1.ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะตำบล

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาลนครกรุงเทพ และเทศบาลนครธนบุรี ในปี พ.ศ.2479 ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในปี พ.ศ.2514 จึงมีประกาศคณะปฏิวัติให้รวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีกลับเข้าไว้ด้วยกันเป็นจังหวัดเดียว และเรียกว่า นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และในปี พ.ศ.2515 จึงให้เรียกว่า กรุงเทพมหานคร และจัดแบ่งเป็นเขตการปกครอง 24 เขต เมื่อประชากรหนาแน่นขึ้นก็มีการแบ่งเขตการปกครองเพิ่มขึ้นเรื่อยมาเพื่อให้สามารถดูแลและบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากเอกสารบรรยายสรุปของสํานักงานเขตบางขุนเทียนระบุว่า เดิมเป็นอําเภอบางขุนเทียน ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลานานกว่า 100 กว่าปีเศษ สันนิษฐานว่าตั้งครั้งแรกในราวปีพ.ศ.2410 แรกเริ่มมีผู้เล่ากันว่าใช้เรือต่อจอดเป็นที่ทําการ จอดอยู่ประจําอยู่บริเวณปากคลองหัวกระบือ ตําบลท่าข้าม ต่อมาได้ขึ้นจากเรือมาอยู่บนบกเรียกว่า “ อําเภอหัวกระบือ” ต่อมาในปี พ.ศ.2437 ได้ย้ายที่ทําการไปตั้งที่บริเวณสามแยกคลองบางขุนเทียน หลักฐานที่เป็นเอกสารระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังไม่ได้เสด็จกลับจากประภาสยุโรป สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ซึ่งสําเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ได้ออกประกาศ “ พระราชกําหนดสุขาภิบาลกรุงเทพ” ในเดือนพฤศจิกายน 2440 ตั้งกรมสุขาภิบาลขึ้นอยู่กับกระทรวงนครบาล และในปีเดียวกันนั้นก็ออกกฎหมาย ฉบับหนึ่งมีชื่อว่า “ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องถิ่น ” เพื่อปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินส่วนท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น โดยแบ่งการปกครองออกเป็นอําเภอชั้นนอกและอําเภอชั้นใน ซึ่งในขณะนั้น “อําเภอศีรษะกระบือ ” เป็น 1 ใน 8 ของอําเภอชั้นนอก ต่อมาเมื่อพ.ศ. 2443 ได้มีหมายประกาศรับอาสาบัตรเล่นการมหรสพมณฑลกรุงเทพ ฯ เปลี่ยนชื่อ “อําเภอศีรษะกระบือ” เป็น อําเภอบางขุนเทียน ” เป็นอําเภอชั้นนอกตั้งที่ว่าการที่สามแยกบางขุนเทียนขึ้นตรงต่อมณฑลกรุงเทพ ฯใน พ.ศ.2452 บริษัทท่าจีนได้มาสร้างทางรถไฟผ่านบริเวณที่ตั้งอําเภอ ทําให้ต้องย้ายที่ทําการไปอยู่ริมทางรถไฟในที่ดินของวัดจอมทอง (วัดราชโอรส) ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปรับปรุงเขตการปกครองใหม่ใน พ.ศ.2458 ยกเลิก มณฑลกรุงเทพมหานคร และแบ่งเขตกรุงเทพมหานครออกเป็นจังหวัด คือฝั่งตะวันตกลําน้ำเจ้าพระยาเป็นจังหวัดธนบุรี ภายใต้การปกครองของกระทรวงนครบาลอําเภอบางขุนเทียน จึงขึ้นตรงกับจังหวัดธนบุรี จนกระทั่งมีการปกครองตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 อําเภอบางขุนเทียนจึงเปลี่ยนเป็น “ เขตบางขุนเทียน ”ต่อมา เขตบางขุนเทียน ได้มีการแบ่งพื้นที่บางส่วนออกเป็นสํานักงานเขตบางขุนเทียน สาขา1 เปิดที่ทําการเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2532 โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนวัดมงคลวราราม เลขที่ 68ถนนจอมทอง แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งสํานักงานเขตบางขุนเทียน สาขา 1 โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบจากสํานักงานเขตบางขุนเทียนมาดําเนินการเฉพาะเขตพื้นที่ เพื่อแบ่งเบาภาระของสํานักงานเขตบางขุนเทียน และเป็นการอํานวยความสะดวกให้กับประชาชน อีกอย่างหนึ่งเพื่อเป็นการยกฐานะเป็นสํานักงานเขตอย่างถาวรในอนาคต ต่อมาได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532จัดตั้งสํานักงานเขตบางขุนเทียน สาขา 1 เป็นสํานักงานเขตจอมทองมีพื้นที่ในการปกครอง ดังนี้ แขวงบางค้อ แขวงบางขุนเทียน แขวงจอมทองและแขวงบางมดเขตจอมทอง เป็นเขตชั้นนอก พื้นที่สวนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร มีสวนผักและผลไม้ได้แก่สวนลิ้นจี่ มะพร้าว ส้ม ชมพู่ กล้วย คําว่าจอมทอง มาจากชื่อเดิมของวัดราชโอรสารามวรวิหาร (วัดจอมทอง) ซึ่งเป็นวัดโบราณที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ และเห็นว่าวัดจอมทองเดิมเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ ต่อมาได้สถาปนาเป็นวัดประจํารัชกาลดังนั้นเขตจอมทองจึงได้นําชื่อของวัดจอมทอง มาตั้งเป็นชื่อเขตจอมทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล3ปี พ.ศ.2540 กรุงเทพมหานคร ได้มีนโยบายที่จะแบ่งเขตที่มีอยู่เดิม 36 เขต ออกเป็น 50เขต ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งสํานักงานเขตใหม่เพิ่มอีก 14 เขต สํานักงานเขตจอมทอง ได้รับพื้นที่เขตบางส่วนของแขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ และพื้นที่บางส่วนของแขวงบุคคโล เขตธนบุรี มาเป็นเขตพื้นที่ของเขตจอมทองตามประกาศวันที่ 14 ตุลาคม 2540ปีงบประมาณ 2537 สํานักงานเขตจอมทอง ได้รับงบประมาณให้สร้างอาคารที่ทําการถาวรวงเงินงบประมาณ 71,472,000.-บาท ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ บนเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 1 ตารางวา เริ่มทําสัญญาการก่อสร้างเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2537 ประกอบด้วยอาคาร 5 ชั้น 1 หลัง อาคารเอนกประสงค์ 1 หลังอาคารเก็บพัสดุ 1 หลัง พร้อมท่อระบายน้ำทางเดิน ลานจอดรถและรั้วโดยรอบต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2540 เวลา 10.29 น. ได้จัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานเขตแห่งใหม่ โดยรองศาสตราจารย์ญาณเดช ทองสิมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดอาคารตั้งอยู่เลขที่ 55 หมู่ที่ 2 ถนนพระรามที่ 2 ซอย 3 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเลขที่ 38 ถนนพระรามที่ 2 ซอย 3 แขวงบางมด เขตจอมทอง

