
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย
| ส่วนที่ 1 ข้อมูลคุณลักษณะตำบล |
1.1 ประวัติความเป็นมาของตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย เป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ขนาดกลาง มีฐานะเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งเดิมมีฐานะเป็นสภาตำบล มีชื่อว่า “สภาตำบลคลองข่อย” ต่อมาได้รับการ เปลี่ยนแปลงฐานะจากสภาตำบลคลองข่อยมาเป็น “องค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย” ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ลงนามโดย นายเสนาะ เทียนทอง ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2539 หน้า 224 ข้อ (2232) และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนพิเศษ 52 ง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2539 "ทั้งนี้ ให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" โดยที่มาตรา 40 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 บัญญัติให้จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและให้โอนบรรดา งบประมาณทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิ์เรียกร้อง หนี้และเจ้าหน้าที่ของสภาตำบลไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงให้สภาตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นองค์การ บริหารส่วนตำบลคลองข่อย นับตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นต้นไป องค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีที่ทำการตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอโพธาราม ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธารามประมาณ 4 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ดูแลประมาณ 7.93 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,956 ไร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 8 หมู่บ้าน
1.2 พื้นที่และขอบเขต
ตำบลคลองข่อย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอโพธาราม อยู่ห่างจากอำเภอโพธารามประมาณ 5 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ เขตเทศบาลเมืองโพธาราม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ เขตเทศบาลตำบลคลองตาคต
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ แม่น้ำแม่กลอง
ทิศใต้ ติดต่อกับ เขตเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน
พื้นที่และขอบเขตปรากฏดังแผนที่ ดังนี้
1.2.1 ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่อยู่ในเขตจัดรูปที่ดิน มีความอุดมสมบูรณ์นอกจากนี้ ยังมีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านจากทิศเหนือไปทางทิศใต้เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์
1.2.2 ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะอากาศมีลักษณะร้อนชื้น อากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดู ซึ่งมี 3 ฤดู ดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนและ แห้งแล้ง แต่บางครั้งอาจมีอากาศเย็น บ้างครั้งเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงหรืออาจ มีลูกเห็บตกก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนทุกปี เรียกว่า“พายุฤดูร้อน”อากาศร้อนจะ มีอุณหภูมิระหว่าง 35 – 39.9 องศาเซลเซียส ร้อนจัดมีอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ขึ้นไป
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ฝนตกมากในช่วงเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม แต่อาจเกิด “ช่วงฝนทิ้ง” ซึ่งอาจนานประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หรือบางปีอาจเกิดขึ้นรุนแรงและมี ฝนน้อยนานนับเดือน ในเดือนกรกฎาคม แต่ในเขตเทศบาลไม่เคยเกิดอุทกภัยรุนแรง มีฝนตก เฉลี่ยประมาณ 900 มิลลิเมตร
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม นานราว 1 - 2 สัปดาห์ เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว อากาศแปรปรวนไม่แน่นอน อาจเริ่มมีอากาศเย็นหรืออาจยังมีฝนฟ้าคะนอง อากาศหนาวอุณภูมิต่ำสุด ประมาณ 15 องศา เซลเซียส
1.2.3 ลักษณะดิน
เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม
1.3 การปกครองระดับหมู่บ้าน
ตำบลคลองข่อย แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 8 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่ต่าง ๆ (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 2) ดังนี้
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ผู้ใหญ่บ้าน |
| 1 | บ้านคลองข่อย | นายอนันต์ ฐิติพิสุทธิพงศ์ (กำนัน) |
| 2 | บ้านศรีษะแรด | นายสุริยะ ทิมคล้าย |
| 3 | บ้านวิหารสูง | นายอดุลย์ หมวดนุ่ม |
| 4 | บ้านจอมปราสาท | นายคนึง คงจันทร์ |
| 5 | บ้านวัดมณีโชติ | นายสุธี นิ่มนวล |
| 6 | บ้านสะพานดำ | นายพนม ทองศาสตร์ |
| 7 | บ้านใหม่ปลายคลอง | นายอำพล นาคหัสดี |
| 8 | บ้านใหม่ริมคลอง | นายบัณทิต บุญรอด |
1.4 ครัวเรือนและประชากร
ครัวเรือนในตำบลคลองข่อยทั้ง 8 หมู่บ้าน มีจำนวนทั้งสิ้น 1,488 ครัวเรือน โดยหมู่บ้านที่มีครัวเรือนมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ บ้านจอมปราสาท จำนวน 281 ครัวเรือน บ้านวิหารสูง จำนวน 208 ครัวเรือน และ บ้านศรีษะแรด จำนวน 190 ครัวเรือน ส่วนหมู่บ้านที่มีจำนวนครัวเรือนน้อยที่สุด ได้แก่ บ้านใหม่ปลายคลอง จำนวน 103 ครัวเรือน (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 5)
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ครัวเรือน | ประชากร | รวม | |
| ชาย | หญิง | ||||
| 1 | บ้านคลองข่อย | 178 | 262 | 338 | 600 |
| 2 | บ้านศรีษะแรด | 190 | 295 | 328 | 623 |
| 3 | บ้านวิหารสูง | 208 | 315 | 357 | 672 |
| 4 | บ้านจอมปราสาท | 281 | 367 | 374 | 741 |
| 5 | บ้านวัดมณีโชติ | 162 | 247 | 246 | 493 |
| 6 | บ้านสะพานดำ | 181 | 299 | 275 | 574 |
| 7 | บ้านใหม่ปลายคลอง | 103 | 202 | 228 | 430 |
| 8 | บ้านใหม่ริมคลอง | 185 | 317 | 361 | 678 |
| รวมทั้งสิ้น | 1,488 | 2,304 | 2,507 | 4,811 | |
1.5 ช่วงอายุและจำนวนประชากร
จำนวนประชากรแยกตามเกณฑ์อายุ (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 5) ดังนี้
| ช่วงอายุ | ชาย(คน) | หญิง(คน) | รวม |
| เป็นบุคคลที่ทำบัตรประจำตัวประชาชน | 27 | 28 | 55 |
| เป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 15 ปี | 1,875 | 2,118 | 3,993 |
| เป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปี | 1,768 | 2,035 | 3,803 |
| เป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 20 ปี | 1,691 | 1,972 | 3,663 |
| เป็นบุคคลที่ต้องขึ้นทะเบียนทหาร | 41 | - | 41 |
| เป็นบุคคลที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร | 29 | - | 29 |
1.6 ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของตำบลคลองข่อย ประกอบด้วย 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดมณีโชติ
2) โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์) 3) โรงเรียนวัดจอมปราสาท รวมทั้งสิ้น 3 แห่ง มีรายละเอียด(แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 5-6) ประกอบด้วยดังนี้
| แห่งที่ | ชื่อ | ระดับ | จำนวนครู | จำนวนนักเรียน | |
| 1 | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดมณีโชติ | เตรียมอนุบาล - อนุบาล 3 | 2 | 13 | |
| 2 | โรงเรียนวัดมณีโชติ(เทียมประชานุเคราะห์) | ประถมศึกษา -มัธยมศึกษาตอนต้น | 12 | 84 | |
| 3 | โรงเรียนวัดจอมปราสาท | อนุบาล 1 – ระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 | 5 | 50 |

ตำแหน่งระบบการศึกษา
1.7 ระบบสาธารณสุข
ระบบสาธารณะสุขของตำบลคลองข่อย ประกอบด้วย 1) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลคลองข่อย และมี อสม. ทั้งสิ้น จำนวน 80 คน (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 6) มีรายละเอียดดังนี้
| แห่งที่ | ชื่อ | จำนวนบุคลากร | |
| 1 | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลคลองข่อย | 80 |

ตำแหน่งระบบสาธารณสุข
1.8 ระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจของตำบลคลองข่อย (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ. 2561-2565, น. 5) ประกอบด้วย
|
หมู่บ้าน/ ชุมชน |
ทำนา (ไร่) |
ทำไร่ (ไร่) |
พืชผัก (ไร่) |
ไม้ผล (ไร่) |
ไม้ยืนต้น (ไร่) |
ไม้ดอก ไม้ประดับ (ไร่) |
รวม (ไร่) |
| คลองข่อย | 10 | 170 | 35 | 23 | 6 | - | 244 |
| ศรีษะแรด | 50 | 49 | 31 | 24 | 7 | - | 161 |
| วิหารสูง | - | 150 | 85 | 27 | 5 | 8 | 275 |
| จอมปราสาท | - | 85 | 69 | 28 | 8 | - | 190 |
| มณีโชติ | - | 90 | 58 | 22 | 9 | - | 206 |
| สะพานดำ | - | 75 | 82 | 27 | 5 | - | 189 |
| ปลายคลอง | 15 | 59 | 52 | 26 | 4 | - | 156 |
| คลองบ้านใหม่ | 25 | 82 | 68 | 32 | 6 | 1 | 214 |
| รวม | 100 | 760 | 480 | 209 | 50 | 5 | 1,635 |
การประมง (แผนพัฒนาตำบลคลองข่อย พ.ศ.2561-2565, น. 8) ประกอบด้วย
| หมู่บ้าน/ชุมชน | ประมง | |
| พื้นที่ (ไร่) | ครัวเรือน | |
| คลองข่อย | 11 | 6 |
| ศรีษะแรด | 14 | 9 |
| วิหารสูง | 15 | 17 |
| จอมปราสาท | 15 | 9 |
| มณีโชติ | 20 | 9 |
| สะพานดำ | 10 | 5 |
| ปลายคลอง | 12 | 6 |
| คลองบ้านใหม่ | 5 | 2 |
| รวม | 102 | 63 |
1.9 ระบบพานิชย์และกลุ่มอาชีพ
ระบบพานิชย์ของตำบลคลองข่อย ส่วนใหญ่ประกอบด้วยร้านค้าประเภทขายของชำจำนวน 13 ร้าน รองลงมาคือร้านอาหารตามสั่ง 6 ร้าน รองลงมาคือร้านบริการเสริมสวย 2 ร้าน รองลงมาคือบริการคาร์แคร์ 1 ร้าน รองลงมาคือวัสดุก่อสร้าง 1 ร้าน รองลงมาคือบริการรับทำโต๊ะจีน 1 ร้าน รองลงมาคือร้านกาแฟ 1 ร้าน รองลงมาคือร้านขายขนม 1 ร้าน รองลงมาคือร้านซ่อมรถ 1 ร้าน รองลงมา สวนอาหาร สไตล์ รีสอร์ทริมแม่น้ำแม่กลอง 1 ร้าน และ ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 ร้าน รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อร้านค้า | ตั้งอยู่หมู่ | ลักษณะกิจการ | |
| 1 | ร้านเสริมสวยนุ่น | หมู่ 2 | บริการเสริมสวย | |
| 2 | ร้านเสริมสวยอ้วน | หมู่ 2 | บริการเสริมสวย | |
| 3 | ร้านริมน้ำคาร์แคร์ | หมู่ 1 | บริการคาร์แคร์ | |
| 4 | ไชยโยค้าวัสดุก่อสร้าง | หมู่ 4 | ขายวัสดุก่อสร้าง | |
| 5 | ร้านเจ้เอ๋วิหารสูง | หมู่ 3 | อาหารตามสั่ง | |
| 6 | ร้านข้าวต้มโบราณ(เจ๊สุนทรี) | หมู่ 4 | อาหารตามสั่ง | |
| 7 | ร้านข้าวแกงปากหมา พาเพลิน by เจ๊กุ้ง | หมู่ 1 | อาหารตามสั่ง | |
| 8 | ร้านนนท์อาหารจานด่วน | หมู่ 5 | อาหารตามสั่ง | |
| 9 | อร่อยสุดซอย | หมู่ 8 | อาหารตามสั่ง | |
| 10 | ร้านหัวโค้ง | หมู่ 8 | อาหารตามสั่ง | |
| 11 | ร้านค้าเจ๊เปิ้ล | หมู่ 3 | ขายของชำ | |
| 12 | ร้านผู้ใหญ่อำพล | หมู่ 7 | ขายของชำ | |
| 13 | ร้านลุงชาญ | หมู่ 1 | ขายของชำ | |
| 14 | ร้านรุ่ง | หมู่ 7 | ขายของชำ | |
| 15 | ร้านสายชล | หมู่ 5 | ขายของชำ | |
| 16 | ร้านแป้งมินิมาร์ท | หมู่ 4 | ขายของชำ | |
| 17 | ร้านน้องเล็ก | หมู่ 4 | ขายของชำ | |
| 18 | ร้านตาทองเจือ | หมู่ 2 | ขายของชำ | |
| 19 | ร้านเจ๊ใหญ่ | หมู่ 2 | ขายของชำ | |
| 20 | ร้านยายบัติ | หมู่ 1 | ขายของชำ | |
| 21 | ร้านเจ๊จงดี | หมู่ 1 | ขายของชำ | |
| 22 | ร้านหัวสะพาน | หมู่ 8 | ขายของชำ | |
| 23 | ร้านเอ็มแอนภัณฑ์ | หมู่ 4 | ขายของชำ | |
| 24 | ร้านแพปลาปณิสา | หมู่ 5 | บริการรับทำโต๊ะจีน | |
| 25 | ร้านปลายคลอง | หมู่ 7 | ร้านกาแฟ | |
| 26 | ร้านข้าวหลาม | หมู่ 4 | ร้านขายขนม | |
| 27 | ร้านช่างกิม | หมู่ 5 | ร้านซ่อมรถ | |
| 28 | ร้านอาหารริเวอร์วิว | หมู่ 8 | สวนอาหาร สไตล์ รีสอร์ทริมแม่น้ำแม่กลอง | |
| 29 | FY Services | หมู่ 4 | ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |

ตำแหน่งระบบพานิชย์
ด้านกลุ่มอาชีพ ประกอบด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 2 แห่ง รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อกลุ่มวิสาหกิจ | ลักษณะกิจการ | |
| 1 | วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านใหม่ปลายคลอง | วิสาหกิจชุมชนพื้นฐาน | |
| 2 | วิสาหกิจชุมชนทำนาหมู่ที่ 7 เกษตรพอเพียง | วิสาหกิจชุมชนพื้นฐาน |

ตำแหน่งวิสาหกิจ
1.10 ระบบอุตสาหกรรม
ระบบอุตสาหกรรมของตำบลคลองข่อย ประกอบด้วยประเภทธุรกิจ บริษัทจำกัด จำนวน 1 แห่ง รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อ | ลักษณะกิจการ | |
| 1 | บริษัท ไผ่คู่ จำกัด | เพาะปลูกพืชตระกูลถั่ว |

ตำแหน่งระบบอุตสาหกรรม
1.11 ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
ประเภทแหล่งน้ำ
แหล่งน้ำของตำบลคลองข่อย ประกอบคลองสาธารณะ จำนวน 1 แห่ง คลองชลประทาน จำนวน 1 แห่ง แม่น้ำ จำนวน 1 แห่ง รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ประเภท | ตั้งอยู่หมู่บ้าน | |
| 1 | คลองบ้านใหม่ | ระหว่างหมู่ 6-7-8 | |
| 2 | คลองชลประทาน | หมู่ 8 | |
| 3 | แม่น้ำแม่กลอง | ระหว่างหมู่ 1-3-5-4-8 |

ตำแหน่งคลอง
ประเภทพื้นที่สาธารณะ หรือป่าไม้ชุมชน
พื้นที่สาธารณะของตำบลคลองข่อย ส่วนใหญ่ประกอบด้วย รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ประเภท | ตั้งอยู่หมู่บ้าน | |
| 1 | ที่ออกกำลังกาย | หมู่ 2 | |
| 2 | ศาลาเอนกประสงค์ | หมู่ 2 |

ตำแหน่งพื้นที่สาธารณะ
สถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนของตำบลคลองข่อย รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อ | ลักษณะ | ตั้งอยู่หมู่บ้าน | |
| 1 | สวนน้ำบ้านมณีโชติ | บริการเครื่องเล่นสวนน้ำ อาหารและเครื่องดื่ม | หมู่ 5 | |
| 2 | ริมน้ำโพธารามรีสอร์ท | บริการที่พัก | หมู่ 4 | |
| 3 | อิงธาราแคมป์รีสอร์ท | บริการที่พัก | หมู่ 4 | |
| 4 | ธนพร รีสอร์ท โพธาราม | บริการที่พัก | หมู่ 4 | |
| 5 | ริเวอร์วิวรีสอร์ท | บริการที่พัก | หมู่ 8 |

ตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
1.12 ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญา
ด้านศาสนา
ประชากรของตำบลคลองข่อย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และมีศาสนสถานและสถานที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่
| แห่งที่ | ศาสนสถาน/สถานที่สำคัญ | ตั้งอยู่หมู่บ้าน | |
| 1 | วัดวิหารสูง | หมู่ 3 | |
| 2 | วัดกลาง | หมู่ 4 | |
| 3 | วัดจอมปราสาท | หมู่ 4 | |
| 4 | วัดมณีโชติ | หมู่ 5 |

ตำแหน่งศาสนสถาน
ด้านประเพณี วัฒนธรรม
ประเพณีทางศาสนา งานบวช งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา
ประเพณีพื้นเมือง งานสงกรานต์ ลอยกระทง
พิธีกรรม งานศพ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การไหว้เจ้า
ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และภาษาถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำหัวถั่วพู หมู่ 6
ภาษาถิ่น ส่วนมากพูดภาษาไทย ส่วนน้อยพูดภาษาอีสาน
| ส่วนที่ 2 ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย |
2.1 ความเป็นมาและการก่อตั้ง
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองคลองข่อย เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการองค์การ บริหารส่วนตำบล ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีอยู่ทางทิศใต้ ของอำเภอโพธาราม ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธาราม ประมาณ 4 กิโลเมตร และองค์การบริหาร ส่วนตำบลคลองข่อย มีเนื้อที่ประมาณ 7.93 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,956 ไร่

ตราสัญลักษณ์
พระ คือ หลวงพ่อโตหรือสมเด็จพุฒจารย์โต มาจำวัดที่นี่
ต้นไม้ คือ ต้นโพธิ์
2.2 คณะผู้บริหาร

นายสุรชัย ทักษะปิยะบุตร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย
(ดำรงตำแหน่ง ปี 2565)
2.3 โครงสร้างหน่วยงาน
โครงสร้างองค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย

2.4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร
วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย คือ “มุ่งมั่นปฏิบัติงานรูปแบบการมีส่วนร่วม รวมพลังสมองของประชาชน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน นำประชาเป็นสุข ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมของประชาชนตำบล”
พันธกิจ
1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน นำระบบสารสนเทศ มาใช้ในการบริหารงานภายในองค์กรสนับสนุนบุคลากรในสังกัด ให้ได้รับการศึกษา อบรม การทำวิจัย เพิ่มพูนความรู้ และจัดให้มีอุปกรณ์สำนักงาน
อย่างเพียงพอ และเหมาะสมในการปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ
2. ส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็ง พัฒนาบทบาทของผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนให้พัฒนาบทบาทและคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ประชาชน และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประขาชน พัฒนาคุณภาพและศักยภาพตามความสามารถของแรงงานในท้องถิ่น
3. ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ติดตั้งระบบกล้องวงจรบิดในเขตชุมชนและสถานที่สำคัญ สนับสนุน
การฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และดูแลรักษาความปลอดภัย
4. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการเสพ การผลิตและการจำหน่ายยาเสพติดในทุกระดับ
5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบการศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา ครู นักเรียน ให้เป็นผู้มีคุณภาพ มีทักษะและศักยภาพตามมาตรฐานสากล
6. พัฒนา ฟื้นฟู และส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีของชุมชนท้องถิ่นโดยการอนุรักษ์สืบสาน
7. ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชนในทุกระดับ ให้มีสุขภาพแข็งแรง
8. ดำเนินโครงการฝึกอบรมและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนเพื่อเสริมสร้างรายได้รองรับประชาคมอาเซียน
9. ส่งเสริมสนับสนุนการวางระบบการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของประชาชน ก่อสร้าง ปรับปรุงเส้นทางการคมนาคมอย่างทั่วถึง
10. พัฒนาขุดลอกคูคลองและจัดสร้างแหล่งน้ำ สงวนและเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งวางโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง
11. พัฒนาฟื้นฟูและอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ ลำคลองและป่าไม่ให้มีความอุตมสมบูรณ์
สร้างจิตสำนึกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและปัญหาสิ่งแวดล้อมของชุมชน จัดทำระบบกำจัดขยะรวม และจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสม
2.5 รางวัลที่ได้รับ/การได้รับการเชิดชู

กิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) และรับมอบเกียรติบัตรผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2564
| ส่วนที่ 3 ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน (พื้นที่ทำโครงการ) |
3.1 ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน
ประวัติชุมชนของตำบลคลองข่อย / หมู่บ้านศรีษะแรด
เดิม ก่อนจะมาเป็นตำบลคลองข่อย ชื่อหมู่บ้าน บางแขยง มีแต่ต้นข่อย มีต้มปาล์มเยอะกว่าทุ่งนา ตอนนั้นทำนาไม่ได้เพราะไม่มีช่องว่าง ไม่มีถนนอะไรเลย
ขณะนั้นตำบลบางแขยง หรือ ตำบลคลองข่อย ณ ปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับตำบลเจ็ดเสมียน หลังจากนั้นแยกออกมาก่อตั้งเป็นตำบลคลองข่อย ในหมู่บ้าน ณ ตอนนั้น มีคลองหลายสาย และก็มีต้นข่อยหลายต้น อยู่หน้าบ้าน คุณตาจิว กาญจน์อร่ามกุล ก็เลยตั้งชื่อตำบลว่า คลองข่อย ตั้งแต่นั้นมา ในตำบลบางแขยง หรือ ตำบลคลองข่อย ณ ปัจจุบัน ส่วนในตอนนั้นจะมีแค่ 2 หมู่บ้าน ก็คือ หมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 2 จากนั้นถึงค่อย ๆ ขยับขยายจนในปัจจุบันมีถึง 8 หมู่บ้าน
ในส่วนของหมู่บ้านศรีษะแรด ก่อนจะเป็นหมู่บ้านศรีษะแรด เป็นชื่อหมู่บ้านหัวแรด ปู่ ย่า ตา ทวด เก่าแก่ เขาเล่ากันว่า แต่ก่อนเป็นทะเล แล้วก็ได้มีหัวแรดมาลอยอยู่กลางทุ่ง ตัวไม่มีมีแต่หัว เจอเป็นนอหัวแรด คนในตอนนั้นเขาจับดู มันก็แปลก ๆ แล้วก็รวมตัวกันก็เลยได้ตั้งชื่อ หัวแรด ตั้งแต่นั้นมา จนปัจจุบันก็คือ ศรีษะแรด ส่วนทำไมถึงเปลี่ยนจากหมู่บ้านหัวแรดเป็นหมู่บ้านศรีษะแรด อดีต ผู้ใหญ่บุญ เต็มชุ่ม ท่านนี้นี่แหละที่เป็นคนไปคุยที่อำเภอปรึกษาหารือกันว่าควรจะเปลี่ยนจากคำว่า หัว เป็นคำว่า ศรีษะ ทางอำเภอโพธารามก็เห็นดีเห็นงามด้วย จากนั้นก็เลยได้เปลี่ยนจาก หมู่บ้านหัวแรด เป็นหมู่บ้านศรีษะแรด ตั้งแต่นั้นมา
อดีต กำนันจุลย์ ทิมสุข ( 80 ปี ) อดีต ผู้ใหญ่บุญ เต็มชุ่ม ( 91 ปี )
ไสว มีทอง ( 96 ปี ) ชาวบ้านในหมู่บ้าน สุริยะ ทิมคล้าย ( 46 ปี ) ผู้ใหญ่บ้าน ณ ปัจจุบัน
3.2 ภูมิปัญญา
1. กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ปลูกถั่วพู มีรายละเอียดดังนี้

นายคมสัน จันทร์ใหญ่ อายุ 48 ปี บ้านสะพานดำ ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ปลูกถั่วพู กล่าวว่า ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาหลังได้รับคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ที่เข้ามาสนับสนุนรวมเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ แนะนำวิธีการปลูก การบำรุงดิน และดูแลรักษา เรื่องการลดต้นทุนการผลิตทำอย่างไร ที่นี่จะมีอาชีพหลักในการปลูกอ้อยเป็นส่วนใหญ่ ส่วนถั่วพูใช้ระยะการปลูกนานถึง 6 เดือน จึงเก็บหัวได้ ปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง ส่วนขั้นตอนการปลูกให้ตีหลุมระยะห่างประมาณ 10-20 ซม. จะปลูกข้าวโพดไปด้วยเพื่อไว้ทำค้างให้ถั่วพูเลื้อย
โดยจะปลูกใกล้กับฤดูฝนลดต้นทุนการให้น้ำ ส่วนการบริโภคยังไม่แพร่หลายมากนัก จะมีแค่พื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.บ้านโป่งที่รู้จักและนิยมบริโภคหัวถั่วพูกันเยอะ รสชาติมันๆ ไม่เหมือนกับการกินมันสำปะหลัง โดยจะใส่น้ำตาล และเกลือลงไปต้มด้วยเพื่อให้รสชาติหวานเค็มๆ ส่วนสรรพคุณยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีอะไรบ้าง ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด เป็นช่วงที่ตรงกับการขุดหัวถั่วพูขายพอดีทำให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว
สำหรับวิธีการปลูกถั่วพู
เพื่อเอาราก หรือ หัว จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรดน้ำ หลังจากยกร่องดินกว้างประมาณ 1 เมตร และขุดหลุมให้มีระยะห่างกันประมาณ 1 คืบแล้ว ตนจะหยอดเมล็ดพันธุ์ถั่วพูสายพันธุ์ดั้งเดิม และข้าวโพดลงไปพร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อให้ต้นถั่วพูได้เลื้อยเกาะต้นข้าวโพด ช่วยลดต้นทุนและทดแทนการใช้ไม้ไผ่ในการทำค้าง
ส่วนของการดูแลรักษา
ช่วงแรกจะต้องรดน้ำเช้าเย็น กระทั่งต้นพืชทั้ง 2 ชนิดโต จึงเว้นระยะการให้น้ำตามสภาพอากาศ หรือประมาณ 2 เดือนครั้ง กระทั่งถึงช่วงปลายเดือนธันวาคมหรือต้นมกราคม จึงจะเริ่มขุดดูว่ารากมีขนาดโตพอที่จะนำมาต้มได้หรือยัง เมื่อได้ขนาดแล้วก็จะค่อยๆ ทยอยขุดมาต้มจำหน่าย ซึ่งการเพาะปลูกถั่วพูเพื่อเอารากนั้น จะไม่นิยมเก็บฝักไปขายหรือนำมารับประทาน แต่จะทิ้งไว้ให้แก่คาต้น เพื่อนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในฤดูกาลต่อไป
จากนั้นจึงนำรากถั่วพูที่ได้มาตัดแต่ง ล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปต้มนานประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อรากเริ่มนิ่มจึงใส่น้ำตาลทรายเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ ต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง จึงใส่เกลือลงไป ระหว่างนี้จะต้องเพิ่มไฟให้แรงต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที เพื่อให้น้ำตาลและเกลือซึมเข้าถึงเนื้อใน ก็จะได้รากถั่วพูต้มรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานมัน โดยรากถั่วพูมีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ร้อนใน กระหายน้ำ และไข้กาฬ
2. การทำพวงมาลัย มีรายละเอียดดังนี้

