การปรับตัว

ความหมายของ “การปรับตัว” ตามพจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2532, หน้า 334) ได้ให้ความหมายของการปรับตัวทางสังคมว่า หมายถึง การที่บุคคลปรับตัว ให้เข้ากับผู้อื่นได้ ในการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งจะต้องมีการติดต่อสัมพันธ์หรือแข่งขันกัน คนในสังคมจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้โดยการปรับปรุงไม่ให้เกิดความขัดแย้งจนถึงต้องแตกกลุ่มกัน แม้ว่าแต่ละคนอาจจะมีนิสัยใจคอหรือผลประโยชน์แตกต่างกัน

สมัยก่อน ๆ จะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องการปรับตัวของมนุษย์ในสังคมเท่าไรนัก…แต่มา ณ ปัจจุบัน คำว่า “การปรับตัว” ของมนุษย์ในสังคมนั้น มีความสำคัญมาก เพราะการปรับตัวของมนุษย์ทำให้เราทราบถึงว่า การอยู่ร่วมกันในสังคมของมนุษย์แต่ละคนนั้น จำเป็นมากในเรื่องของการปรับตัว มีทั้งการปรับเปลี่ยนตัวเอง การปรับตัวให้อยู่รอดในสังคม การปรับตัวซึ่งตัวเราออกมาจาก Comfort Zone ของแต่ละคน และมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของการทำงาน การได้อยู่ร่วมกันในสังคมอีกสังคมหนึ่ง…ซึ่งในสมัยก่อนเรื่องการปรับตัวเท่าที่ทราบมา นั่นคือ การปรับตัวของสัตว์ที่จำเป็นต้องปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด มีอาหารเพื่อให้ได้กินเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวเองเพื่อให้มีชีวิตที่อยู่รอดได้

สำหรับปัจจุบัน มนุษย์ในสังคมการทำงานที่มีชีวิตอยู่ร่วมกัน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องรู้จักการปรับตัวเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตที่อยู่ในสังคมของการทำงาน ได้ทำงานและมีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข…การปรับตัวเองจึงมีความสำคัญมากในการทำงาน เพราะจากเดิมที่ตัวเราอยู่กับครอบครัว บ้านที่เรารู้สึกอบอุ่น มีความสุข เป็น Comfort Zone ที่มีความปลอดภัย ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ คิดว่าเป็นที่ที่ดี และปลอดภัยที่สุด หากเมื่อออกจาก Comfort Zone นั้นแล้ว จึงทำให้ทราบว่า สถานที่แห่งใหม่ มิอาจได้การันตีได้ว่าจะเป็น Comfort Zone เหมือนเช่นดังที่ตัวเราเคยอยู่มานั้นไม่

ตัวเราจำเป็นจึงต้องปรับตัว…ซึ่งบางคนก็รู้สึกดี อบอุ่น ปลอดภัย เพราะสถานที่และเพื่อนร่วมงานมีความรัก การดูแล เอาใจใส่ให้ความเป็นกันเอง ดูแลซึ่งกันเหมือนกับญาติผู้ใหญ่ เป็นพี่น้อง แนะนำ ให้คำปรึกษาตัวเราได้ดังกับเราได้อยู่กับบ้าน หรือพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ และศรัทธา…ตัวเราจึงมีการปรับตัวบ้าง แต่ไม่มากมายอะไร เพราะสถานที่ที่เรามาอยู่ใหม่นั้น แตกต่างบ้าง แต่เราก็สามารถปรับตัวของเราเองให้อยู่ได้ และมีชีวิตที่มีความสุข รู้สึกปลอดภัยแต่ในบางสถานที่ที่เราได้ไปอยู่ด้วยนั้น มิใช่เป็นสถานที่ดังกล่าว แต่กลับเป็นสถานที่แตกต่างกับข้างต้น ทำให้เราต้องปรับตัวเองอย่างมาก เพราะหากเราอยู่ใน Comfort Zone ที่อบอุ่นมาก่อน ปลอดภัย จะทำให้เรารู้สึกอึดอัด เพราะรู้ว่าสถานที่ใหม่ไม่เหมือนกับที่ที่เราเคยอยู่มาก่อน…แต่ในทางกลับกันถ้าเราเคยอยู่ใน Comfort Zone ที่ตอนเป็นเด็กเรารู้สึกว่าไม่เคยได้รับความรัก ความอบอุ่น ปลอดภัย…เมื่อเรามาอยู่ในสถานที่ที่ไม่แตกต่างจากที่ตัวเราเคยอยู่ เราก็ยังสามารถปรับตัวได้บ้างแต่ไม่มาก เพราะ Comfort Zone ที่เราเคยอยู่มานั้น มิได้แตกต่างจากเดิมที่ตัวเราเคยมีชีวิตอยู่มาก่อน

ดังนั้น การปรับตัวของเราเอง จึงมีความสำคัญอย่างมาก ยิ่งชีวิตของการทำงานแล้ว ยิ่งต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะการทำงานจะคำนึงถึงผลลัพธ์ หรือผลสำเร็จของการทำงานมาก การทำงานจึงมีความกดดันค่อนข้างสูงเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ของงานออกมาให้ได้มากที่สุด มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากที่สุด…เพราะการทำงานจะมีเรื่องของหน้าที่ ความรับผิดชอบของงาน ความอดทน ความขยัน ความซื่อสัตย์เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำให้เกิดผลของงานค่อนข้างมาก…จึงเกี่ยวโยงมาที่ตัวเราต้องมีการปรับตัวเองให้มีความรับผิดชอบ มีจิตสำนึก รู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติให้มากขึ้น  เพราะผลของการทำงานซึ่งเป็นค่าตอบแทน ได้แก่เงินเดือนนั้นจะสัมพันธ์กับการความคุ้มค่าที่หน่วยงาน หรือนายจ้าง ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายให้กับคนรับจ้าง…จิตสำนึกของตัวเรา ก็คือ การรับทราบ และรับรู้ว่าตัวเราต้องมีความรับผิดชอบ ทำให้คุ้มค่ากับเงินที่ได้รับจ้างมา ด้วยการที่ตัวเราต้องปรับตัวเองเพื่อให้ได้รับเงินค่าตอบแทนมาในแต่ละเดือน และเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพของตัวเราเองในแต่ละเดือน แต่ละปี และจนเกษียณอายุการปฏิบัติงาน

การปรับตัว จึงมีความสำคัญมากต่อการใช้ชีวิตของตัวเราเอง เพราะการปรับตัวอาจมีทั้งทางด้านที่เราปรับตามความรู้สึกที่ดีของเราเอง…ถ้าตัวเรามีความรัก ความถนัด มีความสุขต่อการทำงานที่เราเลือกมาทำแล้วนั้น…แต่ในทางกลับกันบางเรื่องการปรับตัวอาจจะขัดแย้งกับความรู้สึกของตัวเราเอง เนื่องมาจากงานที่เราทำนั้น เราไม่ถนัด ไม่รักเพราะทราบว่างานนั้นไม่เหมาะกับที่เราทำ และทำแล้วไม่มีความสุขต่องานที่ทำ จึงทำให้การปรับตัวของเราเองนั้นต้องมีการปรับตัวอย่างมาก…การปรับตัว จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการที่ตัวเราต้องกระทำ…ดังนั้น สังคม หรือองค์กร จึงควรสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต่อคนในองค์กร โดยผู้นำองค์กรต้องเป็นผู้มีนโยบาย ริเริ่ม และสร้างให้องค์กรเป็นวัฒนธรรมที่ดีต่อคนในองค์กร เพราะการปรับตัวบางคนก็ไม่สามารถปรับตัวได้ หากวัฒนธรรมองค์กรนั้นเป็นเรื่องที่กว้าง และมีปัญหาต่อการปรับตัวของคนทำงานได้เช่นกัน

*************************************

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาในบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