1.1 ลักษณะทางกายภาพ

ลักษณะภูมิประเทศของเขตจอมทองเป็นที่ราบลุ่มโดยตลอด ในอดีตมีสภาพเป็นเรือกสวนไร่นาแบบสังคมชนบท มีการทำการเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันลักษณะการใช้ที่ดิน เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเกือบหมดแล้ว กลายเป็นสังคมเมือง เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่อง อาคารพาณิชย์ โรงงาน อุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการทั้งขนาดเล็กและขนาด ใหญ่ ตลอดจนหมู่บ้านจัดสรรต่าง ๆ มากมาย พื้นที่สวนอยู่เหลือเพียงเล็กน้อย และที่มีชื่อเสียงคือ สวนส้มบางมดและสวนลิ้นจี่ 

1.2 การปกครอง

ในปี พ.ศ. 2564 มีประชากรทั้งหมด 145,771 คน โดยมีการเพิ่มและลดของประชากรอยู่ที่ -2,519 คน โดยมีประชากรเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยแบ่งเป็นชาย 5,261 คน หญิง 2,546 รวมทั้งสิ้น 7,807 ประชากรในช่วงอายุ 18-60 ปี แบ่งเป็นชาย 4,814 คน หญิง 3,511 คน รวมทั้งสิ้น 8,325 คน ประชากรที่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี แบ่งเป็นชาย 566 คน หญิง 845 คน รวมทั้งสิ้น 1,411 คน

1.3 บริบททางเศรษฐกิจ

ในด้านเศรษฐกิจนั้นแขวงบางมดในสมัยก่อนเป็นพื้นที่ทำการเกษจรมาอย่างยาวนานจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม และการพาณิชย์ร้อยละ80 ของพื้นที่ โดยส่วนมากจะเป็นการค้าขาย และหอที่พักอยู่อาศัย โรงงานอุตสากรรม และธุรกิจส่วนตัว ในบางพื้นที่ที่ทำการเกษตรก็จะมีการปลูกพืช ผัก สวนครัว เอาไว้ใช้สอยและค้าขายกันเล็กๆภายในหมู่บ้าน 

1.4 บริบททางสังคม

สังคมในแขวงบางมดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆคือ ชุมชนที่อยู่ดั้งเดิม ชุมชนบ้านจัดสรร และ ชุมชนคนต่างด้าว โดยแต่ละชุมชนสังคมจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ศาสนาส่วนใหญ่คือศาสนาพุทธ ทุกคนร่วมมือกันดำเนินตามประเพณี และวัฒนธรรมอันดีอย่างการลอยกระทง สงกรานต์ ก็จะมีการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือวันปีใหม่ก็จะมีการจัดกิจกรรมสังสรรค์ด้วยกัน โดยในชุมชนแขวงบางมดในสมัยก่อนจะมีเรื่องยาเสพติดถึงร้อยละ50 แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ2 ของแขวงบางมด โดยจะมีสายตรวจเข้ามาทุกวันตอนเย็นทำให้แทบไม่มีเรื่องยาเสพติด หรือการลักขโมยเลย อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับทางภาครัฐในเรื่องของการฉีดยากันพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เร่ร่อน และมีการพ่นยากำจัดยุงในแต่ละปี และยังมีการลอกคลองเพื่อให้การละบายน้ำนั้นละบายได้สะดวกยิ่งขึ้น

1.5 บริบททางการศึกษาและวัฒนธรรม

ในแขวงบางมดนี้จะมีโรงเรียนและสถานที่ศึกษาอยู่ทั้งหมด 3 สถานที่ ได้แก่ 1. โรงเรียนบางมดวิทยา 2. โรงเรียนวัดยายร่ม และ 3. โรงเรียนวัดสีสุก ในส่วนของวัดนั้นจะมีวัทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ 1. วัดยายร่ม 2. วัดโพธิ์ทอง 3. วัดสีสุก 4. วัดโพธิ์แก้ว อีกทั้งในตัวแขวงยังมีสถานที่ให้ความรู้แก่ชาวบ้านนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง โดยตั้งอยู่ที่ วัดยายร่ม เป็นสถานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่แขวงบางมดในสมัยก่อนว่ามีวิถีการดำเนินชีวิตในสมัยก่อนอย่างไร 

1.6 บริบททางการเมือง

นายกคนปัจจุบันของกรุงเทพคือ นายขจิต ชัชวานิชย์ เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2565 เกิด 7 มกราคม 2506 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการองค์การ มหาวิทยาลัยเกริก เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานพัฒนาชุมชน 8 ผู้อำนวยการกอง กองส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาชุมชน ผู้ตรวจราชการ ระดับ 8 ผู้อำนวยการเขตคลองสาน ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร สำนักปลัด กทม. ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และรองปลัด กทม.ล่าสุดขึ้นแท่น ดำรงตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร 

2. ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะองค์กร

วันที่ 18 มีนาคม 2540 เวลา 10.29 น. ได้จัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานเขตแห่งใหม่โดยรองศาสตราจารย์ญาณเดช ทองสิมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดอาคารตั้งอยู่เลขที่ 55 หมู่ที่ 2 ถนนพระรามที่ 2 ซอย 3 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเลขที่ 38 ถนนพระรามที่ 2 ซอย 3 แขวงบางมด เขตจอมทอง 

2.1 ผู้บริหารและคณะทำงาน

ผู้อำนวยการเขตจอมทองคือ นายณัฐพงษ์ มีโภคกิจ ผู้ช่วยได้แก่นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ และ นางสาวณัฏฐพิชญ์ ระเห็จหาญ หัวหน้าฝ่ายปกครอง นางสาวสุภาวดี ศรีบุญพงศ์ หัวหน้าฝ่ายทะเบียน นางกุสิสรา จันทร์กระพ้อ หัวหน้าฝ่ายโยธา นายธวัชชัย ศรีแสง หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด นายเฉลียว เฝือชาติ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม นางเพลินจันทร์ ตันโพธิ์ทอง หัวหน้าฝ่ายการศึกษา นางสาวศิริกานต์ ดุสินธ์ุ หัวหน้าฝ่ายการคลัง นางสาวอุษณีย์ วรวุฒิอานันท์ หัวหน้าฝ่านรายได้ นางสาวอนงค์นุช เพียเพ็งตัน หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ นายสุรพัศ ปุงบางกะดี่ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชน นางรุ่งรัตน์ ศรีสุชาติ

2.2 วิสัยทัศน์

จอมทองใส่ใจการบริการ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพันธุกรรมพืช ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

2.3 รางวัลที่ได้รับ

“การลดขั้นตอนการเจาะเลือดในผู้ป่วยนอก” ของโรงพยาบาลกลาง สังกัดสำนักการแพทย์

2.4 ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน

1. พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน แก้ไขและบรรเทาปัญหาการจราจร

2. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวของเขตจอมทองให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

3. เสริมสร้างสงแวดล้อมที่เป็นมิตรกับประชาชน

4. พัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชนในพื้นที่ให้เป็นชุมชนและสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุข เข้มแข็ง ปลอดภัย

5. เสริมสร้างระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใสเป็นธรรม และเพิ่มศักยภาพของบุคลากรเพื่อให้เกิดการบริการที่ดีที่สุดแก่ประชาชน

6. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมขน ในการร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมรักษาอย่างยั่งยืน