ผมวิ่งออกกำลังยามเช้ามา ๓๕ ปี    ต่อด้วยเปลี่ยนเป็นเดิน (เพื่อถนอมเข่า) อีก ๕ ปี   ด้วยรองเท้ายี่ห้อโปรดคือไนกี้ยี่ห้อเดียวมาตลอด   เพราะคุณภาพดี   ผมถือหลักว่าต้องถนอมเข่าโดยใช้รองเท้าวิ่งคุณภาพดี   แต่ก็ไม่วายเข่าขวาเจ็บเวลาลงน้ำหนักแรงๆ    จึงต้องเปลี่ยนเป็นเดินเร็วๆ แทน

ข้อเสียของไนกี้มีอย่างเดียวคือ ราคาสูง    บางครั้งต้องยอมจ่ายถึงคู่ละ ๕ พันบาท    คู่หลังสุดใช้ได้นานถึงเกือบ ๔ ปี ทนทานดีจริงๆ  

วันอาทิตย์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๕ ผมชวนลูกสาวไปซื้อโน้ตบุ๊กตัวใหม่ (ตัวที่กำลังพิมพ์อยู่นี่แหละ) ที่ศูนย์การค้าใกล้บ้าน   และถือโอกาสซื้อรองเท้าวิ่งด้วยเลย   โดยเน้นให้เป็นสีดำล้วน เพื่อสวมไปประชุมได้    พบว่าไนกี้ไม่มีสีดำล้วน    จึงเดินหายี่ห้ออื่น    ไปพบยี่ห้อ Skechers   และถูกใจโมเดล MAX Cushioning   ลองสวมเดินหยุ่นดีจริงๆ    แถมยังราคาไม่แพง คือ ๑,๗๕๐ บาท   

รองเท้า เสค็ชเชอร์ อาจใช้ไม่ทนเท่ารองเท้าไนกี้    ลูกสาวคนโตใช้รองเท้ายี่ห้อนี้ บอกว่าไม่ค่อยทนทาน 

เช้าวันรุ่งขึ้นสวมเดินออกกำลังเป็นปฐมฤกษ์ด้วยความสุข    มีเพื่อนบ้านมาชมว่ารองเท้าสวยจัง แพงไหม    และบอกว่าเพื่อนบ้านคู่สามีภรรยาที่เดินด้วยกันแทบทุกเช้า สวมรองเท้าคู่ละหมื่นกว่าบาท   โดยมีขายในเน็ตเท่านั้น   ผมบอกว่าผมภูมิใจกับการได้สวมรองเท้าคุณภาพดีราคาถูกมากกว่าภูมิใจที่สวมรองเท้าราคาแพง   

ผมภูมิใจมากที่ลูกๆ ถือคตินี้ทุกคน    คือมุ่งบริโภคของดีราคาถูก    ไม่มุ่งอวดรวยโดยบริโภคของแพง    เรากินผมไม้ไทยตามฤดูกาล    ไม่นิยมผลไม้ต่างประเทศ เพราะอยากอุดหนุนเกษตรกรไทย   ตอนนี้ฤดูส้ม   ผมมีร้านเจ้าประจำในหมู่บ้านเอื้ออาทร ที่ขายส้มลักษณะเหมือนส้มบางมดสมัยก่อน    ขนมาจากไร่ส้มที่ฝาง    ขายราคาเพียงกิโลกรัมละ ๒๕ บาท     เอามาใส่ตู้เย็นไว้ เวลากินได้รสหวานและเย็นชื่นใจ   

คนเรามีชีวิตที่ดีได้ แบบไม่แพง หากเราคิดเป็น

วิจารณ์ พานิช

๗ มี.ค. ๖๕