หนังสือ Uncertainty : Turning Fear and Doubt into Fuel for Brilliance (2011) เขียนโดย Jonathan Fields   บอกว่า  ความไม่แน่นอนมาคู่กับความกลัว    หากเราต้องการทำงานที่สร้างสรรค์และงานยากๆ ต้องมีวิธีเผชิญความไม่แน่นอนและเอาชนะความกลัว   

โดยหมั่นฝึกความเข้มแข็งของจิตใจ    และเปิดรับคำแนะนำป้อนกลับ (feedback)   หรือจะยิ่งดี หากเราแสวงหาคำแนะนำป้อนกลับเอามาใช้งาน   ซึ่งหมายความว่า เราต้องฝึกใจให้เปิดรับข้อมูลและความเห็นที่ไม่ถูกใจเรา    รับแล้วนำมาใคร่ครวญสะท้อนคิดต่อด้วยมุมมองที่ต่างไปจากความเคยชินของเรา   

ผมมีประสบการณ์ส่วนตัว    ว่าความเข้มแข็งของจิตใจ ไม่หวั่นไหวไปตามแรงกดดันภายนอก ขึ้นกับความแข็งแรงของร่างกายด้วย    การออกกำลังแบบแอโรบิก วันละ ๓๐ นาที ช่วยได้มาก   

นอกจากออกกำลังกายแล้ว การออกกำลังจิตใจโดยการปฏิบัติสติภาวนา หรือสมาธิภาวนา ก็ช่วยได้มากเช่นกัน   มันช่วยให้เราเลือกสนใจเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องหรือมีความสำคัญ    แยกเรื่องกวนใจออกไปเสีย    ซึ่งก็คือ ช่วยสมรรถนะพุ่งเป้าความสนใจนั่นเอง   หนังสือแนะนำ attention training   

อีกวิธีหนึ่งคือ Zooming out   หรือ cognitive reappraisal   คือหันมามองภาพใหญ่ของสถานการณ์ในชีวิต   ที่จะช่วยลดความวิตกกังวลลงไปได้   

สรุปว่า ความกล้าเสี่ยง หรือกล้าเผชิญความไม่แน่นอน เป็นเรื่องของการฝึกพลังใจ (mental exercise)  

นิสัยและความกล้าเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่สมัยนี้เรียกว่านวัตกรรม   ต่อจากกล้าเสี่ยงคือทนฟันฝ่า ไม่ท้อถอยหรือยอมแพ้ง่ายๆ    ที่เรียกว่า grit  หรืออิทธิบาท ๔ นั่นเอง   

วิจารณ์ พานิช 

๑๙ ก.ค. ๖๖