25 กุมภาพันธ์ 2565
กรณีมหากาพย์เหมืองทองอัคราน่าศึกษามาก เป็นคดีปกครองสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
เหมืองทองอัคราหรือเหมืองทองคำชาตรีตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินการโดย บ.อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บ.คิงส์เกตฯ
จุดเริ่มต้นของมหากาพย์จากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 72/2559 สั่งระงับกิจการเหมืองแร่ทั่วประเทศ
ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2559 ประกาศว่า “ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตต่างๆ ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำระงับการประกอบกิจการไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป จนกว่าคณะกรรมการจะมีมติเป็นอย่างอื่น…”
มติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ
คำสั่งของ คสช. เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ให้ระงับการประกอบกิจการ และยังระบุอีกว่า มาตรการเหล่านี้ของรัฐบาลไทยเป็นมาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (unlawful measures) เป็นการละเมิดพันธกรณีของข้อตกลง TAFTA บริษัทคิงส์เกตจึงใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย (TAFTA Claim) โดยฟ้องว่า มาตรการของไทยละเมิดข้อบทหรือข้อกฎหมายที่สำคัญ 3 ข้อ ได้แก่
(1) การประติบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม (Fair and Equitable Treatment)
(2) การโอนหรือการเวนคืนกิจการ (Expropriation) และ
(3) การทำให้เสียหาย การทำตามอำเภอใจ หรือการเลือกปฏิบัติ (Non-impairment) ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะผู้ถูกร้อง/ผู้ถูกฟ้องคดีก็ต้องต่อสู้เพื่อหักล้างข้อกฎหมายเหล่านี้
พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510
(2) พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516
(3) พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522
(4) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 พ.ศ.2526
(5) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2528
(6) พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2534
(7) พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545
(8) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(9) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2520
(10) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
“แร่” หมายความว่า ทรัพยากรธรณีที่เป็นอนินทรียวัตถุ มีส่วนประกอบทางเคมีกับลักษณะทางฟิสิกส์แน่นอนหรือเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยไม่ว่าจะต้องถลุงหรือหลอมก่อนใช้หรือไม่ และหมายความรวมตลอดถึงถ่านหิน หินน้ำมัน หินอ่อน โลหะและตะกรันที่ได้จากโลหกรรม น้ำเกลือใต้ดิน หินตามที่กฎกระทรวงกำหนดเป็นหินประดับหรือหินอุตสาหกรรม และดินหรือทรายตามที่กฎกระทรวงกำหนดเป็นดินอุตสาหกรรมหรือทรายอุตสาหกรรม แต่ไม่รวมถึงน้ำ หรือเกลือสินเธาว์
สรุป ที่มาที่ไป แบบเข้าใจง่าย “เหมืองทองคำอัครา” (วิศรุต, 2562)
ทำไมรัฐบาลอาจต้องควักเงินสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายให้บริษัทเอกชนจากต่างประเทศ และ ทำไมนายกฯประยุทธ์ ต้องออกหน้าด้วยตัวเอง Workpoint News จะสรุปสาระสำคัญแบบเข้าใจง่ายใน 19 ข้อ
1) ในปี พ.ศ.2543 รัฐบาลในยุคชวน หลีกภัย มีการเปิดให้สัมปทานการขุดเหมือง ชื่อ “ชาตรี” ทำบริเวณรอยต่อของ จ.พิจิตร, จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำนวน 5 แปลง มีพื้นที่รวม 1,259ไร่ โดยบริษัท คิงส์เกท คอนโซลิเดเต็ด จำกัด จากประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้ชนะ ได้สิทธิสัมปทาน พร้อมมอบหมายให้บริษัทลูกในประเทศไทย บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด เป็นผู้ดำเนินกิจการการขุดเหมือง
2) ตั้งแต่เหมืองทองคำ ถูกก่อตั้ง ได้สร้างความเจริญขึ้นในพื้นที่ และมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย ในเขตรอบๆ เหมือง รวมถึงมีผู้ประกอบการ ร้านค้า และธุรกิจเอกชน ผุดขึ้นมา เพื่อรองรับความเจริญที่เข้ามา
3) สำหรับประเทศไทย ได้ประโยชน์เช่นกัน จากการมอบสัมปทานครั้งนี้ โดย รัฐบาลจะได้ประโยชน์ถึง 3 ทาง
– เมื่อขุดแร่ทองคำขึ้นมาแล้ว จะสามารถส่งออกไปขายต่อให้ประเทศอื่น เพื่อนำไปทำเป็นทองคำบริสุทธิ์ต่อไป
– เก็บ “ค่าภาคหลวง” เปรียบเสมือนภาษี ที่ผู้ทำสัมปทานต้องจ่ายให้รัฐทุกปี จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
– เป็นการสร้างมูลค่า และความเจริญในพื้นที่ รวมถึงสร้างงานให้คนในละแวกใกล้เคียงกับเหมืองทองด้วย
4) หลังขุดทองกันได้ 7 ปี ในปีพ.ศ.2550 มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบออกมาร้องเรียนต่อรัฐบาล ว่าใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะมีเสียงดังจากการระเบิดเหมืองกันตลอดเวลา ทั้งวัน ทั้งคืน ยิ่งไปกว่านั้น การที่เหมืองแร่เปิดอยู่ใกล้ชุมชน ส่งผลให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ถูกทำลาย และปนเปื้อนไปด้วยโลหะหนัก
ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำจากธรรมชาติได้อีก ต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ รวมถึงเริ่มมีอาการเจ็บป่วย มีผื่นคัน ตุ่มหนองทางผิวหนัง
5) ระหว่างที่ภาครัฐลงมาตรวจสอบ ทาง บมจ.อัครา ได้ขอสัมปทานเพิ่มเติมอีก 9 แปลง ในจังหวัดพิจิตร รวมพื้นที่ 2,466 ไร่ และได้รับสัมปทานจากรัฐ วันที่ 21 กรกฎาคม 2551 – 20 กรกฎาคม 2571สัมปทานยาว 20 ปี โดยเรียกกันว่า “เหมืองทองคำชาตรีเหนือ”
6) ยิ่งมีการทำเหมือง ก็ยิ่งมีชาวบ้านจำนวนมาก ได้รับผลกระทบทางร่างกาย ดร.สมิทธ ตุงคะสมิทธ จากมหาวิทยาลัยรังสิต รายงานผลการตรวจเลือดของชาวบ้าน 1,004 คน ที่อาศัยในเขตใกล้เหมือง ในวันที่ 24 สิงหาคม 2557 ปรากฏว่าพบสารแมงกานีสในร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน 41.83%และ สารไซยาไนต์ในร่างกายเกินมาตรฐาน 5.88%
7) จนในที่สุด วันที่ 16 มกราคม 2558 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ทำการสุ่มตรวจ และพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง มีโลหะหนักในกระแสเลือด จึงออกคำสั่งให้บริษัท อัครา หยุดประกอบกิจการ เป็นเวลา 30 วัน
8) อย่างไรก็ตาม หลังจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทางอัคราไมนิ่ง พยายามปรับปรุงแก้ไข เรื่องการปล่อยโลหะหนักรั่วไหล โดย เดือนเมษายน กพร. จ้างบริษัทแบร์ โดแบร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้เชี่ยวชาญการประเมินเหมืองทองคำ มาตรวจสอบที่เหมืองชาตรี ปรากฏว่า ไม่พบไซยาไนต์รั่วไหลแต่อย่างใด
9) ความขัดแย้งในพื้นที่ เพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มชาวบ้านมีทั้งฝ่ายสนับสนุนเหมืองทองคำ และฝ่ายที่ต่อต้านอยากให้เหมืองยุติ จนในที่สุด วันที่ 14 ธันวาคม 2559 ด้วยคำสั่งของ คสช. ที่ 72/2559 ประกาศว่า “ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ จะต้องระงับการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป”
“ส่วนคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ต้องระงับการอนุญาตให้สำรวจ หรือทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงระงับการต่ออายุสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ นอกจากนั้น ผู้ประกอบการ ต้องฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ ตามที่กำหนดไว้ในรายการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม”
เป็นการใช้ มาตรา 44 ระงับข้อขัดแย้ง ซึ่งก็มีเสียงวิจารณ์ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
10) เมื่อถูกระงับไม่ให้ทำเหมือง ส่งผลให้บริษัท อัครา ปลดพนักงานทั้งหมด 265 คน รวมถึงพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องอีก 450 คน ก็ถูกเลิกจ้าง และหยุดการทำงานของเครื่องจักรในการผลิตทั้งหมด ก่อนจะหยุดดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการ วันที่ 1 มกราคม 2560
11) 19 พฤษภาคม 2559 กลุ่มพนักงาน และ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเหมือง จำนวน 5พัน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยกล่าวว่า ประชาชนจำนวนมาก ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมแสดงผลการตรวจสุขภาพ ว่าไม่ได้ป่วยไข้จากเหมืองทองแต่อย่างใด พร้อมวิงวอนให้นายกฯ ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านตัวจริง
นายวรากร จำนงค์นารถ อดีตกำนันตำบลเขาเจ็ดลูก เปิดเผยว่า “พวกเราชาวบ้านตัวจริงอาศัยอยู่ร่วมกับเหมืองแร่ทองคำมากว่า 15 ปี อย่างเกื้อกูล ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เหมือนที่บางกลุ่มพยายามกล่าวอ้าง”
“พวกเราขอถามหน่อยว่าหากหมู่บ้านเราไม่มีเหมืองทองคำ ก็จะกลายเป็นหมู่บ้านที่ไร้ความเจริญ ลูกหลานจะไม่ได้รับส่งเสริมการศึกษา ชาวบ้านจะไม่มีอาชีพ ซึ่งคุณภาพชีวิตจะตกต่ำลงอย่างแน่นอน” นางกุลจิรา เพชร์ภักดิ์ ชาวบ้านที่มาร่วมประท้วงเผย
12) อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งนักวิชาการ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร แสดงทรรศนะในทางตรงข้ามว่า “เหมืองพิจิตร เป็นการทำเหมืองที่สะท้อนให้เห็นว่า เราไม่มีความพร้อมที่จะทำเหมือง โดยรัฐบาลให้ต่างชาติเข้ามาทำนั้น เขาไม่ได้รับผิดชอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดูแลชุมชนรอบเหมืองให้ดี”
เช่นเดียวกับ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า “ถ้าการขุดแร่ทองคำนั้น ทำความเสียหายให้กับทรัพย์สินอื่นๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน แหล่งน้ำ และผู้คน โดยที่แลกกับผลประโยชน์ปัจจุบันเพียงน้อยนิด ผมว่าเราเก็บไว้ก่อนเถอะครับ มูลค่าสินแร่ทองคำมันไม่ลดลงหรอกครับ”
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำสั่ง จากม.44 แต่ สำหรับ บริษัท อัคราไมนิ่ง ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น อัครา รีซอร์สเซส ถ้าอ้างอิงจากสัญญาสัมปทานเดิม พวกเขายังมีสัญญาในการขุดเหมืองทองคำอยู่ (4แปลง ถึงปี 2563 อีก 8 แปลง ถึงปี 2571)
13) หลังจากเหมืองถูกปิด ทางบริษัทคิงส์เกท เจ้าของสัมปทานตัวจริงจากออสเตรเลีย ขอพูดคุยกับรัฐบาลไทย เพื่อยื่นข้อเสนอในปัญหาครั้งนี้ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้
14) เรื่องยืดเยื้อไปจนถึง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560บริษัท คิงส์เกท ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ กับราชอาณาจักรไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการชดเชยค่าเสียหายจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากมาตรการของรัฐบาลไทย เป็นจำนวนเงิน 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ (22,672 ล้านบาท) เนื่องจากการสั่งปิดเหมือง เป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)
15) โอกาสชนะคดีของฝั่งคิงส์เกท คือพิสูจน์ให้เห็นว่า บริษัทตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด และโดนสั่งให้ยุติกิจการอย่างไม่เป็นธรรม โดยข้อตกลง TAFTA ระบุว่า เมื่อรัฐบาลสร้างผลกระทบใดๆ ต่อนักลงทุนของประเทศภาคี ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย
ขณะที่โอกาสชนะคดีของฝั่งไทย คือตามกรอบขององค์กรการค้าโลก (WTO) ระบุว่า รัฐบาล อาจไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยกับสมาชิกภาคีได้ ถ้าหากมีความจำเป็น เพื่อปกป้องชีวิต สุขอนามัยของมนุษย์ สัตว์ และ พืช
ดังนั้นแปลว่าจุดสำคัญของการแพ้ชนะในคดีนี้ คือการพิสูจน์ให้ได้ว่า การขุดเหมืองแร่ทองคำ ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และร่างกายของประชาชนในพื้นที่จริงหรือไม่
16) มีนาคม 2562 มีข่าวลือออกมาว่า ไทยอาจจะยอมจ่ายเงิน เพื่อเป็นการยุติปัญหา อย่างไรก็ตาม ฝั่งรัฐบาลไทย นำโดยนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมายุติข่าวลือว่า ในตอนนี้ รัฐบาลไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนการสู้คดีกับ บริษัท คิงส์เกท และยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดแต่อย่างใด
“รัฐบาลมีความมั่นใจว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยเป็นการคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบ เฉพาะหน้าด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนอย่างทันท่วงที เป็นไปตามมาตรฐานสากลสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมสู้คดีต่อไป และยังไม่มีการพิจารณาการจ่ายค่าชดเชยแต่อย่างใด”
17) ประเด็นเรื่องการจ่ายเงินให้ บริษัทคิงส์เกท กลายเป็นประเด็นเรื่องการเมือง โดยวันที่ 5มิถุนายน 2562 ในการประชุมรัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากใช้อำนาจ ม.44 ปิดเหมืองทองคำชาตรี
“เบื้องต้นเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะแพ้คดี และเสียค่าชดใช้ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่คนไทยต้องร่วมกันชดใช้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ฐานะผู้ใช้มาตรา 44 จะไม่มีส่วนรับผิด ดังนั้น กรณีของพล.อ. ประยุทธ์ ถือว่าเป็นคนที่ไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ”
18) สำหรับล่าสุด 30 ตุลาคม 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ณ ตอนนี้ รัฐบาลไทย มีทางเลือกอยู่ ว่าจะยอมจ่ายให้เรื่องจบ , ประนีประนอมแล้วให้กลับมาเปิดเหมืองต่อ หรือ สู้คดี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในที่ประชุมครม.ด้วย กล่าวว่าขอตัดสินใจก่อน จะใช้แนวทางไหนดี แต่ยืนยันชัดเจนว่า “ผมรับผิดชอบเอง เพราะเป็นผู้ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น”
19) บทสรุปของเรื่องนี้ ถ้าหากไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ก็ต้องไปสู้คดีกัน ซึ่งยังไม่สามารถเดาได้ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด โดยกระบวนการสืบสวน จะเริ่มต้นวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ และจะได้บทสรุปชี้ขาดในอีก 3-5 เดือนข้างหน้า
จุดสำคัญของคดีนี้ คือฝั่งรัฐบาลไทย ก็ยังสามารถเป็นฝ่ายชนะคดีได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า การปิดเหมืองทองคำ นั้นเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริงๆ อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม หากฝั่งรัฐไม่มีหลักฐานแน่นหนามากพอ ที่จะยืนยันว่า บริษัท อัครา ทำลายสิ่งแวดล้อมจนเสียหาย ผู้ชนะก็จะตกเป็นของคิงส์เกทแทน
อนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่
ข่าว BBC Thai 23 มกราคม 2565 รายงานว่า คิงส์เกต เผยแพร่ประกาศดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 19 ม.ค. ว่า "รู้สึกยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยได้อนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ (mining lease) ที่ยอดเยี่ยม 4 แปลงที่จำเป็นในการเปิดดำเนินการเหมืองแร่ทองคำชาตรีอีกครั้งแล้ว"
โดยในข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า ประทานบัตรทั้ง 4 แปลงดังกล่าวประกอบด้วย ประทานบัตรเหมืองชาตรีใต้ 3 แปลงและเหมืองแร่ควอตซ์ 1 แปลง ซึ่งเฉพาะเหมืองแร่ควอตซ์รอการอนุมัติมาตั้งแต่ปี 2554 และจำเป็นในการใช้งานบ่อเอ (A Pit) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังได้ระบุหมายเลขอ้างอิงของประทานบัตรทั้ง 4 แปลง ดังนี้คือ แปลง (1) 26910/15365 แปลง (2) 26911/15366 แปลง (3) 26912/15367 และแปลง (4) 25528/14714
โดยแต่ละแปลงมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว
7 ข้อกังขาของภาคประชาชนกรณีรัฐบาลอนุญาตให้คิงส์เกตกลับมาเปิดเหมืองทอง (BBC Thai, 2 กุมภาพันธ์ 2565)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่ บ.คิงส์เกตฯ เปิดเผยว่ารัฐบาลไทยอนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ 4 แปลง ปูทางสู่การเปิดเหมืองชาตรีอีกครั้ง
โดยเครือข่ายฯ ตั้งข้อสังเกต 7 ประการที่ทำให้พวกเขามองว่ารัฐบาลกำลังให้ผลประโยชน์แก่ บ.คิงส์เกตที่เกินไปกว่าข้อพิพาท ซึ่งฝ่ายค้านรับปากตั้งกระทู้ถามรัฐบาล (3 กุมภาพันธ์ 2565)
(1) บริษัทจะได้รับอนุญาตให้กลับมาทำเหมืองใหม่บนพื้นที่เดิม หรือ "แหล่งชาตรี" ที่ยังเหลืออีก 1 แปลงจากทั้งหมด 5 แปลง พื้นที่ 1,259 ไร่ และใน "แหล่งชาตรีเหนือ" ที่ยังเหลืออีก 8 แปลง จากทั้งหมด 9 แปลง พื้นที่ 2,466 ไร่ รวมทั้งการขยายอายุประทานบัตรแหล่งชาตรีที่หมดอายุประทานบัตรไปเมื่อปี 2563 หรือต่ออายุประทานบัตรให้กับแหล่งชาตรีไปอีก 10-20 ปี ขยายอายุประทานบัตรแหล่งชาตรีเหนือที่หมดอายุประทานบัตรในปี 2571 ด้วย เนื่องจากเสียโอกาสที่ไม่ได้ทำเหมืองมาหลายปีจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 72/2559 ที่่สั่งการทำเหมืองทองทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560
(2) บริษัทจะได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ใหม่นอกจากข้อที่ 1 ที่เป็นคำขอประทานบัตรที่ค้างมานานหลายปี ตามข้อมูลที่บ.คิงส์เกตฯ เคยแถลงต่อตลาดหลักทรัพย์ในประเทศออสเตรเลีย พบว่าเป็นพื้นที่ใหม่ดังกล่าวคือ "แหล่งสุวรรณ" ซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งชาตรีขึ้นไปทางเหนือ 6-10 กิโลเมตร อยู่บนพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,500 ไร่ คาดว่าน่าจะอยู่ในเขต ต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และ "แหล่งโชคดี" อยู่ห่างจาก "แหล่งชาตรี" ขึ้นไปทางเหนือ 20 กิโลเมตร บนพื้นที่ประมาณ 18,750 ไร่ คาดว่าจะอยู่ในเขตของ ต.บ้านมุง และ ต.วังยา อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นแหล่งทองคำที่ทับลงบนพื้นที่ทั้งในและนอกเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงและป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย
(3) จะได้รับการขยายเวลาหรือต่ออายุใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการทำเหมืองทองตามประทานบัตรแหล่งชาตรีและแหล่งชาตรีเหนือ เช่น ใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่เพื่อการเก็บขังน้ำขุ่นข้นหรือมูลดินทรายนอกเขตเหมืองแร่ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการ "กระทำผิดให้เป็นถูก" ด้วย คือ อนุญาตให้โรงประกอบโลหกรรมขยายการถลุงแร่ทองคำเพิ่มอีกสามเท่าจาก 8,000 ตันต่อวัน เป็น 24,000 ตันต่อวัน ทั้งที่โรงงานแห่งนี้สร้างก่อนได้รับอนุญาตโรงงานและก่อนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) จะผ่านความเห็นชอบ ซึ่งขณะนี้เป็นคดีความอยู่ในศาลปกครองสูงสุด โดยศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่ให้โรงประกอบโลหกรรมส่วนขยายดำเนินการ
(4) บริษัทจะได้รับการลดหย่อนค่าภาคหลวงแร่ ผลประโยชน์พิเศษที่จะต้องมอบให้แก่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เมื่อได้ประทานบัตรและเมื่อได้ภาษีอื่นๆ ของการประกอบกิจการอื่นๆ และเหมืองทองโลหกรรม
(5) นำ บ.อัคราฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ไทยโดยไม่ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายเพิ่มเติม
(6) บริษัทจะได้รับอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำไม่ต่ำกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่มีข้อมูลว่า บ.คิงส์เกตฯ ได้รับอาชญาบัตรไปแล้ว 44 แปลง เนื้อที่ประมาณ 4 แสนไร่ ใน จ.เพชรบูรณ์ ตามมติคณะกรรมการแร่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ส่วนอีก 6 แสนแปลงอยู่เขตรอยต่อ 3 จังหวัด พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก และพื้นที่อื่น ๆ ใน จ.ลพบุรี ชลบุรีและจันทบุรี
(7) บ.คิงส์เกตฯ จะได้รับอนุญาตให้ขนสินแร่ทองคำและเงินคงค้างในระบบผลิตเดิมก่อนถูกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 72/2559 ระงับยับยั้งไว้เข้าสู่กระบวนการถลุงโลหะทองคำและเงินในโรงถลุงภายในประเทศได้ตั้งแต่เดือน กันยายน 2563
การอภิปรายสภา 18 กุมภาพันธ์ 2565(วันที่สอง)
น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผย และอภิปรายซักถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และยังมีการปกปิดข้อมูลที่เชื่อว่าจะสร้างความเสียหายกับประเทศไทย ทำให้ต้องอภิปรายเรื่องดังกล่าวเป็นรอบที่ 4 จึงตนขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ตอบทุกคำถามด้วยตนเอง ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่บริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด ของออสเตรเลีย ฐานะบริษัทแม่ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียว่า รัฐบาลไทยได้อนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ 4 แปลง ขณะที่กระบวนอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนั้น คณะอนุญาโตตุลาการฯ จะเลื่อนอ่านคำชี้แจงออกไปเป็นกรณีที่เกิดข้อสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ นำทรัพย์สมบัติชาติไปประเคน และเอาประเทศเป็นเครื่องประกันตัวเองออกจากคดี
“ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวรวมถึงกรณีที่คณะอนุญาโตตุลาการฯ เลื่อนอ่านคำชี้ขาด คิดว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจมีกระบวนการประนีประนอมยอมความเพื่อให้ถอนฟ้อง เพราะไม่ต้องการให้ศาลระหว่างประเทศตัดสิน หรือ ชี้สถานะทางกฎหมายของคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีความชอบธรรมในสากล เพราะเป็นกฎหมายเถื่อนไม่ผ่านสภาฯ เป็นคำสั่งที่ออกจากคณะรัฐประหาร หากอนุญาโตตุลาการฯ ชี้สถานะว่ามาตรา 44 ไม่มีผลทางกฎหมายจะกลายเป็นสึนามิต่อรัฐบาล ที่ใช้มาตรา 44 กับบริษัทคิงส์เกตฯ ฐานะบริษัทต่างชาติ และมีองค์ประกอบเข้าข่าย เป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ตามนิยามข้อที่ 2 ของอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งลักษณะองค์กร ดังนั้นการใช้มตรา44 อาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกตีความเป็นองค์กรอาชญากรรม กลายเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารคนไทยคนแรก ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ ทำให้มีการเจรจาถอนฟ้อง” น.ส.จิราพร กล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า หากการตัดสินมาตรา 44 ว่าผิด จะมีอาฟเตอร์ช็อคต่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลทั้งคณะ คือ หากมาตรา 44 ผิดพลาด และรัฐบาลยังพยายามเอาทรัพย์สินและประเทศประกันตัวเองออกจากคดี หากไทยสามารถเจรจาประนีประนอมยอมความโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย จะกลายเป็นความผิดพลาดร้ายแรงซ้ำสองสร้างภาระประเทศไม่มีที่สิ้นสุด หากไม่แสวงหาความจริงได้ ขอให้ทุกคำถาม ประทับอยู่ในหัวใจทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทยไม่มีวันลืม แสวงหาข้อเท็จจริงทุกช่องทาง นำความจริง ตีแผ่เบื้องหลัง หากการเจรจายอมความมีพฤติกรรมไม่สุจริต มีข้อแนะนำเดียว คือ เตรียมทีมทนายในและต่างปะเทศไว้ให้ดี
ตัวอย่างผลกระทบเหมืองทองคำประเทศเปรู
จากบทความของ สุทัศน์ ยกส้าน (2564) สถิติที่ได้แสดงให้เห็นว่า ร้านทองคำ 250 ร้านที่มีในเมือง La Rinconada ล้วนปล่อยไอปรอทออกสู่อากาศ และปล่อยปรอทลงน้ำประมาณ 20 ตัน/ปี จึงนับว่ามากประมาณ 1 ใน 3ของไอปรอทที่ชาวเปรูทั้งประเทศปล่อยออก แต่ถ้าอ่านรายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะพบว่าชาวเปรูปล่อยปรอทออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณน้อยกว่ามาก ข้อมูลที่แตกต่างกันนี้ แสดงให้เห็นว่า ในการให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาล ชาวเหมืองอาจให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ถูกต้อง และให้ไปเพราะต้องการความช่วยเหลือ แต่เมื่อทางรัฐบาลได้ข้อมูลไปแล้ว กลับไม่ได้นำกลับมาพัฒนาชุมชนเลย
ในกรณีปรอทเป็นพิษที่เมือง Minamata ในญี่ปุ่นนั้น คนทั้งโลกรู้ดีว่า ปรอทเป็นพิษต่อระบบประสาทของร่างกายเพียงใดและอย่างไร จนทุกคนตระหนักว่าข้อควรแก้ไขสำหรับเรื่องนี้คือ ชาวเหมืองเปรูต้องไม่ใช้ปรอทในการถลุงทองคำ แต่จะให้ใช้อะไรแทน นี่เป็นปัญหาวิจัยที่ยังไม่มีคำตอบ เพราะในอนาคตคือปี 2030 นานาชาติร่วม 50 ประเทศ ได้ร่วมกันลงนามไม่ใช้ปรอทในการดูดซับทองคำแล้ว และสนับสนุนให้ร้านทองคำมีอุปกรณ์กักเก็บไอปรอทที่ออกมาจากการเผา นี่จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะลดภัยที่เกิดจากปรอทพิษได้ แต่ปัญหาต่อไปที่จะตามมาคือ ทุกชาติจะมีวิธีจัดการฝุ่นปรอทที่มีอยู่ในบรรยากาศขณะนี้อย่างไร เพราะฝุ่นจะมีอยู่ต่อไปอีกนานเป็นร้อยปี
ไม่เพียงแต่ชาวเมือง La Rinconada เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ ชาวเปรูที่อาศัยอยู่ในเมืองอื่นๆ ในรัฐ Madre de Dios (ซึ่งเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่ทำอุตสาหกรรมเหมืองทองคำมาก) ก็ได้รับปรอทพิษมากเช่นกัน การวัดปริมาณปรอทจากเส้นผมของคนทั่วไปในรัฐได้พบว่า มีปรอท 3 ส่วน ในล้านส่วน ซึ่งนับว่ามากเกินปริมาณที่ปลอดภัยถึง 3 เท่า และคนดังที่กล่าวนี้เป็นประชากรทั่วไปมิใช่คนเหมือง ดังนั้นข้อมูลนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ร่างกายคนทั้งรัฐอาจมีสารพิษแล้ว และที่น่ากังวลคือ ในคนที่กินปลา “พิษ” ก็มีการพบปรอทในร่างกายมากถึง 5ส่วน ในล้านส่วน
EITI หรือโครงการสร้างความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ (ACT, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), 2563)
ในมิติของความถูกต้องเป็นธรรมกับสังคมไทยนั้นแปลว่าทุกอย่างจะต้องโปร่งใสไม่มีการคอร์รัปชัน โครงการ ETI นี้เสนอผ่าน คตช. คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติและได้รับการอนุมัติ มีมติครม. ให้ใช้โครงการนี้แล้วในประเทศไทย 1 ปีก่อน พ.ศ.2559 ที่รัฐบาลจะมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการสำนักงานตลาดหลักทรัพย์ของประเทศออสเตรเลีย (Australian Securities and Investment Commission - ASIC) ส่งข้อมูลมาให้ทางการไทย (2558) โดย ป.ปช. ได้ทราบว่าเอกชนรายนี้มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของไทย (สินบนข้ามชาติ) เพื่อให้ตัวเองได้สัมปทานได้สิทธิในการดำเนินการเหมือง
นอกจากนี้มีข้อสงสัยใน "นอมินี"เหมืองทองคำอัครา
คดีนอมินี เป็นคดีที่ชี้เป็นชี้ตาย คดีเหมืองทองอัครา หากพิสูจน์ว่า คิงส์เกต คือเจ้าของบริษัท อัคราฯ 100%
ตาม ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 283 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2535 ข้อ 5 โดยมีเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน BOI ข้อ 14 กำหนดให้ต้องมีบุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือ นิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
เป็นสิ่งที่ ภาคประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ แจ้งต่อ DSI ให้สอบสวน กรณีบริษัท คิงก์เกตฯ แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ ออสเตรเลีย ขัดกับข้อมูลที่ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส แจ้งตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย
บริษัท คิงส์เกต แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย ว่า เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในบริษัทอัครา รีซอร์สเซส ขณะที่บริษัท อัครา แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไทย ว่า บริษัทอัครา มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ราย คือ นางณุชรีย์ ไศละสูต 51.75% และบริษัทคิงส์เกต 48.24%
คาดการณ์ว่า กรณีที่บริษัท คิงส์เกต เข้าข่ายการผิดเงื่อนไขการลงทุน และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ คสช. สั่งยุติการทำเหมืองแร่ทองคำอัครา จะเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่นำไปสู้คดี ในชั้นอนุญาโตตุลาการ นับตั้งแต่ในปี 2551
กฎหมาย
ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement หรือ TAFTA) บริษัทคิงส์เกตเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหาย (TAFTA Claim) ภายใต้ข้อตกลง TAFTA นี้ (treaty-based arbitration cases)
พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 26 ก วันที่ 2 มีนาคม 2560 หน้า 1-55, http://www.dmr.go.th/download/Law/พระราชบัญญัติแร่%20พ.ศ.2560.pdf
อ้างอิง
โคลอมเบียอนุมัติ เหมืองทองคำ เกรย์สตาร์ ให้ผ่านในปีนี้ โดย จอห์น โอทิส, 13 พฤษภาคม 2558, http://utcc2.utcc.ac.th/sealac/a_trade_thai_colombia_Permits_This_Year_th%20.html
รอลุ้น! ชาวบ้านรวมตัวฟ้อง “เหมืองทองอัคราฯ” เรียกชดเชยกว่า 500 ล้าน, mgronline, 30 มีนาคม 2561,
เบื้องลึก 'เหมืองอัครา' ดิ้นสุดฤทธิ์ ยังมีทองคำในพื้นที่กว่า3หมื่นล้าน!, มติชน, 11 กรกฎาคม 2562, https://mgronline.com/specialscoop/detail/9620000066261
สรุป ที่มาที่ไป แบบเข้าใจง่าย “เหมืองทองคำอัครา” คดีสะเทือนรัฐบาล, โดย วิศรุต Writer, workpointtoday, 30 ตุลาคม 2562, https://workpointtoday.com/gold-mine-3/
คดีเหมืองทองอัครา: ประเด็นข้อกฎหมายที่ควรรู้, ThaiPublica, 11 กันยายน 2563,
https://thaipublica.org/2020/09/akara-gold-mining-case-legal-issues-you-should-know/
ACT Now EP.3 บทสรุปคดีเหมืองทองคำอัครา โดย ACT, 3 พฤศจิกายน 2563, http://www.anticorruption.in.th/2016/th/detail/1659/46/ACT%20Now%20EP3%20บทสรุปคดีเหมืองทองคำอัครา
บทเรียนจากการทำเหมืองทองคำในประเทศเปรู, โดย สุทัศน์ ยกส้าน, ผู้จัดการออนไลน์, 22 มกราคม 2564, https://mgronline.com/science/detail/9640000006841
กพร. ปัดเอื้อประโยชน์บริษัท อัคราฯ กรณีออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ, matichon, 8 ตุลาคม 2564, https://www.matichon.co.th/economy/news_2980934
เหมืองทองอัครา : คิงส์เกตระบุรัฐบาลอนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ 4 แปลง ปูทางสู่การเปิดเหมืองชาตรีอีกครั้ง, BBC Thai, 23 มกราคม 2565, https://www.bbc.com/thai/international-60102863?fbclid=IwAR3fda3c8GNumFNKVgdxN6WjOq64UM7nw5aw95lcyydSuhqxAF82TLabO-Y
เหมืองทองอัครา : อนุญาโตตุลาการเตรียมตัดสินข้อพิพาท ไทยต้องจ่าย 3หมื่นล้านบาทให้คิงส์เกตหรือไม่ โดยวัชชิรานนท์ ทองเทพ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย, 24 มกราคม 2565, https://www.bbc.com/thai/thailand-60089245
ฟื้น'เหมืองทองอัครา'! ดีลให้'ประทานบัตร'แลกถอนฟ้อง? จับตา'อนุญาโตฯ'เลื่อนชี้ขาดคดี, สำนักข่าวอิศรา, 26 มกราคม 2565, https://isranews.org/article/isranews-scoop/106089-gov-DPIP-Akara-Mining-Kingsgate-re-open-report.html
อนุญาโตตุลาการ เลื่อนอ่านคำวินิจฉัยคดีเหมืองทองอัครา, SpringNews, 31 มกราคม 2565,
https://www.springnews.co.th/news/820541
เร่งรัดดีเอสไอเคลียร์"คดีเหมืองทองอัครา"ก่อนประเทศเสียหาย, Nationtv, 1 กุมภาพันธ์ 2565, nationtv.tv/hotclip
เหมืองทองอัครา: เปิด 7 ข้อกังขาของภาคประชาชนกรณีรัฐบาลอนุญาตให้คิงส์เกตกลับมาเปิดเหมืองทอง, BBC Thai, 2 กุมภาพันธ์ 2565, https://www.bbc.com/thai/thailand-60227354
สืบสวนความจริง ตอน "นอมินี"เหมืองทองคำอัครา, nationtv, 5 กุมภาพันธ์ 2565, https://www.nationtv.tv/hotclip/378862904
“‘ประยุทธ์’ โต้ทุกเม็ดเหมืองทอง อ้างใช้กฎหมายอย่างชอบธรรมแล้ว ปราม‘จิราพร’หยุดปั่นล้มรัฐบาล”, มติชน, 18 กุมภาพันธ์ 2565, https://www.matichon.co.th/politics/news_3189920
ประยุทธ์โต้ปมเหมืองทองอัครา ย้อน ส.ส.เพื่อไทยเก็บใบลาออกไว้เอง, ประชาชาติธุรกิจ, 18 กุมภาพันธ์ 2565,
https://www.prachachat.net/politics/news-868345
"จิราพร" จัดหนักขึงพรืดคดีเหมืองทอง จับโป๊ะ "ประยุทธ์"หอบสมบัติชาติไปต่อรองให้ถอนฟ้องคดีกลัวขึ้นศาลโลก, สยามรัฐออนไลน์, 18 กุมภาพันธ์ 2565, https://siamrath.co.th/n/323816