โภคสังหรเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ
เรื่องเปรตรวบรวมโภคะ
(เวลากลางคืน หญิงเปรต ๔ ตน ถูกทุกข์ครอบงำ จึงพากันร้องไห้รำพึงรำพันด้วยเสียงดังอย่างน่ากลัวว่า)
[๘๐๑] พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น พวกเรากลับได้รับทุกข์ (เหตุที่เปรตเหล่านั้นได้รับทุกข์ เพราะรวบรวมโภคะไว้มากโดยทางทุจริต แล้วไม่นำไปทำประโยชน์แก่ใคร ตายไปแล้วมาเกิดเป็นเปรต ร้องโหยหวน เสียดายทรัพย์เมื่อเห็นผู้อื่นใช้สอยทรัพย์ของตน)
โภคสังหรเปตวัตถุที่ ๑๔ จบ
--------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔
๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ
อรรถกถาโภคสังหรณเปติวัตถุที่ ๑๔
เรื่องนางโภคสังหรณเปรตนี้ มีดังนี้.
เรื่องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ได้ยินว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร หญิง ๔ คนในกรุงราชคฤห์ ทำการค้าขายด้วยเนยใส น้ำผึ้ง น้ำมันและข้าวเปลือกเป็นต้นด้วยเครื่องนับโกงเป็นต้น รวบรวมโภคะเลี้ยงชีพโดยไม่แยบคาย. เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก หญิงเหล่านั้นไปบังเกิดเป็นนางเปรต อยู่ที่หลังคูนอกเมือง.
ในเวลากลางคืน นางเปรตเหล่านั้นถูกความทุกข์เข้าครอบงำ ร้องบ่นเพ้อด้วยเสียงขรมน่าสะพึงกลัว ด้วยคาถาว่า :-
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น แต่พวกเรากลับมีส่วนแห่งทุกข์.
มนุษย์ทั้งหลายฟังเสียงนั้นแล้วกลัวสะดุ้งตกใจ เมื่อราตรีสว่าง ตระเตรียมมหาทานเพื่อภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน นิมนต์พระศาสดาและภิกษุสงฆ์ อังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะอันประณีต เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว นำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงกราบทูลให้ทรงทราบถึงเรื่องนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า อุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลาย เสียงนั้นไม่มีอันตรายอะไรๆ แก่ท่านทั้งหลาย ส่วนเปรตทั้ง ๔ ตนนั้นถูกความทุกข์ครอบงำ กล่าวถึงกรรมที่ตนทำชั่ว ร้องไห้เสียงร่ำไร พลางกล่าวคาถานี้ว่า:-
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้ โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น แต่พวกเรากลับเป็นผู้มีส่วนแห่งทุกข์.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคาถาที่นางเปรตนั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ จึงตรัสประวัติของนางเปรตเหล่านั้น แล้วทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุแล้ว ทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว ทรงประกาศสัจจะสูงๆ ขึ้นไป.
ในเวลาจบสัจจะ ชนเป็นอันมากบรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาโภคสังหรณเปติวัตถุที่ ๑๔
-----------------------------------------------------