"ประเพณีบุญบั้งไฟ ของคนอีสาน" เป็นวัฒนธรรมและความเชื่อที่มีต่อประเพณีบั้งไฟของคนอีสาน ที่เรียกว่า “บุญบั้งไฟ”หรือ“บุญเดือนหก” ซึ่งสรุปได้ 2 ประการคือ 1) เป็นเดือนที่เป็นวันคล้ายวัน “ประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน”ของพุทธเจ้า องค์ประกอบหลักในบุญเดือนหกนี้ จึงเกี่ยวข้องอยู่กับพระพุทธศาสนา “บั้งไฟ” คือความดีเชิงอุปกรณ์ที่ชาวพุทธใช้บูชาคุณของพระพุทธเจ้า ดังจะเห็นได้จากวรรณกรรมอีสานเรื่อง“ผาแดง–นางไอ่” ที่ได้ปรากฏกำหนดการจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเรื่อง“พญาคันคาก ” ที่ปรากฏว่าเป็นตำนานชาดกอีสานที่เล่าถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าในฐานะเป็นพระโพธิสัตว์ 2) เป็นช่วงที่ชาวอีสานกำลัง จะะเข้าสู่ฤดูลงนา และเลยเดือนหกไปคือเดือนเจ็ดก็เป็นเดือนที่ชาวอีสานจะต้องเลี้ยงผี เช่น ผีปู่ตา เพราะความที่ชาวอีสานเคยนับถือลัทธิถือผี ได้แก่ “ลัทธิผีแถน”มาก่อนนั้น การบูชาผีด้วยบั้งไฟก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ “ไฟ” คือวัตถุที่ใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องบวงสรวง บูชา ที่เรียกว่า “อามิสทาน” มีดอกไม้ ธูปเทียน ของหอม และน้ำมัน เป็นต้น - ความเชื่อลัทธิถือผีในศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา จึงมีความสัมพันธ์กันบนพื้นฐานธรรมชาติเรื่องน้ำฝน จนก่อให้เกิดพิธีกรรมและกิจกรรมบุญบั้งไฟ บุญบั้งไฟตามความเข้าใจของคนอีสานจึงหมายถึง ดอกไม้ไฟที่มีขนาด สัดส่วนตามความเหมาะสมต่อการใช้งาน ทั้งจุดขึ้นฟ้าและจุดให้เสียงดัง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีพิธีบูชาแถนเพราะเป็นการแสดงความเคารพหรือส่งสัญญาณไปยังแถน และมีบทบาทต่อวิถีชีวิตแบบผสมผสานของการบรวงสรวงแถน และบูชาคุณของพระพุทธเจ้าในที่สุด" “บรรยากาศ ขบวนแห่บั้งไฟ”(ระดับหมู่บ้าน) “บรรยากาศ..ความพร้อมใจกัน ของชาวบ้าน” ชาวบ้าน ได้พากันออกมาเล่นสนุกสนาน เล่นโคลนตม (ไม่ว่าจะเป็นเด็กและผู้ใหญ่) ภายใน"งานจุดบั้งไฟขอฝน บูชาพญาแถน"(ตามความเชื่อ) .