ตรรกะวิบัติตรรกะย้อนแย้งกับสังคมไทย


ตรรกะวิบัติตรรกะย้อนแย้งกับสังคมไทย

21 มกราคม 2565

: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1]

 

“ตรรกะวิบัติ” เป็นคำที่กล่าวถึงมากมาตั้งแต่วิกฤติการชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายแนวร่วมเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว[2] ความหมายที่แท้จริงอาจยังสับสนไม่แน่ชัด ตั้งต้นจากคำว่า “ตรรกะ” ที่หมายถึงความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งในบริบทไทยยังมีการแตกคำย่อยได้อีก เช่น ตรรกะย้อนแย้ง ตรรกะวิบัติ เป็นต้น

เพราะ สังคมมีความเห็นต่างที่ต่างฝ่ายต่างต้องพิงหลัง อ้างความชอบในการกระทำ หรือการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายตนอย่างเข้มข้น ต่างฝ่ายมีความเห็นยืนยันฝ่ายตน และไม่ยอมรับความเห็นต่างมากขึ้น[3] โดยยกเหตุผลนานาว่า อีกฝ่ายมีการกระทำคิดไม่ถูกต้องทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ถูกกฎหมาย ในขณะที่อีกฝ่ายชี้แจงความชอบในการกระทำของตน ฝ่ายหนึ่งอ้างอิงหลักกฎหมายไม่ว่าบททั่วไปหรือบทบัญญัติเฉพาะ และใช้บังคับกฎหมายอย่างเข้มงวด ในขณะอีกฝ่ายอ้างหลักนิติธรรม หลักสากล หลักสิทธิมนุษยชน ตามหลัก “ความชอบด้วยกฎหมาย” เห็นชัดเจนว่ายืนกันอยู่คนละมุมฝั่ง ไม่มีการประนีประนอมกัน (Compromise) พบเห็นได้ในเวทีปราศรัยดีเบตตามสื่อสาธารณะทั่วไป ก็เพราะต่างฝ่ายมีกรอบความคิด หรือมโนทัศน์ โลกทัศน์ ที่แตกต่างกัน และยากที่จะโน้มนำให้เปลี่ยนกรอบแนวคิดได้ง่าย

 

ความหมายตรรกะวิบัติ (fallacy logical or fallacy of reasoning) 

 

วิบัติ คือ ใช้ไม่ได้ ทำให้เสียหาย ในที่นี้หมายถึง การพิสูจน์โดยการอ้างเหตุผลที่มีน้ำหนักอ่อนเพื่อสนับสนุนรองรับในข้อสรุป เป็น “ชุดความคิดที่อธิบายข้อเท็จจริงที่ผิดเพี้ยนที่ทำให้เกิดความฉิบหาย” [4] โดยขาดตรรกะในวิธีคิด จนเริ่มผิดเพี้ยนบิดเบือนไป และอาศัยการใส่ร้าย ใส่ความด้วย ที่ทำให้คนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดได้ เป็น “การให้เหตุผลแบบกำปั้นทุบดิน” หรือเป็นเหตุผลตื้นที่ไม่ต้องบอกใครก็รู้กัน คนเขารู้กันหมดแล้ว

เท้าความย้อนไป 30 ปีก่อน[5] มีผู้ใช้คำว่า “โลกาวิบัติ” แทนคำว่า “โลกานุวัตร” (Globalization) โดยนิยามว่าความทันสมัยของโลกยุคใหม่จะทำให้โลกปั่นป่วน ในขณะที่นักวิชาการปัจจุบัน (2565) [6] เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ติดกับดักใด เพียงแต่ประเทศเข้าสู่ยุคดิสโทเปีย (dystopia) มาได้สองปีแล้ว ในทัศนะมุมมองที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันด้วยกรอบคิดที่ “ต่างกัน” ว่าอีกฝ่ายใช้ตรรกะวิบัติเข้าข้างตนเองเข้าข้างฝ่ายตน ในทางจิตวิทยาคือเป็นการประดิษฐ์ชุดความจริงชุดหนึ่ง ที่ต้องการปกป้องตนเองและพวกพ้อง เช่น คนโกง ส่งเสริมให้สังคมเต็มไปด้วยวัฒนธรรมแห่งการคอร์รัปชั่น ด้วยนิสัยคนไทย ที่เป็นผู้ใช้เหตุผลต่ำ[7] 

ปัจจุบันคนมีตรรกะวิบัติที่มากขึ้น แต่คนโลกสวยแย้งว่ามีไม่มาก เนื่องจากการ “ทำใจเป็นกลาง” ด้วยการหาตรรกะที่เป็นจริงค่อนข้างยาก เพราะต้อง[8] (1) กระโดดออกมาจาก “พันธนาการของความเคยชิน” (2) หลบเลี่ยงจาก “กับดักทางความคิด” (3) หลีกหนีจาก “สิ่งที่ทำให้หลงทางจากความรู้จริง” (4) ขจัด “ทิฐิแห่งกมลสันดาน” ดังปรัชญาพุทธะที่ว่า “ดีปนชั่ว ชั่วคนดี มีดีในเสีย มีเสียในดี ทุกอย่างกลับเปลี่ยนกันได้” ดังเช่นกำเนิด 4 ประการแห่งวิบัติ[9] เหตุแห่งวิกฤตทางสังคม คือ (1) ศีลวิบัติ (2) อาจารวิบัติ (3) ทิฏฐิวิบัติ (4) อาชีววิบัติ เหมือนพลังจักรวาลสองด้าน “หยินกับหยาง” (Yin-Yang) [10]สมดุลระหว่างสีดำ “ฝ่ายยอม” กับสีขาว “ฝ่ายกระทำ”

ขอยกข้อความของนักเขียน (2559) [11] ที่อธิบายนิยามความหมายไว้ว่า “สังคมไทยปัจจุบันเข้าสู่โหมดของความขัดแย้งด้วยตรรกะ “พระเจ้าคนละองค์” หรือ “รักคนที่อีกฝ่ายเกลียด และเกลียดคนที่อีกฝ่ายรัก” โดยใช้ตรรกะด้านเดียวคือ ด้านที่ตัวเองเชื่อ เป็นเครื่องโน้มนำจิตใจของตนเอง และเหล่าสาวกให้คิด และเชื่อตามกันไป โดยไม่มีใครย้อนแย้งในความเชื่อหลายเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง”

 

ตรรกะว่าด้วยความย้อนแย้ง

 

ปกติคนเรามักจะมีพฤติกรรมชีวิตที่เป็นการขัดแย้งระหว่างคำพูดกับการกระทำ ส่วนความคิดที่นำเสนอจะทราบก็ต่อเมื่อมีการพูดออกมา ซึ่งมีได้ในหลายๆ กรณี เช่น พูดสองสามครั้ง แต่คำพูดขัดแย้ง หรือย้อนแย้งกันเอง หากเป็นนักวิชาการหรือบุคคลสำคัญ ถือว่าเป็นเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยที่ผิดปกติมากๆ เพราะหากเป็นต่างประเทศจะถูกนักวิจารณ์วิพากษ์ทันที แต่สังคมไทย คนหลายคนไม่มีความรู้ และส่วนใหญ่อะลุ้มอล่วยไม่อยากไปยุ่งด้วย แต่ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่หรือคนรุ่นใหม่หัวใหม่หัวก้าวหน้าเริ่มกล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนที่มีพฤติกรรมหรือมีแนวความคิดที่ “ย้อนแย้ง” แบบนี้มากขึ้น คือคนที่พูดอีกอย่างทำอีกอย่าง หรือ เคยคิดเคยพูดไว้อีกอย่าง แต่ภายหลังกลับพูดอีกอย่างที่ขัดกัน

 

ความหมาย คำว่า paradox, irony, contradiction “ลักลั่นย้อนแย้ง”

 

ในที่นี้ย้อนแย้ง คือ ขัดแย้งอยู่ในตัวเอง ตอแหล ขี้ตู่ โกหก ปลอมๆ คำว่า ย้อนแย้ง ไม่มีในราชบัณฑิต คำนี้ใช้ในแวดวงวิชาการเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา[12] แต่ผู้รู้บอกว่าใช้มานานร่วม 30-40 ปีแล้วจากสำนวนของนักแปลการ์ตูนจีน ที่ใช้คำแปลว่า “ลักลั่นย้อนแย้ง” [13] จากรากคำอังกฤษว่า “Paradox” 

“ย้อนแย้ง” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวคนคนเดียว ที่มีความคิดย้อนไปแย้งมาในตัวเอง เป็นสภาวะสับสนทางอารมณ์ที่ออกจะกวนๆ เทียบกับคำว่า paradox ในภาษาอังกฤษ ในภาษาไทยยังหาคำที่เหมาะสมกว่านี้มาแทนคำว่า “ย้อนแย้ง” ไม่มี  แต่อาจเรียกว่า “การสับขาหลอก” เหมือนกรดไหลย้อน เป็นต้น ในคำศัพท์ภาษาอังกฤษมีคำที่สื่อความหมายว่า การย้อนแย้ง หลายคำคือ

(1) paradox = สิ่งที่ขัดแย้งอยู่ในตัวเอง หรือ ตรงข้ามกันเอง อาจเป็นคำกับคำ หรือ ประโยคกับประโยคที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น ยิ่งกิน ยิ่งหิว ยิ่งรีบ ยิ่งช้า

(2) irony = สิ่งที่เกิดขึ้น ตรงข้ามกับสิ่งที่คาดหวัง การแฝงนัย ใกล้กับคำว่า bad luck = ความโชคร้าย อับโชค 2 นัยยะ (1) ออกแนว-ดัน เอาฮา เชิงเสียดสีเยาะหยัน ประชด พูดเอาเท่ (2) ตรงข้ามกับที่คิดไว้มาก 

ตัวอย่าง เจนไปเป็นครู ทั้งที่เมื่อก่อนเจนเกลียดโรงเรียนมากมาย หรือ แดนเพิ่งได้งานที่อยากทำมานาน แต่สุดท้ายแดนดันบอกว่างานไม่น่าทำ

(3) contradict = ขัด หรือ แย้ง หรือ ขัดแย้ง เช่น ถ้าคำพูดขัดกันหรือขัดแย้งกันแสดงว่าคำพูดไม่ตรงกันหรือเหมือนกัน contradiction = การโต้แย้ง ขัดแย้งไม่ลงรอย ย้อนแย้งขัดกัน

ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น แม้ในพระคัมภีร์ศาสนา หรือทางธรรมะ ก็มีความย้อนแย้งเยอะแยะ ที่เป็น Paradox เช่น[14] คนต้นจะเป็นคนปลาย ได้ยังไงกัน, ผู้ที่โศกเศร้าจะเป็นสุข เศร้ากับสุขไปด้วยกันได้ไง, คนบาปกลายเป็นคนชอบธรรม, เราเป็นคนบาปและชอบธรรมในเวลาเดียวกันได้ด้วย เป็นต้น

ตัวอย่าง Paradox ในชีวิตประจำวัน[15] เช่น อยากบอกผู้หญิงคนหนึ่งว่ากำลังแอบชอบ แต่ก็ไม่กล้าบอกเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเราชอบ ตกลงจะให้รู้หรือไม่ให้รู้กันแน่, อยากรวยแต่ไม่อยากทำงาน, อยากเห็นแสงอาทิตย์แรกกลางน้ำค้างหกโมงเช้า แต่ไม่อยากรีบตื่นเช้า, อยากส่วนตัวแต่ไม่อยากโดดเดี่ยว, ชอบเที่ยว แต่ไม่ชอบเดินทาง, กินแกงเขียวหวาน แต่ไม่กินมะเขือพวง, กินน้ำปลาพริก แต่ไม่กินน้ำปลา, บนเจ้าที่ว่าถ้าเลิกสูบบุหรี่ จะแก้บนด้วยการไม่สูบบุหรี่, เปิดแอร์จนหนาวแล้วนอนห่มผ้าหนาๆ , กลัวผีแต่ชอบดูหนังผี, บ่นว่าอยากผอม แต่หยุดกินไม่ได้, ทุกคนอยากคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่คนสร้างสิ่งยิ่งใหญ่กลับเป็นคนส่วนน้อย เป็นต้น 

“อัลแบร์ กามูส์” [16](1913-1960) ชาวฝรั่งเศสสร้างปรัชญาแห่งความไร้เหตุผลขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความไร้สาระของชีวิตและความไร้เหตุผลของโลกที่ทำให้โลกไม่เป็นเช่นที่ควรจะเป็น พร้อมทั้งเสนอแนะทางเลือกที่จะช่วยทำชีวิตให้มีความหมายในโลกที่ไร้เหตุผลด้วย เขาสรุปว่า ความทุกข์ยากลำบากของมนุษย์และความชั่วร้ายต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่งล้วนเป็นความจริงที่ขัดแย้งกับคำสอนนี้ “โลกที่ดีงามอยู่ในตัวจะมีสิ่งที่เลวร้ายแฝงอยู่ได้อย่างไร” ความไร้เหตุผลจึงอาจปรากฏอยู่เหนือบริบทที่ไม่ถูกนับเนื่องให้สังกัดอยู่ในความหมายใดๆ

 

แนวคิดคน 3 กลุ่มในสังคม  

 

คนที่เกิดความคิดที่ย้อนแย้งในตัวเองก็จะมีวิธีการจัดการแก้ไขตนเอง ในทางจิตวิทยากลไกใน “การจัดการความย้อนแย้งทางความคิด” ของคนนั้น  เรียกว่า “Cognitive Dissonance” ซึ่งประยุกต์มาจากหลักการใช้กลไกป้องกันทางจิต (Defense mechanism) ของ Sigmund Freud แยกได้ 3 กลุ่ม[17] คือ (1) พวกอนุรักษ์ที่เห็นตามของเดิม (2) พวกวิเคราะห์ที่พยายามหาเหตุผลมาอธิบาย (3) พวกปล่อยวางที่ยินดีรับความเห็นต่าง ไม่ยึด ego ไม่สนใจว่าจะไปกระทบกระเทือนสิ่งใดหรือไม่ แต่ก็ไม่ใช่เขลาที่จะเชื่อทั้งหมดเป็นพวกที่มีความยืดหยุ่นมาก จึงเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีที่สุดใน 3 พวกนี้

ด้านคนที่ยังสับสนในตัวตน อาจยิ่งเสแสร้งแกล้งสร้างความคลุมเครือแก่ตัวตนมากยิ่งขึ้นก็ได้ อาจปิดบังซ่อนเร้นตัวตน แต่มีความอยากเด่นดัง อยากได้ อยากมี ที่ล้วนเป็น “จริตปิดบัง” สิ่งไม่ดีที่ซ่อนอยู่ภายในจิตและตัวตน คนจำพวกนี้อาจทำให้สังคมยิ่งเสื่อม เป็นอันตรายต่อสังคม เพราะจะทำให้การวิเคราะห์สังคมผิดเพี้ยนได้ เช่น อาจเห็นว่าสังคมมีความสุข (happiness) แล้ว สังคมจึงดีอยู่แล้ว (Subjective well being : SWB) [18]ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรมาก เป็นความพอใจในชีวิตของตนเอง ด้วยมีคนสร้างภาพหลอกไว้

 

โลกทัศน์ 2 ด้านในการแก้ไขปัญหาสังคม (world outlook, world view, world vision)

 

เมื่อก่อนมีการเสนอแนวทางการเมืองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมและยุติธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยใช้ “แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย”[19]แนวคิดนี้ในยุโรปตะวันตกประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1950-1960 แต่ทศวรรษ 1970 เสื่อมความนิยมลงเพราะ เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

เมื่อ 100 ปีก่อนมีการเสนอแนวคิด “Commune Anarchism” [20] หรือ “ชุมชนนิยมแบบไม่พึ่งรัฐบาล” โดย พีเตอร์ โครพอตกิ้น (1842-1921) ชาวรัสเซีย เป็น “สังคมนิยมประชาธิปไตย” หรือ “ระบบสหกรณ์แบบประชาชนจัดการตนเอง” โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลกลาง

แน่นอนว่าจากคำว่าการมีพฤติกรรมเหนือการกระทำที่ย้อนแย้งนี้ ยังไปเกี่ยวพันถึง “กรอบความคิดของบุคคลคนนั้น” คือ เกี่ยวกับ “ทัศนะ” (view) ปัจจุบันตามกรอบ “โลกทัศน์ของโลก” (world outlook) ด้วยอิทธิพลของแนวคิด “โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่” (neoliberal globalization) ที่ทำให้สังคมเกิดความเสื่อมถอย ติดภาพลบ หรือที่เรียกว่า “โลกาวิบัติ” [21]ควบคู่กันไปด้วย ทำให้สังคมโลกแยกแนวคิดไปสองทาง[22] ทางหนึ่งว่า โลกาภิวัตน์ส่งผลกระทบต่อรัฐและสังคมแน่โดยเฉพาะผลทางลบ อีกทางเห็นว่า รัฐสามารถที่จะต้านทานผลกระทบทางลบของโลกาภิวัตน์ ได้ และสามารถที่จะทำให้โลกาภิวัตน์เป็นประโยชน์ต่อรัฐและสังคมได้ ยิ่งปัจจุบันบทบาทการเผยแพร่ชี้นำของสื่อ[23] การนำเสนอข่าวที่ไม่สมควรเหมาะสม เป็นต้นเหตุสำคัญส่วนหนึ่งทำให้สังคมวิบัติมากขึ้น ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ เมื่อสังคมวิบัติ ก็ต้องกำจัดเหตุที่ต้นตอ

 

Young Generation vs. A Soul mind in a sound body!

 

คำกล่าวความเป็นจริงของชีวิต โดย Miletus (624 – 546 BC) ปราชญ์ชาวกรีก ได้กล่าวไว้ ว่า “A Sound Mind is in a Sound Body” หรือ “จิตที่สดใสอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” [24] กล่าวคือ “คนกับจิต” มีความสัมพันธ์กัน “จิตใจที่ดีงาม ย่อมนำแสงสว่างมาสู่ชีวิต” (Soul mind for enlighten life; a healthy body) ทำให้มีปัญหากับคน “โรคจิต” “คนวุฒิภาวะต่ำ” (EQ) [25] ช่วงก่อนปี 2560 อาจเห็นคนจำพวกนี้ได้มาก คนที่ถือกระแสหลัก “วูบวาบ ชั่วครู่ชั่วยาม” โน้มนำไปตามกระแส ชอบเสพเฟกนิวส์ ไม่ยึดถือ “ความชอบธรรม” เป็นที่ตั้ง และต่อมาเพิ่งตื่นรู้ว่า รัฐประหารไม่ใช่การปฏิรูป[26] นำพาประเทศมาหลงทิศ 

มาพร้อมกับการเกิดกระแสของ “คนรุ่นใหม่หัวใหม่” (New Young Generation) [27] ที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้ง ที่ฝ่ายอำนาจนิยมต้องยอมรับในความเห็นต่าง เพราะ เราต้องเชื่อว่าตรรกะด้านเดียวที่ตัวเอง และตามที่พวกพ้องเชื่อมานำเสนอ โดยไม่เคารพต่อความเป็นจริงอีกด้านของแต่ละฝ่าย ตราบนั้นเราจะยังคงจมอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง (Conflict)

 

ปรัชญาชาวบ้านช่วยผู้อ่อนแอผู้ทำคุณ

 

น่าคิดว่าเหตุใดเบื้องสูง ไม่ควรเป็นเจ้าขุนมูลนาย ไม่ควรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรเป็นเทพเทวดาต่างๅ เพราะเบื้องสูงควรเป็นคนชรา เด็ก ผู้ป่วย ด้วยเหตุว่าทุกคนเคยเป็นเด็ก และต้องป่วยตลอดจนแก่ชรา ดังนั้นยามแข็งแรงสร้างผลผลิตได้ เราควรสร้างเผื่อคนชรา คนป่วยและเด็ก ถ้าเราไม่สร้างให้เขาแล้วใครจะสร้างจึงเป็นเรืองผิดหลงมากที่จะไปบูชาเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระราชา เพราะพวกเขาแข็งแรงและดูแลตนเองได้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่รัฐหรือประชาชนจะไปทุ่มเททรัพยากรเพื่อผู้ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ให้มั่งคั่งยิ่งขึ้นไป หรือบริโภค อุปโภคล้นเกิน จะดีกว่าไหม มาทุ่มเทเวลาและทรัพยากรให้คนป่วย คนชราและเด็กที่อ่อนแอกว่าเรา เพราะในไม่ช้าเราทุกคนคือ “ผู้จะอ่อนแอ”

 

กรอบความคิดมุมมอง “ดุลแห่งอำนาจ”

 

มองสังคมโลกตามทฤษฎีชนชั้นนำ[28] แยกที่มาของผู้มีอำนาจรัฐ ดังนี้ (1) กลุ่มการเมืองการปกครอง เป็นตระกูลศักดินา หรือ สืบทอดอำนาจ (2) กลุ่มชนชาติ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ เผ่าพันธุ์ (3) กลุ่มการค้า เศรษฐกิจ นายทุน เจ้าของทรัพย์ กิจการใหญ่ ที่ถือครองปัจจัยการดำรงชีพ รวมทั้งยุทโธปกรณ์มากที่สุด (4) กลุ่มศาสนา ผู้นำความเชื่อทางศาสนา (5) กลุ่มเครือญาติอิทธิพล ชาติตระกูลใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลัง อาจเรียกว่า “บ้านใหญ่”

 

มุมมองจาก 5 กลุ่มจะเห็นการนำปัจจัยที่ไปสร้าง “ศูนย์กลางหรือรวมศูนย์กลางแห่งอำนาจ” [29] ผู้นำสังคมที่อยู่บนฐานใดสะท้อนให้เห็นกรอบมุมมองในการบริหารประเทศได้ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการตีกรอบความคิดต่างๆ ในการบริหารเช่นกัน ไม่ว่าจะกรอบความคิดเรื่อง ตรรกะวิบัติ หรือ ตรรกะย้อนแย้งได้ เช่น อินเดียประเทศทางศาสนา ความเชื่อ ก็มุ่งเน้นทางสรณะ สาระชีวิต มีความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาสังคม รัสเซีย ยุโรปมุ่งเน้นทางชนชาติ ไทยกลับมุ่งเน้นในทางปกครองก็มีแต่ยึดอำนาจกับเลือกตั้ง ความพยายามอ้างเหตุผล “สังคมพหุ” [30] ในการบริหารบ้านเมือง คงเป็นเพียงอ้างเพื่อความชอบธรรม ดั่งตรรกะวิบัติ หรือ ตรรกะย้อนแย้งที่กำลังกล่าวถึงนั่นเอง เพราะไม่น่าจะเป็นจริง หรือขาดเหตุผลสมควรรองรับ


 

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), บทความพิเศษ, สยามรัฐออนไลน์, 21 มกราคม 2565, https://siamrath.co.th/n/315591  

[2]เท้าความขอยกตัวอย่าง เริ่มจากวิกฤติการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหาร “พฤษภาทมิฬ” 17-24 พฤษภาคม 2535 ได้เปิดศักราชเสรีนิยมประชาธิปไตย เกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. 2540 จนกระทั่งเกิด “เสรีนิยมใหม่” (Neoliberalism) ตามเงื่อนไขการกู้เงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อย่างเต็มตัว เมื่อเกิดรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หลังรัฐประหารมวลชนเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรม กลุ่มสำคัญคือ “กลุ่มคนเสื้อแดง” (Red Shirt) เพราะสังคมเกิดปัญหา “ความยุติธรรมทางสังคม” (Social Justice) เกิดขบวนการอำมาตย์ สองมาตรฐาน และ จนกระทั่งสุกงอมเกิดเหตุ “พฤษภาเลือด” (หรือพฤษภาอำมหิต) 19 พฤษภาคม 2553 ในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2552 จนเกิดเหตุรุนแรงเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อ้างถูกเผาอ้างจากฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงถูกไล่ล่าเข่นฆ่ามีคนตายอย่างน้อย 94 ศพ มีนักข่าวและช่างภาพเสียชีวิตสองคน คนหนึ่งคือ ฮิโรยูกิ มุราโมโตะ ช่างภาพและผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น สำนักข่าวรอยเตอร์ส เขาถูกยิงเสียชีวิตเมื่อช่วงสามทุ่มของวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา และฟาบิโอ โปเลงกี ช่าวภาพชาวอิตาลี ถูกยิงเสียชีวิตในวันสลายการชุมนุมเมื่อ 19 พฤษภาคม 2553

ดู ขบวนการมวลชนเสื้อแดงกับการปฏิวัติทางสังคมที่ไม่ถึงจุดสิ้นสุด โดย เอกพลณัฐ ณัฐพัทธนันท์, ในวารสารวิจัยสังคม ปีที่ 37 ฉบับที่ 2(กรกฎาคม-ธันวาคม 2557) หน้า 45-88, http://www.cusri.chula.ac.th/wp-content/uploads/2020/11/2-1.pdf & 19 พฤษภาคม 2553 รำลึก 9 ปี ‘พฤษภาอำมหิต’ ผ่าน 9 ข้อเท็จจริง, Themomentum IN FOCUS, 19 พฤษภาคม 2562, https://themomentum.co/9-years-clashes-btw-government-troops-and-red-shirt-protesters-in-2010/

[3]สังคมไทย กับตรรกะวิบัติที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน, Blockdit โดย Social Aid, 9 ธันวาคม 2561, https://www.blockdit.com/posts/5c0c9a7bc70d170d497bbe90 

[4]ตรรกะวิบัติ หมายถึง “ชุดความคิดที่อธิบายข้อเท็จจริงที่ผิดเพี้ยนที่ทำให้เกิดความฉิบหาย” ตรรกะวิบัติในภาษาละตินว่า argumentum ad hominem หรือมักเรียกกันสั้นๆ ว่า ad hominem

ดู ต้นเหตุสังคมวิบัติ, ไทยรัฐออนไลน์, 12 ธันวาคม 2555, https://www.thairath.co.th/content/312500 & 'พิชัย' ชี้ 'ตรรกะวิบัติ' สาเหตุความวุ่นวายในประเทศไทย, Voice TV, 19 กรกฎาคม 2558, https://www.voicetv.co.th/read/234429 & ความวิบัติจาก “ตรรกะวิบัติ”, เวบ sanook, 27 กรกฎาคม 2558, https://www.sanook.com/news/1836986/ & ส่องปฏิกิริยา-วาทะผู้นำ ตรรกะวิบัติตรงไหน ไปหาคำตอบจาก ศ.โสรัจจ์ ปรัชญา จุฬาฯ,ในมติชนสุดสัปดาห์, 8 ตุลาคม 2562, https://today.line.me/th/v2/article/7R2yGP & ลิสต์ของตรรกะวิบัติ (Logical Fallacy) ที่เกิดขึ้นในรายการ “ถามตรงๆ กับจอมขวัญ” อุ๊ vs. ไผ่ 4 พ.ย. 63 : จับผิดนิวส์, 5 พฤศจิกายน 2563, https://www.facebook.com/547686192000651/posts/2865042566931657/?d=n & ผู้คนหลงยุค ตรรกะวิบัติ กฎหมายอุบาทว์ โดยอายุษ ประทีป ณ ถลาง, The 101 World, 21 ธันวาคม 2563, https://www.the101.world/house-of-thailand/ 

& ก็คนพูดมันเป็นสามกีบไง: ศัพท์อังกฤษจากชื่อตรรกะวิบัติ, 1 สิงหาคม 2564, https://themomentum.co/wordodyssey-logical-fallacy/ & รวมตรรกะวิบัติที่ควรสอนตั้งแต่เด็ก (ตอนต้น) (เรียบเรียงโดย สัมโมทิก สวิชญาน) , blockdit, อาจวรงค์ จันทมาศ, 2 มกราคม 2565, https://www.blockdit.com/posts/61d1002136a3562e4e75e89e 

[5]จาก “โลกานุวัตร” ถึง “โลกาวิบัติ” ในสังคมไทย โดย ศรีศักร วัลลิโภดม, ในมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์, 1 มกราคม 2537, https://lek-prapai.org/home/view.php?id=930 

[6]ดิสโทเปีย (dystopia) เป็นสังคมที่ไม่พึงประสงค์หรือน่าหวาดกลัว ปกครองด้วยระบบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ หรือมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความหมายโดยพยัญชนะของ ดิสโทเปีย จึงหมายถึง “สถานที่เลวร้าย” ว่าตรงกันข้ามกับแนวคิดสังคมแบบยูโทเปีย (utopia), วิกิพีเดีย

สรุป Dystopia คือ โลกสมมติที่สังคมมนุษย์อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ซึ่งมักมีความบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนในลักษณะที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของสมาชิกในสังคมนั้น

ดู เมื่อ The Empire Strikes Back (Again?) มองประเทศดิสโทเปียปี 2565 กับ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, โดย พิมพ์ชนก พุกสุข,  ใน  the101, 6 มกราคม 2565, https://www.the101.world/pitch-pongsawat-interview/ 

... รัฐสภาถูกกดปราบ พรรคที่คุณเลือกถูก disqualified หลายคนก็สิ้นหวังกับการเมืองรัฐสภา คนอาจรู้สึกว่าปี 2564 คือความพ่ายแพ้ แต่ก็เป็นความพ่ายแพ้ที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง ... แต่ถ้าเราพยายามเข้าใจดิสโทเปีย เราจะเข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนเหล่านั้นยื่นให้คุณ ไม่ว่าจะผังเมือง แผนพัฒนาประเทศ นโยบาย ความใฝ่ฝันของพรรคการเมือง อนาคตของสิ่งโน้นสิ่งนี้ สิ่งที่เรากำลังอยู่กับมันเป็นสิ่งที่ real-dystopia มากเลย เขาเรียกว่าเป็น concrete dystopia ในความหมายนี้จริงๆ จะเห็นว่าประเทศไทยมาได้ถึงขนาดนี้จริงๆ เหรอวะ อะไรที่เราไม่เคยเห็นก็ได้เห็นใน 1-2 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นรัฐบาลที่ไร้ความสามารถได้ขนาดนี้

[7]“ตรรกะวิบัติ” ที่คนไทยใช้เข้าข้างคนโกง และทำให้สังคมไทยเต็มไปด้วยวัฒนธรรมการสร้างปัญหาคอร์รัปชั่น ด้วยนิสัยคนไทย ที่เป็นผู้ใช้เหตุผลต่ำ หรือ ตรรกะวิบัติ

ดู แห่แชร์เยอะมาก 'ตรรกะวิบัติ..ของคนโกง', กรุงเทพธุรกิจ, 2 มีนาคม 2559, https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/689088

[8]ความวิบัติจากตรรกะวิบัติ, เวบ sanook, 27 กรกฎาคม 2558, อ้างแล้ว

[9]วิบัติ 4 : เหตุแห่งวิกฤตทางสังคม, โดย สามารถ มังสัง, 19 พฤษภาคม 2551, https://mgronline.com/daily/detail/9510000058154 

[10]หยิน-หยาง (yin-yang)เป็นสัญลักษณ์ของ ลัทธิเต๋า เป็นความเชื่อของชาวจีน เป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาค และการเติมเต็มที่สมบูรณ์ ด้วยทั้งขาวและดำ ทั้งสองด้านได้ยึดครองพื้นที่เท่าๆ กันในวงกลมทั้งหมดซึ่งเป็นตัวแทนโลกและจักรวาล เป็นตัวแทนของพลังแห่งจักรวาล 2 ด้าน ธรรมชาติสิ่งต่าง ๆ ประกอบด้วย 2 ด้าน หยินเชื่อมโยงกับความเฉยชาผู้หญิงกลางคืนและความนุ่มนวล ในขณะเดียวกันหยางก็ตรงกันข้ามนั่นคือความกระตือรือร้นความเป็นชายวันและความแข็งแกร่ง

[11]ตรรกะวิบัติ โดย จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย, ผู้จัดการออนไลน์, 2 พฤศจิกายน 2559, https://mgronline.com/south/detail/9590000109705 

[12]คำว่า “ย้อนแย้ง” แปลว่าอะไรคับ มีมานานรึยัง หรือมีที่มาจากไหน?, soccersuck, 26 พฤษภาคม 2563, http://www.soccersuck.com/boards/topic/1885566/2 & อาจารย์ธเนศฟันธงสะกดว่า “ย้อนแย้ง” บอกไม่รู้เถียงกันทำไม, workpointtoday, 31 ธันวาคม 2561, https://workpointtoday.com/อาจารย์ธเนศฟันธงสะกดว่/ & ตรรกะย้อนแย้งของรธน.มาตรา178, โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ, ผู้จัดการออนไลน์ mgronline, 29 กรกฎาคม 2559, https://mgronline.com/daily/detail/9590000075299

[13]“ลักลั่นย้อนแย้ง” วลีฮิตในหงสาจอมราชันย์, หงสาจอมราชันย์ Fanpage, 21 ธันวาคม 2559, https://www.facebook.com/notes/945886999266827/ 

[14]ทำไมพระคัมภีร์มีความย้อนแย้ง? จากเฟซบุ๊ก เรียนพระคัมภีร์ออนไลน์กับ พี่ซัน, 21 มกราคม 2560, https://www.facebook.com/bibleonlinewithson/posts/1185322898241427/ & ความย้อนแย้งในวิถีคิดของปัญญาชนพุทธไทย โดยสุรพศ ทวีศักดิ์, ประชาไท/บทความ, 30 ธันวาคม 2562, https://prachatai.com/journal/2019/12/85723 

[15]ปรัชญาว่าด้วยความย้อนแย้ง: น้าเน็กคนดังนั่งเขียน, ไทยรัฐ, 8 เมษายน 2557, https://www.thairath.co.th/content/414666 

[16]ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล “โลกที่มีความดีงามอยู่ในตัว...จะมีสิ่งที่เลวร้ายแฝงอยู่ได้อย่างไร” โดย ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต, สยามรัฐ, 30 ตุลาคม 2563, https://siamrath.co.th/n/193513 

[17]“คนเราจัดการความย้อนแย้งทางความคิดอย่างไร” โดย Wisdom's all around,  Blockdit, 13 กันยายน 2562, https://www.blockdit.com/posts/5d7b3a9fa9019b0cc35fa454 

[18]ปริศนาและความย้อนแย้งความสุขของมนุษย์ โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ , มติชน, 25 มกราคม 2562, https://www.matichon.co.th/article/news_1331103 

[19]สังคมนิยมประชาธิปไตย: ทางเลือกที่ยังเป็นไปได้ของประเทศไทย?, themomentum, DISTRICT 99, IN FOCUS, 28 สิงหาคม 2560, https://themomentum.co/social-democracy/ & ประชานิยม-ชาตินิยม “ภัยคุกคาม” สหภาพยุโรป โดยนงนุช สิงหะเดชะ, ประชาชาติธุรกิจ, 5 พฤศจิกายน 2561, https://www.prachachat.net/world-news/news-245261

[20]สังคมประชาธิปไตย แบบประชาชนจัดการตนเอง, กรุงเทพธุรกิจ, 5 กันยายน 2564, https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/128227

[21]จาก “โลกานุวัตร” ถึง “โลกาวิบัติ” ในสังคมไทย โดย ศรีศักร วัลลิโภดม, 1 มกราคม 2537, อ้างแล้ว

[22]โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่กับความพ่ายแพ้ของรัฐไทย (Neoliberal Globalization and the Defeat of the Thai State) โดยวินัย ผลเจริญ, โครงการผลิตและเผยแพร่ตำราและผลงานวิชาการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มิถุนายน 2563, http://copag.msu.ac.th/copaglibrary/ebook_pdf/a.winai_003/a.winai003.pdf

[23]“SELECTIVE EXPOSURE” : การเปิดรับสื่อด้วยการเลือกสรร เพราะ social media มีปุ่ม Unfollow, Unlike, Unfriend ไปจนถึงปุ่ม Block ให้เราเลือกสรร หากมีอคติเป็นลบต่อสิ่งไหน หรือกับคนที่เราเกลียด แค่เราจากไป เราสบายใจกว่า ก็ไม่เห็นต้องฝืนเลย “ปิดรับ เพื่อเปิดกว้าง”

ดู ตรรกะย้อนแย้งที่ทำให้สังคมออนไลน์หาความสุขไม่ได้, facebook ตุ๊ดส์review, 30 พฤษภาคม 2562, https://www.facebook.com/tootsyreview/posts/644232212715630/ 

[24]“A Sound Mind is in a Sound Body” เป็นศัพท์แพทย์ว่า  Mens sana in corpore sano หมายถึง จิตแจ่มใสอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง เป็น “ภาวะความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต” เป็นวลีคำกล่าวของ เธลีสแห่งมิเลทัส (Thales of Miletus) ประมาณ 626/623–548/545 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นนักปรัชญาของชาวกรีกโบราณ ได้รับการยกย่องจากอริสโตเติล ว่า เธลีสเป็นนักปรัชญาคนแรกที่บันทึกความคิดไว้เป็นหลักฐาน และได้รับเกียรติให้เป็นบิดาของวิชาปรัชญาตะวันตก

[25]ตรรกะวิบัติ เหตุผลกลวงๆ ของคนวุฒิภาวะต่ำ, TerraBKK.com, 15 พฤศจิกายน 2563, https://www.terrabkk.com/articles/199171 

[26]“สว.วันชัย”ติงคนเสนอร่างรัฐธรรมนูญเป็นพวกเกลียด โกรธ กลัว เกินลงกา ชี้การมองคนทำรัฐประหารเลวเป็นการมองโลกแค่ด้านเดียว หวั่นเป็นการรวมศูนย์ที่นักการเมือง แต่รัฐประหารไม่ใช่การปฏิรูป ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่มีอยู่จริง 

ดู ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง...ทำได้จริงหรือ?, ไทยโพสต์, 9 มิถุนายน 2558, https://www.posttoday.com/social/think/369618 & “สว.วันชัย”ชี้การมองคนทำรัฐประหารเลว เป็นการมองโลกแค่ด้านเดียว, ไทยโพสต์, 16 พฤศจิกายน 2564, https://www.posttoday.com/politic/news/668391 & 'วันชัย' ซัด 7-8 ปีที่ผ่านมา วงจรทุจริตเลวร้ายกว่าเดิม พูดจนตายคาสภา ยังแก้ไม่ได้,ไทยโพสต์, 18 มกราคม 2565, https://www.thaipost.net/politics-news/67102/

[27]‘คนรุ่นใหม่’ ถ้าหากเอาง่ายๆ ก็คือกลุ่ม Gen หลังๆ เช่น คน Gen Y เราจะคิดถึงคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต

ดู NEW GEN IS NOW คนรุ่นใหม่คือพลังแห่งอนาคต, โดย okmd : OFFICE OF KNOWLEDGE MANAGEMENT AND DEVELOPMENT สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน), 2560, https://www.okmd.or.th/okmd-opportunity/new-gen/687/ & ‘คนรุ่นใหม่’ คือใครกันแน่?, brandthink, 30 สิงหาคม 2563, https://www.brandthink.me/content/คนรุ่นใหม่-คือใครกันแ 

[28]กลุ่มชนชั้นนำ(elite : อีลีท) แยกกลุ่มที่สำคัญมาแต่เดิม คือ (1) กลุ่ม สถาบันตามประเพณี  เช่น สถาบันสงฆ์ สถาบัน พระมหากษัตริย์กับพระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี รวมทั้งเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการทั้งหลาย (2) กลุ่ม ทุนขนาดใหญ่ (3) กลุ่ม ข้าราชการระดับสูง ยึดระบบราชการทั้งหมด เรียกว่า “รัฐ ราชการ” ต่อมาเกิด “อีลิทรุ่นใหม่” ที่มักประกอบด้วยเจ้าของธุรกิจ “สมัยใหม่” ที่มีขนาดใหญ่ (กลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่)

อีลีท 3 กลุ่มจับกลุ่มกันเหนียวแน่น มีผลประโยชน์ร่วมกันไม่เปลี่ยนแปลง คือ (1) กลุ่มทหาร (2) กลุ่มนายทุน (3) กลุ่ม “คนผู้ดี” (อ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์)

ดู ชนชั้นนำ, มติชน, 11 มกราคม 2561, https://www.matichon.co.th/columnists/news_796124 & The New Elite โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, กรุงเทพธุรกิจ, 15 มกราคม 2556, https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/101215 & นิธิ เอียวศรีวงศ์: บทบาทชนชั้นนำและการเมืองภาคประชาชน [คลิป], prachatai, 1 สิงหาคม 2554, https://prachatai.com/journal/2011/08/36288

[29]กระจายอำนาจรวมศูนย์, ไทยรัฐออนไลน์, 5 มกราคม 2565, https://www.thairath.co.th/news/politic/2279557 & ระบบราชการ : ศัตรูประชาธิปไตย, โดยสนิทสุดา เอกชัย, The 101 World Politics, 18 กุมภาพันธ์ 2562, https://www.the101.world/bureaucracy/ 

[30]สังคมพหุวัฒนธรรม (Plural Society)คือ สังคมที่ผู้คนอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายและความแตกต่างอย่างกลมกลืนกัน ซึ่งความแตกต่างนี้สามารถแบ่งได้หลากหลายประเภท ทั้งเชื้อชาติ ชาติพันธุ์, ศาสนา ความเชื่อ, ภาษา, วิถีการดำเนินชีวิต, และขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม จารีต และประเพณี, ศอ.บต.(ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้)

สังคมพหุลักษณ์หรือพหุสังคม (Plural Society) หมายถึงกลุ่มสังคมที่แยกย่อยออกเป็นกลุ่มภาษา กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มศาสนาหรือเชื้อชาติต่างๆ และกลุ่มชุมชน ซึ่งเป็นคำเดียวกับ Multicultural society หรือ สังคมหลากวัฒนธรรมที่นำมาใช้กับรัฐที่มีความแตกต่างหลากหลายอย่างในสหรัฐอเมริกา ซึ่งแนวคิดแบบ Multiculturalism นี้เป็นการมองความหลากหลายด้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคมเป็นเกณฑ์

ดู พหุลักษณ์ทางสังคมวัฒนธรรม โดย มูลนิธิเล็ก ประไพ วิริยะพันธุ์, 28 มกราคม 2559, https://lek-prapai.org/home/view.php?id=444



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี