โครงการส่งเสริม Quality time ในครอบครัว
จากการเรียนในรายวิชา PTOT 262 health promotion and prevention across life span กลุ่มอยากนอนได้ถูกมอบหมายงานให้ออกแบบโครงการเพื่อพัฒนาชุมชน ซึ่งเมื่อได้พูดคุย ปรึกษาและหาข้อมูลกลุ่มของพวกเราก็เกิดความสนใจในเรื่องของ Quality time เนื่องจากสิ่งนี้สามารถกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้วนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีได้ โครงการส่งเสริม Quality time ในครอบครัวจึงเกิดขึ้น
Wind up -ที่มา
ปัจจุบันนี้หลายครอบครัวมักจะไม่มีเวลาในการอยู่ร่วมกันเนื่องจากหน้าที่การงานและอื่นๆ ซึ่งจากวิจัยหลายวิจัย ไม่ว่าจะงานวิจัยของ CTUS ที่กล่าวว่าการที่พ่อแม่มีเวลาในการใส่ใจลูก ลูกมักจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และงานวิจัยของ IMPACT OF TIME SPENT IN PARENTS-CHILDREN COMMUNICATION ON CHILDREN MISCONDUCT ก็กล่าวไว้ว่าการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวมีผลต่อพฤติกรรมเกเรของเด็ก
นอกจากนี้จากข่าว 3 ชั่วโมงครอบครัวไทยใช้เวลาร่วมกันของคมชัดลึก แสดงให้เห็นว่าครอบครัวไทยมีเวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้นเฉลี่ยจาก 2 ชั่วโมงเป็น 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นกลับขาดการสื่อสารเชิงบวก ไม่ได้สร้างความรักและความผูกพันธ์ให้กัน สิ่งที่เกิดขึ้นมีทั้งการทะเลาะเบาะแว้งและการทำร้ายกันในครอบครัวซึ่งเราสามารถลดปัญหานี้ลงได้ด้วยการสร้าง Quality time ในครอบครัว กลุ่มอยากนอนจึงเกิดความสนใจอยากทำโครงการเกี่ยวกับ Quality time หรือเวลาคุณภาพ เป็นการสร้างการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัวและสร้างความเข้าใจกันในแต่ละช่วงวัย มีการสื่อสารทั้ง 2 ทาง โดยเฉพาะเด็กเล็กต้องดูแลใกล้ชิดและเหมาะสมซึ่งจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันแก่เด็กเมื่อโตขึ้น
แหล่งที่มา
- https://assets.researchsquare.com/files/rs-1561259/v1_covered.pdf?c=1650561978
- https://www.researchgate.net/publication/287956378_Impact_of_time_spent_in_parents-children_communication_on_children_misconduct
- https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/270828
Hurdle -ความท้าทาย
-เราจะจัดโครงการอย่างไรให้ผู้คนเข้าถึงและสามารถเข้าใจ Quality time ได้มากที่สุด
-เราจะออกแบบกิจกรรมอย่างไรให้ครอบคลุมบริบทที่พบในครอบครัว เช่น เลิกงานดึกมากจึงไม่มีเวลาดูแลลูก ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างการอยู่ในชุมชนที่ไม่มีสวนสาธารณะ บ้านหลังเล็กไม่มีพื้นที่ให้เล่น เป็นต้น
Vision -การแก้ปัญหา
มีการจัดทำอินโฟกราฟฟิคเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการทั้งยังสามารถโหลดเก็บไปอ่านที่บ้านได้ ตัวโครงการเน้นออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทต่างๆเพื่อเสนอให้กับผู้ที่สนใจ เช่น แนะนำให้ผู้ปกครองที่ทำงานตั้งแต่เช้ามืดแต่มีเวลาช่วงเย็นทำอาหารเย็นร่วมกับลูกและนั่งรับประทานพร้อมกัน, ให้ผู้ปกครองที่ทำงานเลิกดึกพาลูกไปส่งโรงเรียนและพูดคุยกัน, ให้ลูกมาช่วยทำงานบ้านด้วยกัน เป็นต้น เปิดโอกาสให้ผู้คนที่เข้ามาร่วมโครงการได้ลองมีส่วนร่วมในการสร้าง Quality time ง่ายๆเพื่อสร้างความเข้าใจและได้สัมผัสกับ Quality time โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก อย่างการหยิบยกเกม UNO มาให้ครอบครัวได้ลองเล่นและทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น
Option -คู่แข่ง
จากการสำรวจพบว่ามีโครงการที่จัดทำเกี่ยวกับ Quality time ในต่างประเทศอยู่ 2 งาน คือ Lack of Family Quality Time และ Working Time Flexibility and Parental ‘Quality Time’ Spent with Children ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้มีการออกแบบกิจกรรมไว้คร่าวๆแต่ไม่ได้ครอบคลุมบริบทบางอย่าง เช่น ไม่มีกิจกรรมสำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาทั้งวัน เป็นต้น และโครงการที่กล่าวมายังเน้นการทำวิจัยคำนวณสถิติมากกว่าการลงชุมชนทำให้กลุ่มคนที่ยังขาดความรู้เกี่ยวกับ Quality time เข้าถึงได้ยาก
แหล่งที่มา
- https://www.csun.edu/~vcrec004/rtm300/GroupProjectsS07/Project%2011%20Qaulity%20Family%20Time.pdf
- https://docs.iza.org/dp11507.pdf
Closing
พิจารณาปัญหาและหาแนวทางในการทำให้โครงการมีความยั่งยืนด้วยการใช้ PEO Model ดังนี้
- P (Person) ผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาเนื่องจากหน้าที่การงาน
- E (Environment) อาชีพ การทำงาน รูปแบบการใช้ชีวิตและรูปแบบบ้านของผู้ปกครอง
- O (Occupation) child rearing, family participation และ stress coping skill(เนื่องจากผู้ปกครองที่มีความเครียดสูงจะสร้าง Quality time ได้ไม่ดี)
กลุ่มอยากนอนจัดโครงการส่งเสริม Quality time ในครอบครัวตามชุมชนต่างๆโดยเริ่มจากภายในโรงเรียน ให้ผู้ปกครองได้พาเด็กมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ Quality time แม้กลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นผู้ปกครองแต่กิจกรรมที่เราจัดขึ้นนั้นทำให้ครอบครัวทั้งครอบครัวได้มีส่วนร่วมด้วยกันและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่จัดกิจกรรมให้แล้ว จากนั้นจึงพัฒนาให้มีช่อง Youtube และ Tiktok เพื่อให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ซึ่งช่องทางเหล่านี้นอกจากจะช่วยในการประชาสัมพันธ์โครงการแล้วยังสามารถหารายได้เพื่อนำมาเป็นต้นทุนในการจัดโครงการตามพื้นที่ต่างๆต่อไป นอกจากนี้หากมีบุคลากรเพียบพร้อมอาจจะมีการเปิดเพจใน Platform อื่นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและกระจายความรู้ต่างๆที่นอกเหนือจาก Infographic หนึ่งแผ่นในงานนิทรรศการ อีกทั้งยังสามารถพูดคุยถามตอบกับผู้ปกครองได้อีกด้วย
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรม
- ได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่มและการแบ่งงานในส่วนต่างๆให้เหมาะสม
- ได้ค้นคว้าหาสิ่งที่สนใจแล้วมาออกแบบ วางแผนเพื่อทำกิจกรรมให้สำเร็จ
- ได้เข้าใจวิธีในการออกแบบและสร้างนวัตรกรรม