สด จิตรลดา * สด จิตรลดา มีชื่อจริงว่า เชาวลิต วงศ์เจริญ (ชื่อเล่น: เชาว์) เป็นแชมป์โลกชาวไทยคนที่ 8 โดยเป็นแชมป์ในรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) และแชมป์เดอะริง เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ที่ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีสถิติการชกทั้งหมด 29 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง (ชนะน็อก 14 ครั้ง) *ผลงาน *ชกมวยไทย สด จิตรลดา เริ่มชีวิตการชกมวยจากการชกมวยไทยโดยใช้ชื่อว่า "เชาวลิต ศิษย์พระพรหม" มีประวัติการชกมวยไทยอย่างโชกโชน ก่อนเบนเข็มมาชกมวยสากลอาชีพ สด เคยชกมวยสากลสมัครเล่นมาก่อน และเคยครองแชมป์ประเทศไทยในรุ่นฟลายเวทด้วยในปี พ.ศ. 2523 ที่จังหวัดขอนแก่น ชื่อของ สด จิตรลดา มาจากการตั้งชื่อผู้จัดการ "บึ๊กอึ่ง" สหสมภพ ศรีสมวงศ์ (ชื่อเดิม สมภพ ศรีสมวงศ์ -ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) -โดยขณะนั้น สหสมภพ กำลังปั้นนักมวยคนหนึ่งชื่อ มันส์ ส.จิตรพัฒนา และชื่อของมันส์ ติดอยู่ในอันดับของสภามวยโลก แต่ มันส์ ชกแพ้อดีตแชมป์โลก เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ เข้า ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนเริ่มไม่มั่นใจในฝีมือ ประกอบกับมันส์จะเลิกชกมวยไป แต่ชื่อยังคงติดอันดับโลกอยู่ -สหสมภพที่ได้ตัว “เชาวลิต ศิษย์พระพรหม” มา จึงสวมชื่อ มันส์ ลงไป และได้เปลี่ยนชื่อหลังจาก ส.จิตรพัฒนา เป็น ส.จิตรลดาแทน กลายเป็น มันส์ ส.จิตรลดา และต่อมาชื่อนี้ จากการจัดอันดับของ WBC ได้เปลี่ยนไปเหลือเพียง ส.จิตรลดา ทางฝ่ายผู้สนับสนุนจึงขอเปลี่ยนอีกทีเป็น สด จิตรลดา ในที่สุด *ได้ชิงแชมป์โลก “สด จิตรลดา” ชกมวยสากลอาชีพเพียง 3 ครั้ง ก็มีชื่อติดอันดับของ WBC ในรุ่นจูเนียร์ฟลายเวท และได้รับการติดต่อจาก "ไอ้เหยี่ยว" ชัง ช็อน-กู แชมป์โลกชาวเกาหลีใต้ ให้ชิงแชมป์โลก ในการชกครั้งนี้ สด จิตรลดา ที่มีสถิติการชกเพียงไม่กี่ครั้ง กลับชกได้ดีกว่าแชมป์โลกมากประสบการณ์อย่าง ชัง ช็อน-กู โดยเดินไล่ถล่มในยกสุดท้ายจนหน้าตาแตกเละเทะ กรรมการจึงถ่วงเวลาแกล้งล้มขาแพลงบนเวที ทำให้รอดพ้นการโดนสดน็อคเอ๊าท์ไปอย่างหวุดหวิด แม้ผลคะแนนออกมาจะแพ้ไปก็ตาม แต่ก็ได้สร้างความมั่นใจต่อกลุ่มผู้สนับสนุนว่า มีโอกาสจะประสบความสำเร็จในการชกมวยสากลอาชีพได้ จากนั้นการสนับสนุน สด จิตรลดา อย่างจริงจังจึงได้เริ่มขึ้น *แชมป์โลกคนที่ 8 ภายหลังจากการอุ่นเครื่องสร้างประสบการณ์อีก 2 ครั้ง สด จิตรลดา จึงได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้งของสภามวยโลก WBC ในรุ่นฟลายเวท จาก กาบริเอล เบร์นัล นักมวยชาวเม็กซิกัน ที่อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งคราวนี้ สดทำได้ โดยชนะคะแนน 12 ยกไป *สด จิตรลดา นับว่าเป็นนักมวยแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยอีกคนหนึ่ง เป็นมวยชกสนุก มีลีลาฟุทเวิร์กสวยงาม หมัดแย๊ปคม กล้าแลกกล้าชนแม้หมัดจะไม่หนักก็ตาม แต่ก็ถือว่าชนะใจคนดู ระหว่างเป็นแชมป์โลก สดได้เดินทางไปต่างประเทศชกป้องกันตำแหน่งหลายครั้ง ได้แก่ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จาเมกา และกลางทะเลทรายในประเทศคูเวต เกือบทุกครั้งจบลงด้วยความสวยสดงดงาม และด้วยในยุคนั้นที่กีฬามวยสากลอาชีพได้รับความนิยมสุดขีด เมืองไทยมีแชมป์โลกพร้อมกันถึง 3 คน คือ สด จิตรลดา, เขาทราย แกแล็คซี่ และสามารถ พยัคฆ์อรุณ การชกมวยสากลอาชีพในสมัยนั้น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการชก และมอบเข็ดขัดด้วยตัวท่านเอง พลเอกเปรมจะพูดคุยกับนักมวยอย่างเป็นกันเองเหมือนพ่อ ลูก และจะมีคำถามหลังการชกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า "เจ็บไหมลูก" “สด จิตรลดา” ป้องกันตำแหน่งไว้ได้ 6 ครั้ง และได้เสียตำแหน่งแก่ คิม ยง-คัง นักมวยเกาหลีใต้ ที่โซล ประเทศเกาหลีใต้ แต่ในปีต่อมา สดได้มีโอกาสแก้มืออีกครั้ง และสามารถเอาชนะไปได้ จึงกลายเป็นแชมป์โลก 2 สมัย ในเวลาต่อมา สด ได้มีโอกาสป้องกันตำแหน่งกับนักมวยรุ่นน้อง ซึ่งเป็นถึงอดีตแชมป์โลกเช่นเดียวกัน คือ เมืองชัย กิตติเกษม ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า สดน่าจะเอาชนะเมืองชัยได้ไม่ยาก ด้วยประสบการณ์และฝีมือที่เหนือกว่า แต่เนื่องจากสดเป็นมวยที่เก่ง หาคู่ชกด้วยยาก นาน ๆ ถึงได้ขึ้นชกที จึงเรื้อเวที ทำให้เมื่อได้ชกกันจริงแล้ว สดกลับเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไป และเมื่อมีการแก้มืออีกครั้งก็แพ้ไปในแบบเดิมอีก เพราะสภาพร่างกายของสด ไม่สดดังชื่ออีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาที่สั้น ซึ่งมีปัญหามานาน สด จิตรลดา จึงได้แขวนนวมไปภายหลังการชกครั้งที่สองกับเมืองชัย กิตติเกษม นั่นเอง *ชีวิตส่วนตัวและชีวิตหลังแขวนนวม สด จิตรลดา เป็นชาวมุสลิมโดยกำเนิด ภายหลังแขวนนวมสดได้ศึกษาต่อจนกระทั่งจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นับว่าเป็นนักมวยเพียงไม่กี่คนที่จบการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา และได้เปิดกิจการร้านอาหารใช้ชื่อว่า "ครัวสด" แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเขตคลองเตย (ส.ข.) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาสดได้เข้าทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่พักหนึ่ง จึงลาออกและเดินทางไปสอนมวยไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นระยะเวลา 3-4 ปี ปัจจุบันได้กลับมาเปิดค่ายมวยไทยเพื่อสอนมวยให้เด็กและเยาวชนตลอดจนผู้สนใจในศิลปะมวยไทยที่บ้านพักซอยทานสัมฤทธิ์ ติวานนท์ 38 จังหวัดนนทบุรี *สถานภาพสมรส สมรสกับ ทัศนีย์ สีดาสมุทร นักแสดงช่อง 7 และมีลูกสาวคนเดียวคือ ณัฐณิชา วงศ์เจริญ (สตางค์) *สถิติการชก -ชกอุ่นเครื่อง และ ชกนอกรอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 4 ศรีธัญญา ศิษย์เสน่ห์ ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -23 มกราคม พ.ศ. 2526 : ชนะคะแนน 6 ยก สุริยะ ปทุมวดี ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -18 ธันวาคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 3 นิพนธ์ยุทธ ศักดิ์อาดัม ที่เวทีมวยช่อง 7 สี -30 มกราคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 2 เจ้าเณรน้อย จอมคาถา ที่เวทีมวยช่อง 7 สี -6 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 : ชนะน็อกยก 7 วิค เพนแกรม ( ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -ไม่ทราบวัน เดือน พ.ศ. 2527 : ชนะน็อกยก 7 รูดี้ พาลิเกา (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -ชกนอกรอบ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2529 : ชนะน็อกยก 9 แช มุนจิน ( เกาหลีใต้) ที่ เวทีมวยชั่วคราวสวนสยาม กรุงเทพฯ -9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 : ชนะน็อกยก 8 รอนนี่ เบอร์ลาโน่ (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยราชดำเนิน -30 ธันวาคม พ.ศ. 2531 : ชนะทีเคโอยก 9 เนลสัน คาบิ๊ก (ฟิลิปปินส์) ที่ สนามมวยเวทีลุมพินี -28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 : ชนะน็อกยก 6 บอย เซลโรดา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่สนามมวยเวทีลุมพินี -27 กันยายน พ.ศ. 2532 : ชนะคะแนน 10 ยก เวลจี้ ลิโอโนร่า นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่เวทีมวยราชดำเนิน -6 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 : ชนะน็อกยก 6 ปาร์ค ชอง พิล (เกาหลีใต้) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -28 สิงหาคม พ.ศ. 2534 : ชนะน็อกยก 5 ทาโรน่า มาลูส (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี -แชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท (สมัยที่ 1), เดอะริง -ชิง 22 มิถุนายน พ.ศ. 2527 : ชนะคะแนน 12 ยก กาบริเอล เบร์นัล ( เม็กซิโก) ที่ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 : 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ชนะอาร์ทีดียก 4 ชาร์ลี มากรี ( สหราชอาณาจักร) ที่ พระราชวังอเล็กซานดรา วูดกรีน กรุงลอนดอน[4] [5] -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 : 22 มิถุนายน พ.ศ. 2528 เสมอ 12 ยก กาบริ-เอล เบร์นัล (เม็กซิโก) ที่ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 : 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ชนะคะแนน 12 ยก -เฟรดิ กัสติโย (เม็กซิโก) ที่ สนามกีฬาซาบาห์ อัล ซาเล็ม คูเวตซิตี ประเทศคูเวต -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 4 : 10 ธันวาคม พ.ศ. 2529 ชนะคะแนน 12 ยก -กาบริเอล เบร์นัล (เม็กซิโก) ที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก[6] -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 5 : 5 กันยายน พ.ศ. 2530 ชนะน็อกยก 5 อันห์ เรกี (เกาหลีใต้) ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 6 : 31 มกราคม พ.ศ. 2531 ชนะอาร์ทีดียก 7 ฮิเดอากิ คามิชิโระ ( ญี่ปุ่น) ที่ โอซากะ โจ ฮอล เมืองโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น -เสียแชมป์ : 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 แพ้คะแนน 12 ยก คิม ยง-คัง (เกาหลีใต้) ที่ ศูนย์กีฬาในร่ม เมืองโปฮัง -แชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท (สมัยที่ 2) ชิง : 3 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ชนะคะแนน 12 ยก คิม ยง-คัง (เกาหลีใต้) ที่ สนามกีฬาจังหวัดตรัง จังหวัดตรัง -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 : 30 มกราคม พ.ศ. 2533 ชนะคะแนน 12 ยก ริค ซิโอโดร่า (ฟิลิปปินส์) ที่ สนามมวยเวทีลุมพินี -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 : 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ชนะคะแนน 12 ยก การ์โลส กาบริเอล ซาลาซาร์ ( อาร์เจนตินา) ที่ สนามกีฬากองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 : 7 กันยายน พ.ศ. 2533 ชนะทีเคโอยก 11 ริชาร์ด คลาร์ก ( จาเมกา) ที่ อินดิเพนเดนซ์พาร์ก คิงส์ตัน ประเทศจาเมกา -ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 4 : 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 ชนะคะแนน 12 ยก ชัง ช็อน-กู (เกาหลีใต้) ที่ ศูนย์กีฬาในร่ม โอลิมปิคปาร์ก ยิมเนเซียม โซล -เสียแชมป์ : 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 แพ้ทีเคโอยก 6 เมืองชัย กิตติเกษม ที่ สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ 31 มีนาคม พ.ศ. 2527 ชิงแชมป์โลก WBC รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท แพ้คะแนน 12 ยก ชัง ช็อน-กู (เกาหลีใต้) ที่ ปูซาน กูด็อก ยิมเนเซียม ปูซาน 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ชิงแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท แพ้ทีเคโอยก 9 เมืองชัย กิตติเกษม ที่เวทีมวยชั่วคราว ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ รวมสถิติการชกทั้งหมด 29 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง (ชนะน็อก 14 ครั้ง) “สด จิตรลดา vs ชาร์ลี มากรี”