พรรคอนาคตใหม่

พรรคอนาคตใหม่ (ย่อ: อนค.) เป็นอดีตพรรคการเมืองในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองประธานบริหารบริษัทไทยซัมมิท และปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และสมาชิกเดิมย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล
*ประวัติ
*ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล พร้อมทั้งผู้ร่วมจดจัดตั้งอีก 24 คน ยื่นจดแจ้งชื่อจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561
*ในการประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ธนาธรได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และปิยบุตรได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคคนแรก พรรคอนาคตใหม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีสถานะเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ช่วงที่เพิ่งก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้น ได้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค 2 กรณี คือ
-กรณีกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่ตัดขาดกับพรรคหลังถูกผู้บริหารสั่งให้ยุติการดำเนินกิจกรรมเนื่องจากพบความไม่โปร่งใส และกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งฝั่งธนบุรีไม่พอใจกับกระบวนการสรรหาผู้สมัครที่นำกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับผู้บริหารพรรคมาลงสมัคร
(ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค)
(ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค)
การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562
พรรคอนาคตใหม่ชนะ ส.ส. เขต 26 ที่นั่ง และได้คะแนนมหาชนมากเป็นอันดับสามรองจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย และยังเป็นพรรคที่ได้คะแนนมหาชนมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร หลังการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่แถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอีก 6 พรรค
*วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นำสมาชิกลงนามสัตยาบันยืนยันจุดยืนทางการเมืองของพรรค ซึ่งมีใจความว่า จะส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย คัดค้านระบอบรัฐประหาร
*วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562 นางจุมพิตา จันทรขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค จังหวัดนครปฐม เขต 5 ได้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากปัญหาสุขภาพ จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อมในเขตนั้น ผลปรากฏว่า เผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ชนะการเลือกตั้ง
| การเลือกตั้ง | จำนวนที่นั่ง | คะแนนเสียงมหาชน | สัดส่วนคะแนนเสียง | ผลการเลือกตั้ง | ผู้นำเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 2562 |
81 / 500
|
6,330,617 | 17.80% | ฝ่ายค้าน | ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ |
ยุบพรรค
การประท้วงที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ โดยตัวเลขที่ถูกขีดฆ่าหมายถึง จำนวนคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศที่เลือกให้กับพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกขีดทิ้ง
- ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง และห้ามจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง
-เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 สืบเนื่องจากกรณีที่นายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจำนวน 191 ล้านบาท ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไปในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง และห้ามจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง
โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคณะกรรมการบริหารพรรคได้ตั้งกลุ่มคณะขึ้นมาใหม่โดยให้ชื่อว่า คณะอนาคตใหม่ ภายในวันเดียวกัน (ต่อมาในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คณะอนาคตใหม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะก้าวหน้า" เพื่อเลี่ยงข้อกฎหมาย) ส่วน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งได้รับมอบเข็มกลัดผู้นำพรรคจากนายธนาธร จะเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ และจะนำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรครวม 55 คนเข้าสังกัดพรรคนั้น โดยจะมีการประกาศชื่อในวันที่ 8 มีนาคม โดยจะเป็นการย้ายเข้าไปสังกัดพรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับทาง กกต. ไว้แล้วก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคในช่วงต้นเดือนเมษายนเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค นโยบายพรรค และที่ทำการพรรค โดยจะย้ายออกจากอาคารไทยซัมมิทซึ่งเป็นอดีตที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการร้องเรียนได้ในอนาคต รวมถึงเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคและตราสัญลักษณ์พรรค ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายกันกับพรรคไทยรักษาชาติ โดยก่อนหน้านั้นในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563 กลุ่ม 55 ส.ส. จะประชุมเพื่อเลือกชื่อพรรคใหม่ โดยมีทั้งหมด 3 ชื่อคือ พรรคก้าวไกล พรรคไทยเท่าเทียม และพรรคอนาคตไทย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบในชื่อพรรคก้าวไกล โดย 55 ส.ส. จะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่พร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563 พร้อมกับประกาศชื่อพรรคใหม่ แต่ในวันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563 นายพิธาได้โพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเองว่า ตัวเองและเพื่อน ส.ส. อีก 54 คนจะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563 หรือ 1 อาทิตย์หลังจากประกาศชื่อพรรคใหม่
หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ การประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ในระยะแรกจึงเริ่มขึ้น เกิดการเดินขบวนในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยและโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศตั้งแต่นั้นมา
*นโยบาย
นโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่
*นโยบายฐานราก
การกระจายอำนาจ
รัฐสวัสดิการ
ลงทุนการศึกษา
*นโยบายเสาหลัก
การต่อต้านการผูกขาด
พัฒนาการขนส่งสาธารณะ
การส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร การแก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และการพักหนี้เกษตรกร
ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ส่งเสริมการปกครองแบบโปร่งใส
ยอมรับความหลากหลาย
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การเลิกการเกณฑ์ทหาร และการปฏิรูปกองทัพ
*สุดท้าย การล้างมรดกรัฐประหาร
*ฐานเสียง
พรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนต่อต้านรัฐประหารเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย แต่ฐานเสียงของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นกลุ่มที่อยู่นอกเหนือความขัดแย้งทางการเมืองในพุทธทศวรรษ 2540 และมองว่าชนชั้นนำหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เป็นแอกของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งพรรคอนาคตใหม่ยังมีภาพลักษณ์เป็นหน้าใหม่ในการเมืองไทย มีลักษณะประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางที่อาศัยอยู่ในเมือง นักศึกษา ผู้เบื่อหน่ายต่อความขัดแย้ง