พระเทพวงศา หรือ เจ้าอุปราชก่ำ ซึ่งเป็นพระโอรสของ เจ้าพระวรราชภักดี พระนัดดา พระเจ้าสุวรรณปาง คำ ที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ สุวรรณปางคำ ขึ้นเป็น พระเทพวงศา ( เจ้าก่ำ ) เจ้าผู้ครอง เมืองเขมราษฎร์ธานี พระองค์แรก

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกก่งดงพะเนียง เป็นเมืองเขมราษฎร์ธานี มีฐานะเทียบเท่าหัวเมืองชั้นเอกขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ตามที่พระพรหมวรราชสิริยวงศากราบทูล และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดก่ำ บุตรชายคนโตของพระวอจากเมืองอุบลราชธานี มาเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ได้รับสถาปนาเป็นพระเทพวงศา (ก่ำ)

มีบุตร 4 คน คือ 1.พระเทพวงศา (บุญจันทร์)(2371-2395), 2.พระเทพวงศา (บุญเฮ้า)(2396-2408) , 3. ท้าวชำนาญไพรสณฑ์ (แดง) มียศเป็นพระกำจรจาตุรงค์ ได้เป็นเจ้าเมืองวารินชำราบ(บ้านนากอนจอ) 4.นางหมาแพง , พระเทพวงศา (บุญจันทร์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวบุญสิงห์ และท้าวบุญชัย ต่อมา ท้าวบุญสิงห์ได้เป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 4 มียศเป็นพระเทพวงศา (บุญสิงห์)(2408-2428)(ต้นตระกูล อมรสิน และ อมรสิงห์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวเสือและท้าวพ่วย ซึ่ง ท้าวพ่วย ได้รับแต่งตั้งเป็น ท้าวขัตติยะ และเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 5 ที่ตำแหน่ง พระเทพวงศา (พ่วย)(2428-2435) ส่วน ท้าวเสือ ได้รับยศเป็น ท้าวจันทบุฮมหรือจันทบรม และได้รับโปรดเกล้า เป็น พระอมรอำนาจ เจ้าเมืองอำนาจเจริญ ในปี พ.ศ. 2401

พระเทพวงศา หรือ เจ้าอุปราชก่ำ ซึ่งเป็นพระโอรสของ เจ้าพระวรราชภักดี พระนัดดา พระเจ้าสุวรรณปาง คำ ที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ สุวรรณปางคำ ขึ้นเป็น พระเทพวงศา ( เจ้าก่ำ ) เจ้าผู้ครอง เมืองเขมราษฎร์ธานี พระองค์แรก

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกก่งดงพะเนียง เป็นเมืองเขมราษฎร์ธานี มีฐานะเทียบเท่าหัวเมืองชั้นเอกขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ตามที่พระพรหมวรราชสิริยวงศากราบทูล และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดก่ำ บุตรชายคนโตของพระวอจากเมืองอุบลราชธานี มาเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ได้รับสถาปนาเป็นพระเทพวงศา (ก่ำ)

มีบุตร 4 คน คือ 1.พระเทพวงศา (บุญจันทร์)(2371-2395), 2.พระเทพวงศา (บุญเฮ้า)(2396-2408) , 3. ท้าวชำนาญไพรสณฑ์ (แดง) มียศเป็นพระกำจรจาตุรงค์ ได้เป็นเจ้าเมืองวารินชำราบ(บ้านนากอนจอ) 4.นางหมาแพง , พระเทพวงศา (บุญจันทร์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวบุญสิงห์ และท้าวบุญชัย ต่อมา ท้าวบุญสิงห์ได้เป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 4 มียศเป็นพระเทพวงศา (บุญสิงห์)(2408-2428)(ต้นตระกูล อมรสิน และ อมรสิงห์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวเสือและท้าวพ่วย ซึ่ง ท้าวพ่วย ได้รับแต่งตั้งเป็น ท้าวขัตติยะ และเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 5 ที่ตำแหน่ง พระเทพวงศา (พ่วย)(2428-2435) ส่วน ท้าวเสือ ได้รับยศเป็น ท้าวจันทบุฮมหรือจันทบรม และได้รับโปรดเกล้า เป็น พระอมรอำนาจ เจ้าเมืองอำนาจเจริญ ในปี พ.ศ. 2401

พระเทพวงศา หรือ เจ้าอุปราชก่ำ ซึ่งเป็นพระโอรสของ เจ้าพระวรราชภักดี พระนัดดา พระเจ้าสุวรรณปาง คำ ที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ สุวรรณปางคำ ขึ้นเป็น พระเทพวงศา ( เจ้าก่ำ ) เจ้าผู้ครอง เมืองเขมราษฎร์ธานี พระองค์แรก

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกก่งดงพะเนียง เป็นเมืองเขมราษฎร์ธานี มีฐานะเทียบเท่าหัวเมืองชั้นเอกขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ตามที่พระพรหมวรราชสิริยวงศากราบทูล และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดก่ำ บุตรชายคนโตของพระวอจากเมืองอุบลราชธานี มาเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ได้รับสถาปนาเป็นพระเทพวงศา (ก่ำ)

มีบุตร 4 คน คือ 1.พระเทพวงศา (บุญจันทร์)(2371-2395), 2.พระเทพวงศา (บุญเฮ้า)(2396-2408) , 3. ท้าวชำนาญไพรสณฑ์ (แดง) มียศเป็นพระกำจรจาตุรงค์ ได้เป็นเจ้าเมืองวารินชำราบ(บ้านนากอนจอ) 4.นางหมาแพง , พระเทพวงศา (บุญจันทร์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวบุญสิงห์ และท้าวบุญชัย ต่อมา ท้าวบุญสิงห์ได้เป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 4 มียศเป็นพระเทพวงศา (บุญสิงห์)(2408-2428)(ต้นตระกูล อมรสิน และ อมรสิงห์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวเสือและท้าวพ่วย ซึ่ง ท้าวพ่วย ได้รับแต่งตั้งเป็น ท้าวขัตติยะ และเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ลำดับที่ 5 ที่ตำแหน่ง พระเทพวงศา (พ่วย)(2428-2435) ส่วน ท้าวเสือ ได้รับยศเป็น ท้าวจันทบุฮมหรือจันทบรม และได้รับโปรดเกล้า เป็น พระอมรอำนาจ เจ้าเมืองอำนาจเจริญ ในปี พ.ศ. 2401

 อ้างอิง https://www.thepwongsapattana.com/2021/05/blog-post_1.html