แนะนำโครงการโดยย่อ  

เพื่อให้ทุกท่านมีพื้นฐานที่เข้าใจเรื่องราวต่อไป จึงขอแนะนำโครงการและอื่นๆเป็นข้อมูลพื้นฐาน

 

·       ชื่อโครงการ โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมในเขตปฏิรูปที่ดินด้วยการพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสาน ระยะที่ 1” เรียกสั้นๆว่า คฟป. มีพื้นที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม สกลนครและมุกดาหาร เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึงเดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2550 นี้

·       เป็นโครงการเงินกู้จากประเทศญี่ปุ่น (JBIC) อันเนื่องมาตั้งแต่สมัยเศรษฐกิจตกต่ำปี พ.ศ. 2540 โดยมี 3 หน่วยงานหลักเป็นผู้ดำเนินงานคือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด บริษัทที่ปรึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชนคือมูลนิธิหมู่บ้าน

·       กิจกรรมหลักที่ดำเนินการคือ

1)      การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนและเครือข่าย

2)      การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ เช่น ประเภทแหล่งน้ำ คือ สระน้ำประจำไร่นา สระสาธารณะ การขุดลอกห้วยหนอง คลอง การก่อสร้างงานสูบน้ำเพื่อการชลประทานห้วยบางทราย ประเภทถนน สะพาน คือ ถนนสายหลัก สายซอย และถนนเข้าแปลงนา สะพานเชื่อมต่อถนนดังกล่าว

3)      การพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสาน โดยเน้นการพึ่งตนเองด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง

4)      การฟื้นฟูธรรมชาติ สภาพแวดล้อม และอนุรักษ์ดินและน้ำ

5)      การสนับสนุนก่อตั้งตลาดชุมชน

·       ผู้รับผิดชอบโครงการนี้คือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ถนนราชดำเนิน กทม.

  ความตั้งใจของงานเขียน   งานเขียนที่ชื่อ เรื่องเล่าจากดงหลวง มีสาระหลักจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ที่ผู้เขียนรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการโครงการประจำพื้นที่ เมื่อทำงานก็มีมุมมองในฐานะผู้ปฏิบัติและผู้บริหารโครงการที่คลุกคลีกับคน พื้นที่ สถานการณ์ เงื่อนไข เห็นประเด็น รับรู้ความคิดความรู้สึกชาวบ้าน เผชิญปัญหาอุปสรรค ฯ และแบกรับภารกิจ จึงต้องการบันทึกสิ่งที่พบเห็น บางเรื่องบางตอนอาจจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ในอดีต ผู้เขียนก็จะนำประสบการณ์นั้นๆมาเชื่อมต่อด้วย เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของสาระที่ผู้เขียนตั้งใจ   เรื่องเล่าจากดงหลวง จึงไม่ใช่งานทางวิชาการ แต่พยายามอ้างอิงวิชาการเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้เพราะคำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับ และอาจจะมีผู้สนใจนำไปศึกษาต่อและก่อประโยชน์ขยายออกไปก็จะเป็นบุญกุศลแก่ผู้เขียน  

ใช้รูปแบบการเขียนแบบบันทึก ที่พยายามทำให้สั้นๆได้ใจความ ขยายความพอเข้าใจ ที่อาจเรียกว่าการพรรณนาโดยสรุป ซึ่งผู้เขียนเคยชินกับการเขียน Memo และใช้ช่วงเวลา ก่อนนอน หรือวันหยุดต่างๆ เขียนซึ่งต้องการสมาธิประกอบกับการทำหน้าที่อื่นๆที่เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องในครอบครัว สังคม จึงไม่กะเกณฑ์ตัวเองว่าจะต้องเขียนแบบส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ ซึ่งบางครั้งเงื่อนไขของเวลาจะมีผลต่องานเขียนไป

  การลำดับเรื่อง   จะไม่ลำดับเรื่อง แต่จะเขียนตามสิ่งที่ประสบและเกิดประเด็นขึ้นมา ในเวลาปัจจุบัน ท่านที่เพิ่งอ่านในเรื่องหลังๆ อาจจะต้องย้อนไปลำดับแรกๆบ้าง   ท่านผู้อ่านทุกท่านสามารถแสดงความคิดเห็นและแนะนำผู้เขียนได้ ด้วยความยินดียิ่ง