นางสาวบุญธรรม ยินดี อายุ 60 ปี บ้านศรีษะแรด ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นเจ้าของกลุ่มทำพวงมาลัย ได้รวมกลุ่มชาวบ้านที่ว่างจากงาน มานั่งร้อยพวงมาลัยดอกไม้ สำหรับนำไปบูชาพระ เพื่อส่งขายที่ตลาดเกษตรกรตำบลบ้านสิงห์ ตามปกติทำส่งวันละ 1,000 -1,500 ชุด แต่หากเป็นช่วง วันโกน วันพระ หรือวันสำคัญต่าง ๆ ต้องทำพวงมาลัยดอกไม้ อาทิ ดอกดาวเรือง ดอกมะลิ ดอกพุด ฯ ส่งขายมากกว่า 3,000 ชุด จึงต้องให้กลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้าน มาช่วยกันทำเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งนี้ดอกไม้ที่ใช้สำหรับร้อยพวงมาลัยนั้น อาทิ ดอกดาวเรือง ดาวพุด ดอกมะลิ กลุ่มแม่บ้านก็หันมานั่งร้อยพวงมาลัย โดยไม่ต้องออกต้นทุนแต่อย่างใด เพียงแต่ออกแรงงานฝีมือในการร้อยให้สวยงาม เท่านั้น โดยค่าตอบแทนนั้น พวงมาลัยดอกไม้ ขนาดเล็ก จะได้พวงละ 1 บาท บางคนสามารถร้อยได้มากกว่า 200 พวง ในแต่ละวัน ถือว่าเป็นรายได้ ที่ทำให้เลี้ยงชีพได้ โดยจะออกวัตถุดิบให้ทั้งหมด ที่ใช้ในการร้อยมาลัย เช่น ดอกมะลิ ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย ดอกรัก ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกจำปี ดอกกล้วยไม้ เข็มร้อยพวงมาลัยและริบบิ้น เมื่อร้อยพวงมาลัยดอกไม้เสร็จ นำพวงมาลัยแช่ไว้ในถังน้ำแข็ง เพื่อความสดและเก็บไว้ได้นาน ไม่เหี่ยวง่าย พร้อมส่งตลาดตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
วัสดุ – อุปกรณ์ สำหรับร้อยมาลัย
1. ดอกมะลิ
2. ดอกรัก
3. ดอกกุหลาบ
4. ใบตอง
5. เข็มร้อยมาลัย (เข็มยาวๆ)
6. ด้าย
7. กรรไกร
ขั้นตอนการร้อยมาลัย
**การใช้วาสลีนทาที่เข็มร้อยมาลัย จะช่วยให้ร้อยง่ายขึ้น
1. ชั้นที่ 1 ร้อยดอกมะลิ ดอกที่ 1 ด้วยเข้มร้อยมาลัย ส่งก้านดอกยาว 0.5 เซนติเมตร
2. ร้อยดอกมะลิ ดอกที่ 2-3 เช่นเดียวกับ ดอกที่ 1 เรียงดอกโดยรอบ
3. ร้อยดอกมะลิชั้นที่ 2 และชั้นอื่น ๆ เช่นเดียวกับชั้นที่ 1 จนได้ 30 ชั้น ใช้ดอกมะลิ 120 ดอก หรือได้ความยาวของมาลัยประมาณ 13 นิ้ว
4. รูดมาลัยออกจากเข็ม
3. การเพาะเห็ดหูหนู มีรายละเอียดดังนี้

นางสาวเพ็ญนภา นาคหัสดี อายุ 47 ปี บ้านศรีษะแรด ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นเจ้าของโรงเพาะเห็ดหูหนู เราทำกันเป็นครอบครัว ทุกคนช่วยกัน และดึงคนในชุมชนมาร่วมทำกับเราด้วย ลองผิดลองถูกมาเยอะ แต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จนปัจจุบันถือได้ว่ารู้หัวใจสำคัญของการเพาะเห็ดชนิดนี้มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อากาศ อุณหภูมิ โรคต่าง ๆ ที่เกิดกับเห็ด การเพาะเห็ดหูหนูก่อนอื่นต้องสร้างโรงเรือน หลังคามุมด้วยหญ้าคา เพื่อให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนเย็นเสมอ พื้นเทด้วยทราย ช่วยความชุ่มชื่นเมื่อเรารดน้ำ ส่วนเสาโรงเรือนจะเป็นไม้หรือปูนตามสะดวก และต้องมีผ้าใบพลาสติกดำ และผ้าสแลน 80% สำหรับคุมรอบข้างโรงเรือน ทั้งนี้เมื่อได้ก้อนเชื้อแล้วจะต้องแขวนก้อนเชื้อเห็ดให้เสร็จภายใน 2 วัน งานนี้ถือได้ว่าต้องเร่งมืออย่างมาก ทุกคนต้องช่วยกัน ภายหลังได้ 50 วัน เมื่อเชื้อเดินเต็มก้อน สังเกตได้จากก้อนเชื้อจะมีใยสีขาวเต็มถุง เป็นสัญญาณบอกถึงพร้อมกรีดก้อนเห็ดแล้ว โดยใช้มีดกรีดแนวเฉียงให้ถึงขี้เลื่อย ขนาด 2 เซนติเมตร ด้านข้าง 6 แผล ก้นถุงอีก 2 แผล เพื่อให้เห็ดออกตามแผลที่เรากรีด จากนั้นก็รดน้ำที่พื้นให้ชุ่มทุกวัน ห้ามให้โดนก้อนเชื้อเห็ดที่เราแขวนไว้ ประมาณ 7 วัน รอยแผลเริ่มปิดค่อยรดน้ำได้ หลังแผลเริ่มมีลักษณะคล้ายปลิงแต่ละวันจะต้องเร่งให้น้ำ 4 เวลา และ 75 วัน ก็รอเก็บผลผลิตชุดแรกได้เลย การทำเห็ดหูหนูต้องดูแลอย่างมาก ราวกับเลี้ยงเด็กแรกเกิดเลยก็ว่าได้ เพราะในแต่ละวันต้องดูทั้งเรื่องการรดน้ำ การเปิด-ปิดโรงเรือนเพื่อเอาอากาศเข้าภายในโรงเรือน แถมหากวันไหนมีลมพัด แดดจ้า หรือแดดส่องเยอะ ต้องคุมผ้าฝั่งที่แดดส่องด้วย เพราะจะทำให้เห็ดแห้ง ไม่สมบูรณ์ ส่วนเรื่องโรคที่มากับเห็ด หลัก ๆ จะเป็นโรคไรไข่ปลา และโรคราเขียว ต้องสังเกตให้ดีหากรักษาไม่ทันเชื้อโรคเหล่านี้จะกระจาย ทำลายดอกเห็ดเราเป็นวงกว้าง หากพูดถึงเสน่ห์ที่เห็นจากฟาร์มเห็ด คงจะเป็นการช่วยเหลือกันของคนในชุมชน รวมถึงญาติพี่น้อง เมื่อถึงคราวที่เห็ดพร้อมเก็บ ทุกคนก็จะเรียกกันมาช่วยเก็บ หลังจากเก็บดอกเห็ดมาแล้วก็นำเห็ดไปแช่ล้างน้ำ แล้วจะมีแม่ค้าเข้ามารับเห็ดที่บ้าน
4. การเลี้ยงปลาหมอ มีรายละเอียดดังนี้

นายสุรชัย ทิมคล้าย อายุ 40 ปี บ้านศรีษะแรด ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้นำปลาหมอมาเลี้ยง โดยใช้วิธีการเลี้ยงให้อยู่ภายในบ่อผ้าใบ ทำให้ไม่ต้องขุดบ่อ สามารถจัดการในเรื่องของน้ำและระบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ปลาหมอโตดี มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด จำนวนปลาหมอที่ใส่เลี้ยงภายในบ่อ จะปล่อยอยู่ที่ 3,000 ตัว ต่อบ่อ โดยในช่วงแรกจะเลี้ยงด้วยอาหารลูกอ๊อดที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 40 เป็นระยะเวลา 7 วัน จากนั้นจึงเปลี่ยนเลี้ยงด้วยอาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเหมาะสมกับปากของปลาหมอ แต่ยึดโปรตีนให้อยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึงปลาจับจำหน่ายได้ ซึ่งระยะเวลาการเลี้ยงปลาหมอจนจับจำหน่ายได้ ใช้เวลาอยู่ที่ 4-5 เดือน จะได้ปลาหมอขนาดไซต์อยู่ที่ 5-6 ตัว ต่อกิโลกรัม เป็นไซซ์ที่ตลาดมีความต้องการเป็นหลัก
ในเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นกับปลาหมอที่เลี้ยงภายในบ่อนั้น คุณสุรชัย บอกว่า ยังไม่พบปัญหาที่ทำให้ปลาเสียหาย เพราะบ่อที่เลี้ยงมีการทำความสะอาดและระบบจัดการที่ดี จึงทำให้ไม่เกิดการสะสมของโรค เมื่อเห็นว่าน้ำภายในบ่อมีสภาพที่ไม่ดี ก็จะถ่ายน้ำเก่าออก และใส่น้ำใหม่เข้าไปทันที จึงทำให้ปลาได้น้ำที่สะอาดอยู่เป็นประจำตลอดการเลี้ยง
สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาหมอ เป็นงานสร้างเงิน คุณสุรชัย แนะว่า สิ่งแรกที่ต้องมีเสียก่อนที่จะลงมือทำในการเลี้ยงปลาหมอคือ เรื่องของใจรัก โดยในการเลี้ยงต้องให้เวลาและเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ควรเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ผลผลิตที่ได้ก็จะออกมาไม่ดี แต่ถ้าเลี้ยงด้วยใจใส่มีระบบการจัดการที่ดี หาแหล่งอาหารดี ลูกพันธุ์ปลาดี การเลี้ยงก็จะประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นรายได้ที่ดีอย่างแน่นอน
บ่อผ้าใบที่ใช้เลี้ยง
- บ่อผ้าใบทรงกลมความหนา 0.50 mm.
- ขนาดบ่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร
- ความสูง 1.0 เมตร
- เย็บขึ้นรูปสำหรับทำโครงสร้างใส่ท่อ PVC ฐานแนวตั้งสำหรับท่อ PVC ขนาด 2 นิ้วและสำหร้บยึดโครงปากบ่อ ท่อขนาด 1 นิ้ว เย็บตะเข็บรัดท่อทุกระยะ
- เจาะรูน้ำทิ้ง/เจาะรูน้ำล้น
- บ่อผ้าใบรับประกันการใช้งาน 5 ปี
- เลี้ยงปลาหมอได้ 1,000-3,000 ตัว
5. การทำสวนลำไย มีรายละเอียดดังนี้

นายแดน กระต่ายทอง อายุ 60 ปี บ้านใหม่ปลายคลอง ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จุดเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรชาวสวนลำไย โดยการใช้ทุนความรู้เดิมที่มีอยู่ นั่นคือ อาชีพทำการเกษตร และเงินที่เก็บเอาไว้บางส่วนตัดสินใจที่จะทำสวนผลไม้ ปลูกผักสวนครัว ขายตามตลาด จึงได้ตัดสินใจปลูกลำไยเป็นหลัก และไม้ผลอื่น ๆ แซมบ้างเล็กน้อย ปลูกผักสวนครัวขายตามตลาดบ้าง ที่เหลือก็เก็บไว้กินในครัวเรือน
สายพันธุ์ลำไย ลำไยที่ปลูกในสวนมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์อีดอ และพันธุ์พวงทอง เป็นชื่อที่เรียกกันในภาษาชาวบ้าน แต่ชื่อที่เป็นลิขสิทธิ์จริง ๆ ก็คือ พันธุ์เพชรเวียงพิง ได้มาจากศูนย์รวบรวมและขยายพันธุ์ลำไย เป็นพันธุ์ที่ผสมผสานกันระหว่างพันธุ์ดอหลวงกับพันธุ์สีชมพู มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ ใบใหญ่ ใบยาว มีน้ำหนักดีกว่าพันธุ์อีดอ ใช้ระยะเวลาการดูแล 7-8 เดือน ถึงจะได้เก็บผลผลิต ซึ่งสวนแห่งนี้แบ่งเป็นลำไยพันธุ์อีดอ 100 กว่าต้น และพันธุ์พวงทอง 300 กว่าต้น
การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ให้ต้นลำไย ลำไยเป็นพืชที่ชอบน้ำมาก แต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงต้องมีการให้ความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา จากการที่อยู่กับลำไยมา 10 กว่าปี จนทำให้รู้ว่าช่วงไหนควรให้อะไร อย่างปุ๋ยใช้ราดบริเวณโคนต้น และช่วงนั้นต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้เรียบร้อย และที่สำคัญ คือ ต้องให้มีความชื้นสม่ำเสมอ อัตราการใช้ก็คือ 7 กิโลกรัมต่อต้น ผสมกับเฟอร์ไลท์ 4 กิโลกรัม ให้น้ำ 2-3 ระยะ จนกว่าจะแตกยอดใหม่ ยิ่งแตกยอดมากเท่าไร ผลผลิตก็จะมากเท่านั้น
ถ้าอยากได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ต้องมีการบำรุง และมีการดูแลที่ดี ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย เรื่องฮอร์โมน และต้องสังเกตถึงความผิดปกติ หรือแม้กระทั่งการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืชด้วย เพราะในสวนนี้จะมีการราดสาร และการใช้สารเคมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ฮอร์โมนที่ใช้ก็เป็นฮอร์โมนไข่แบบเข้มข้น และในช่วงที่กำลังติดดอก ออกผล
การตัดแต่งกิ่งต้นลำไย เมื่อต้นลำไยมีอายุครบ 3 ปีขึ้นไป ต้นลำไยจะมีความสมบูรณ์เต็มที่ และพร้อมที่จะให้ผลผลิตได้ และจะเริ่มมีการไว้ลูกเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละต้น โดยการสังเกตจากใบของลำไยเป็นหลัก หากมีใบที่ใหญ่ ใบมันจนดำ แสดงว่าลำไยมีการสะสมอาหารแล้ว พร้อมที่จะให้ผลผลิต ก็จะเริ่มมีการ “ตัดแต่งกิ่ง” ต้นลำไยให้มีการแตกใบใหม่ จะไม่เน้นตัดหมดในทีเดียว แต่จะมีการทยอยตัดเป็นระยะ ทั้งหมด 3 รอบ ห่างกันประมาณ 40-45 วัน ใช้ระยะเวลานานกว่า 4 เดือน
การให้น้ำต้นลำไย ส่วนเรื่องของการให้น้ำนั้น คุณแดนยืนยันว่าต้องหมั่นดูแล และสังเกตเรื่องการให้น้ำ อย่าให้มากจนเกินไป และอย่าให้น้อยจนเกินไป เพราะช่วงจากช่อดอกจะกลายเป็นใบอ่อนนั้น ต้องมีการให้น้ำที่พอดี ต้องสังเกตที่ดินเป็นหลัก หากพื้นดินแห้งควรมีการให้น้ำพอชุ่ม แต่ถ้าดินมีความชื้นอยู่แล้ว เราไม่ต้องให้น้ำอีก เมื่อดอกบานจะต้องมีการให้น้ำมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ควรให้มากจนเกินไป “การให้น้ำนั้นไม่จำเป็นต้องให้กี่ชั่วโมง เพราะแต่ละแปลง หรือแต่ละสวน มันให้น้ำไม่เหมือนกัน บ้างใช้สปริงเกลอร์ บ้างใช้สายยางรด หรือตักน้ำราด”
3.3 สถานการณ์ปัญหา
ปัญหาส่วนใหญ่ในหมู่บ้านศรีษะแรด คือ ปัญหายาเสพติด เด็กหลงผิดทำให้เลือกยาเสพติดเป็นทางออก เช่น ตามเพื่อน เพื่อนแนะนำ ขาดการดูแลอบรมสั่งสอนจากผู้ปกครอง ปัญหาภายในครอบครัวและขาดการศึกษา ไม่ได้เรียนหนังสือ
อ้างอิง
แผนพัฒนาเกษตรกรรมตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2560 – 2563
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561 - 2565)




