ฝ่าวิกฤติโควิด ด้วยจิตอาสา : โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


ผู้อำนวยการเรียกพบ ผมก็เดินเข้าห้อง ผอ. ด้วยความงุนงงสงสัย (เป็นเช่นนั้นทุกครั้งไป คิดในใจ จะมาไม้ไหนอีกวันนี้) ขยับเก้าอี้หน้าโต๊ะ ผอ. นั่งลง แล้วถามว่า มีอะไรครับ ผอ. ก็เอ่ยขึ้นว่า วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎา จะมอบหมายให้ไปรับโล่จิตอาสาที่คณะแพทยศาสตร์ ทีแรกผมก็อิดออดว่าทำไมถึงให้ผมไปรับโล่  ผอ. ก็ตอบกลับว่า ผู้บริหารไปต่างจังหวัดหมดเลยไม่มีใครอยู่ แล้วก็พูดสั้น ๆ ตอนท้ายว่า “คนทำนั่นแหละควรจะไปรับ”  แต่ผมก็ยังงง ๆ อยู่ว่าโล่จิตอาสาอะไร เกี่ยวอะไรกับผม  จากนั้นเลขา ฯ ก็จัดแจงส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หนังสือเชิญไปรับรางวัล มีรายละเอียดไม่มาก มีกำหนดการแจ้งให้ทราบเพียงเท่านั้น มีเนื้อหาในบันทึกข้อความส่วนหนึ่งว่า “โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดโครงการสร้างแรงบันดาลใจในการเป้นจิตอาสา ประจำปี 2565 ซึ่งในโครงการดังกล่าวได้จัดกิจกรรมมอบใบประกาศเกียรติคุณและโล่เกียรติคุณ สำหรับหน่วยงานและบุคคลต้นแบบจิตอาสาที่ให้การสนับสนุนการทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง...การไม่มีข้อมูลอะไรเลย ว่าโล่เกียรติคุณจิตอาสานี่คือกิจกรรมอะไร ทำไมถึงมอบให้ ..... แต่ก็คิดว่า เอาไว้ไปหาคำตอบในงานก็แล้วกัน

 

วันงาน ที่ห้องบรรยาย 1 อาคารเตรียมวิทยาศาสตร์ 2 คณะแพทยศาสตร์ ผมไปก่อนเวลาเล็กน้อย ตามหาห้องไม่เจอ เพราะไม่เคยไปห้องนี้ ไปผิดตึกเล็กน้อย จึงตัดสินใจโทรถามประชาสัมพันธ์ของคณะ ผู้เป็นพิธีกกในงาน จึงได้คำตอบแล้วรีบเดินมุ่งหน้าไป ฝ่ายต้อนรับ ติดช่อดอกไม้ที่อกข้างซ้าย ไปนั่งตามตำแหน่งที่ระบุผู้นั่งไว้ ตามลำดับเข้ารับโล่ จากนั้นฝ่ายพิธีก็เปิดวีดิทัศน์ของหัวหน้าโครงการให้ดูชม จึงอ๋อ เพื่อเป็นการมอบโล่สำหรับหน่วยงานและบุคคลที่เป็นจิตอาสาสนับสนุนภารกิจโรงพยาบาลสนามและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บุคคล และชาว มข. และที่ประทับใจคือ มีน้องนักเรียนและนักศึกษา ที่เป็นจิตอาสาในครั้งนี้ และทำอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกของคำว่า “จิตอาสา” โดยแท้จริง

รองศาสตราจารย์ นพ.อภิชาติ  จิระวุฒิพงศ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้กล่าวความตอนหนึ่งในพิธีเปิดว่า “การทำจิตอาสาทำได้เลยไม่ต้องรอ จะทำตอนไหนก็ได้ มากน้อยตามกำลัง”

นักศึกษาแพทย์ผู้ได้รับเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ กล่าวบนเวทีได้อย่างน่าประทับใจ และเล่าติดตลกถึงสาเหตุที่ไปทำจิตอาสาว่า “เหตุเกิดจากความเหงาและข้าวฟรี”  น้องไปทำจิตอาสาเพราเป็นช่วงที่เพื่อน ๆ กลับบ้าน แต่ตัวเองว่างและเหงา ไม่มีอะไรทำ จึงลุกขึ้นไปทำจิตอาสาช่วยเหลือพี่ ๆ บุคลากรทางการแพทย์ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งผู้คนมากหน้าหลายตา ญาติผู้ป่วยโควิดที่มารับยา แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้อารมณ์ของตนเอง เมื่อต้องแบกรับอารมณ์ของผู้มาใช้บริการ และได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ และสนุกกับการทำงานจิตอาสา ที่สำคัญ มีข้าวฟรีให้กิน 555555

 

จิตอาสาที่มารวมตัวกันในวันนี้ จึงไม่ได้มีแค่การลงมือลงแรงในหน้างาน แต่มีส่วนสนับสนุน ส่งเสิรมให้ภารกิจลุล่วง เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำกัด และต้องแบ่งสันปันส่วนมาปฏิบัติหน้าที่สู้รบกับวิกฤติโควิด-19  การมีจิตอาสามาช่วยสนับสนุนจึงเป็นส่วนสำคัญ บางองค์กรสนับสนุนอุปกรณ์ บางส่วนสนับสนุนอาหารการกิน จึงเป็นส่วนสำเร็จร่วมกันฝ่าฟันโควิด-19 มาอย่างโชกโชน 

หมายเลขบันทึก: 704704เขียนเมื่อ 1 สิงหาคม 2022 11:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 สิงหาคม 2022 11:17 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี