1.ความรู้สึกที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความรู้ใหม่ที่ได้รับในเรื่องของอุปกรณ์ช่วยการสื่อสารและการได้ยิน ช่วงระหว่างเรียนมีกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลของแจกทำให้รู้สึกสนุกสนานและตื่นตัวตลอดช่วงการสอน และมีแลปกลุ่มให้ช่วยกันตอบคำถามทำให้ได้ทบทวนความรู้ที่เรียนมา รู้สึกประทับใจมากๆเลยค่ะ และขอขอบคุณอาจารย์สมจิตร รวมสุข ที่ได้มาบรรยายสอนให้ความรู้และพาเดินดูแผนกกิจกรรมบำบัดและแผนกเวชศาสตร์การสื่อความหมาย ทำให้มองเห็นภาพรวมในการบริการภายในโรงพยาบาลได้ชัดเจนมากขึ้น
2.สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
Assistive technology(AT) คือ เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคคลซึ่งอาจมีความบกพร่องด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ซึ่งสิ่งที่เรียนวันนี้จะเน้นไปที่อุปกรณ์ช่วยด้านการได้ยิน และอุปกรณ์ช่วยด้านการสื่อความหมาย และบทเรียนสำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือ การสื่อสารทางเลือก(Augmentative Alternative Communication : ACC)
ประเภทของคนที่มีปัญหาด้านการได้ยินและสื่อความหมาย
- ผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองมีปัญหาด้านภาษาและการพูด
- ผู้ป่วยที่พูดไม่ชัด
- ผู้ป่วยเสียงแหบ เสียงห้าว เสียงลมแทรก
- ผู้ป่วยพูดติดอ่าง
- ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและการสื่อสาร
คนพิการทางการได้ยิน
แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ หูตึง และหูหนวก ซึ่งเครื่องช่วยฟังสำหรับการได้ยิน มีหลายหลายมาก เช่น
- เครื่องช่วยฟังแบบกล่อง
- เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู
- เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหู
- เครื่องช่วยฟังระบบ FM แบบไร้สาย
- ฯลฯ
วิธีการดูแลอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
- หลีกเลี่ยงการวางไว้ในที่ร้อน ระวังไม่ให้เปียกและอย่าให้เครื่องตก
- ห้ามใช้ แอลกอฮอร์ ทินเนอร์ หรือ อีเทอร์ ในการเช็ดทำความสะอาด เพราะจะทำให้พลาสติกที่หุ้มตัวเครื่องละลาย
- หากมีเหงื่อมาก ให้ถอดถ่านออกจากตัวเครื่องแล้วเก็บใส่กล่องดูดความชื้น
- ห้ามใช้ถ่านนาฬิกา
คนพิการทางการสื่อความหมาย
บุคคลที่มีข้อจำกัดในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน หรือไม่สามารถมีส่วนร่วมในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น
- ผู้ป่วยไร้กล่องเสียง
- ผู้ป่วยเด็กสมองพิการ
- ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
- ฯลฯ
ซึ่งอุปกรณ์ช่วยการสื่อสารมีหลากหลายเช่นกัน เช่น
- กระดานสื่อสาร
- บัตรภาพ/บัตรคำ
- อุปกรณ์ช่วยการสื่อสารแบบบันทึกและเล่นเสียง
- Talking switch
- เครื่องช่วยพูด
- ฯลฯ
การสื่อสารทางเลือก(Augmentative Alternative Communication : ACC)
เป็นการสื่อสารที่นำมาทดแทนการพูดหรือการเขียน เพื่อลดปัญหาความคับข้องใจที่ไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ โดยจะมีทีมสหวิชาขีพคอยดูแล ดังนี้
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
- พยาบาล
- นักแก้ไขการพูด : มีบทบาทในการประเมินและเลือกใช้ AAC ที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย และฝึกให้ผู้ป่วย/ผู้ดูแลเรียนรู้วิธีการใช้ AAC
- นักกายภาพบำบัด
- นักกิจกรรมบำบัด
- จิตแพทย์
โดยประเภทของการสื่อสารแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ
- ไม่มีเทคโนโลยี ได้แก่ ท่าทาง/ภาษากาย การแสดงสีหน้า การกระพริบตา ภาษามือ(baby sign language และ deaf sign language)
- เทคโนโลยีขั้นต่ำ ได้แก่ รูปภาพ หนังสือ กระดาน
- เทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ application อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
3.ความรู้ที่ได้จะนำไปพัฒนาต่อยอดทางกิจกรรมบำบัด
ช่วยแนะนำ Assistive technology กับผู้รับบริการ รวมไปถึงการออกแบบการสื่อสารทางเลือกให้กับผู้รับบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมในขีวิตประจำวันและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้
ผู้จัดทำ : 6423007 พราวพัชระ บริสุทธิ์ธนกุล