็นแล้วอยากจะรู้ แต่จะมีอีกบางประเภทที่เข้าไม่เข้าแล้วก็ไม่อยากจะถามอีก (ต่างหาก) ประเภทหลังนี่เรียกว่า “บุคคลที่ไม่ฝักใฝ่การเรียนรู้” แต่ หากเขาผู้นั้น เป็นคนที่มีฐานของความเป็นผู้อยากเรียนรู้ รับรองวิธีนี้ ได้ผลแน่นอน ขอรับรองด้วยฝีมือวิทยากร คุณจะเป็นอะไรก็ช่าง จะเป็นช่างอะไรก็ตาม หากคุณอยากเป็นผู้ที่ฝักใฝ่การเรียนรู้ คุณจะต้องเป็นหลายช่าง… ช่างคิด ช่างถาม ช่างฝัน ช่างจินตนาการ ช่างสงสัย ช่างตั้งคำถาม … ขอให้เป็นได้ทุกช่าง ยกเว้น! ช่างมัน (เถอะ). “การเรียนรู้ไม่มีกำหนดการ” ความรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความรู้อยู่ในตัวเรา ความรู้อยู่รอบๆ ตัวเรา ความรู้มีอยู่ทุกที่ทั้งในโลกและนอกโลก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านั้นมาเป็นความรู้ แล้วนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร (เรื่องนี้ต้องอาศัยเครื่องมือการเรียนรู้) การเรียนรู้แบบอิสระ แบบผ่อนคลาย แบบมีส่วนร่วม จะได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความสุข ได้หลายๆ อย่างไปพร้อมกัน เมื่อเป็นดังนี้แล้ว “คุณยังจะถามหากำหนดการอีกหรือไม่”. คำแนะนำ : กระบวนการแบบนี้ใช้กับกลุ่มการเรียนรู้ที่เป็นคนปกติทางร่างกาย (ไม่พิการ) ก็ได้ด่ะ ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่สงวนลิขสิทธิ์ คำเตือน : หากคุณยังเป็นวิทยากรมือใหม่หัดขับ ขอให้ระมัดระวังในการนำกระบวนการแบบนี้ไปใช้ หากไม่ระวังอาจถึงชีวิต อิ ๆ ๆ ๆ *****************************************
การเรียนรู้ไม่มีกำหนดการ
งง..กำหนดการไม่มี
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นวลทิพย์ · 16 ม.ค. 2550
Asst.Prof. Srirat J. · 16 ม.ค. 2550
ดร.อุทัย อันพิมพ์ · 16 ม.ค. 2550
นางสาว สุวดี มีมาก · 16 ม.ค. 2550