สังคมไทยกับตรรกะวิบัติ


สังคมไทยกับตรรกะวิบัติ

14 มกราคม 2565

ที่มา

คำว่า “ตรรกะวิบัติ” เป็นศัพท์บัญญัติทึ่มีการกล่าวถึงมานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายเมวลชนเสื้อแดง เมื่อ 10 ปีทึ่ผ่านมา ในความหมายที่แท้จริง ยังไม่มีการนืยามความหมายไว้แน่ชัด หากมาตั้งต้นจากคำว่า “ตรรกะ” ที่หมายถึงความเป็นเหตุเป็นผล ซึางในบริบทไทยยังมีการแตกคำย่อยได้อีก เช่น ตรรกะย้อนแย้ง ตรรกะวิบัติ เป็นต้น

ระยะหลังมีการกล่าวถึง ตรรกะวิบัติมากขึ้น เพราะ สังคมมีความเห็นต่าง ที่ต่างฝ่ายต่างต้องพิงหลัง อ้างความชอบในการกระทำ หรือการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายตนอย่างเข้มข้น ต่างฝ่ายมีความเห็นยืนยันฝ่ายตน อบะไม่ยอมรับความเห็นต่างมากขึ้น โดยยกเหตุผลนานาว่า อีกฝ่ายมีการกระทำหรือคิดไม่ถูกต้อง ที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกกฎหมาย ในขณะที่อีกฝ่ายก็พยายามชี้แจงความชอบในการกระทำของฝ่ายตน ฝ่ายหนึ่งอ้างอิงหลักกฎหมายทั่วๆ ไป และบทบัญญัติกฎหมายเฉพาะต่างๆ และใช้บังคับกฎหมายอย่างเข้มงวด อีกฝ่ายหนึ่งอ้างหลักนิติธรรม มีหลักสากล หลักสิทธิมนุษยชน หลัก “ความชอบด้วยกฎหมาย” เป็นต้น ซึ่งเห็นขัดเจนว่ายืนกันอยู่คนละฝั่ง ไม่มีการประนีประนอมกัน (Compromise) เห็นชัดเจนในเวทีปราศัย หรือการดีเบตกันในประเด็นต่างๆ ตามสื่อสาธารณะทั่วไป ก็เพราะสองฝ่ายมีกรอบความคิด หรือมโนทัศน์ โลกทัศน์ ที่แตกต่างกัน

ความหมายตรรกะวิบัติ (fallacy logical)

เท้าความเมื่อ 30 ปีก่อน มีคำว่า “โลกาวิบัติ” ที่มีปู้ใช้แทนคำว่า "โลกานุวัตร” (Globalization) โดยให้นิยามความทันสมัยของโลกยุคใหม่อาจะทำให้โลกปั่นป่วน

ขอยกข้อความของนักเขียน (2559) ที่อธิบายนิยามความหมายไว้ว่า “สังคมไทยปัจจุบันเข้าสู่โหมดของความขัดแย้งด้วยตรรกะ “พระเจ้าคนละองค์” หรือ “รักคนที่อีกฝ่ายเกลียด และเกลียดคนที่อีกฝ่ายรัก” โดยใช้ตรรกะด้านเดียวคือ ด้านที่ตัวเองเชื่อ เป็นเครื่องโน้มนำจิตใจของตนเอง และเหล่าสาวกให้คิด และเชื่อตามกันไป โดยไม่มีใครย้อนแย้งในความเชื่อหลายเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง”

ซึ่งนักวิชาการ (2565) เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ติดกับดักใด แต่ประเทศเข้าสู่ยุคดิสโทเปีย (dystopia) มาได้สองปีแล้ว

ทิฐิ อคติ ปิดบังตา

ปรัชญาพุทธะกล่าวว่า ดีปนชั่ว ชั่วคนดี มีดีในเสีย มีเสียในดี  ทุกอย่างกลับเปลี่ยนกันได้ ดังเช่นกำเนิด 4 ประการ แห่งวิบัติ เหตุแห่งวิกฤตทางสังคม คือ (1) ศีลวิบัติ (2) อาจารวิบัติ (3) ทิฏฐิวิบัติ (4) อาชีววิบัติ 

เหมือนปรัชญาหยินกับหยาง (Yin-Yang) ที่ต้องคู่กัน เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของจักรวาล “พลังแห่งจักรวาล 2 ด้าน” เป็น “ความสมดุลของพลังในจักรวาล” สีดำ คือ หยิน หมายถึง ดวงจันทร์ เป็นตัวแทนของการเต็มใจ รับหรือยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ เป็นพลังแห่งสตรีเพศ ความเยือกเย็น การหยุดนิ่ง การเคลื่อนลงต่ำ การเก็บรักษา การยับยั้ง  สีขาวคือ หยาง หมายถึง ดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต เจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง

ปรัชญาชาวบ้าน ช่วยผู้อ่อนแอผู้ทำคุณ

น่าคิด ทำไมเบื้องสูง ไม่ควรเป็นเจ้าขุนมูลนาย ไม่ควรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรเป็นเทพเทวดาต่างๅ เพราะเบื้องสูงควรเป็นคนชรา เด็ก ผู้ป่วย ด้วยเหตุว่าทุกคนเคยเป็นเด็ก และต้องป่วยตลอดจนแก่ชรา ดังนั้นยามแข็งแรงสร้างผลผลิตได้  เราควรสร้างเผื่อคนชรา คนป่วยและเด็ก ถ้าเราไม่สร้างให้เขาแล้วใครจะสร้างจึงเป็นเรืองผิดหลงมากที่จะไปบูชาเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระราชา เพราะพวกเขาแข็งแรงและดูแลตนเองได้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่รัฐหรือประชาชนจะไปทุ่มเททรัพยกรเพิ่อผู้ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ให้มั่งคั่งยิ่งขึ้นไป หรือบริโภค อุปโภคล้นเกิน จะดีกว่าไหม มาทุ่มเทเวลาและทรัพยากรให้คนป่วย คนชราและเด็กที่อ่อนแอกว่าเรา เพราะในไม่ช้าเราทุกคนคือ"ผู้จะอ่อนแอ"

หลากกลายความคิดในการแก้ไขปัญหาสังคม

เมื่อก่อนมีการเสนอแนวทางการเมืองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมและยุติธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยใช้ “แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย” แนวคิดนี้ในยุโรปตะวันตกประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1950-1960 แต่ทศวรรษ 1970 เสื่อมความนิยมลงเพราะ เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

เมื่อ 100 ปีก่อนมึการเสนอแนวคิด “Commune Anarchism” หรือ "ชุมชนนิยมแบบไม่พึ่งรัฐบาล" โดย
พีเตอร์ โครพอตกิ้น (1842-1921) ชาวรัสเซีย เป็น “สังคมนิยมประชาธิปไตย” หรือ “ระบบสหกรณ์แบบประชาชนจัดการตนเอง” โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลกลาง

ปัจจุบันตามกรอบ “โลกทัศน์ของโลก” (world outlook or world view or worldvision ) ด้วยอิทธิพลของแนวคิด “โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่” (neoliberal globalization) ที่ทำให้สังคมเกิดความเสื่อมถอย ติดภาพลบ หรือที่เรียกว่า “โลกาวิบัติ” ควบคู่กันไปด้วย ทำให้สังคมโลกแยกแนวคิดไปสองทาง ทางหนี่งว่า โลกาภิวัตน์ส่งผลกระทบต่อรัฐและสังคมแน่โดยเฉพาะผลทางลบ อีกทางเห็นว่า รัฐสามารถที่จะต้านทานผลกระทบทางลบของโลกาภิวัตน์ ได้ และสามารถที่จะทำให้โลกาภิวัตน์เป็นประโยชน์ต่อรัฐและสังคมได้

นอกจากนี้บทบาทการเผยแพร่ชี้นำของสื่อ การนำเสนอข่าวทึ่ไม่สมควรเหมาะสม เป็นต้นเหตุสำคัญส่วนหนึ่งทำให้สังคมวิบัติมากข้น เหตุปัจจัยเหล่านี้ เราต้องกำจัดที่ต้นตอที่ต้นเหตุ 

Young Generation vs. A Soul mind in a sound body!

คนกับจิตต้องมีความสัมพันธ์กันมาจากวาทะ “จิตใจที่ดีงาม ย่อมนำแสงสว่างมาสู่ชีวิต” (Soul mind for enlighten life; a healthy body) โรคจิต อบายมุขของคนมีวุฒิภาวะ จิตใต้สำนึกต่ำ(EQ)ที่ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับอายุ มีคุณค่ามีเหตุผลสมกับอายุดังที่เรียก "แก่เสียเปล่า" เป็นแก่กะโหลกกะลา เป็นมนุษย์ลุงมนุษย์ป้า ช่วงก่อนปี 2560 พบเห็นคนจำพวกนี้ได้มาก คนที่ถือกระแสหลัก “วูบวาบ ชั่วครู่ชั่วยาม” ให้โน้มนำไปตามกระแส ชอบเสพเฟกนิวส์  ไม่ยึดถือ "ความชอบธรรม" เป็นที่ตั้ง และต่อมาเพิ่งตื่นรู้ว่า รัฐประหารไม่ใช่การปฏิรูป นำพาประเทศมาหลงทิศ 

พร้อมๆ ก้นมีการเกิดกรแสของ "คนรุ่นใหม่หัวใหม้" (New Young Generation) ที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้ง ที่ฝ่ายอำนาจนิยมต้องยอมรับในความเห็นต่าง เพราะ เราต้องเชื่อว่าตรรกะด้านเดียวที่ตัวเอง และตามทึ่พวกพ้องเชื่อมานำเสนอ โดยไม่เคารพต่อความเป็นจริงอีกด้านของแต่ละฝ่าย ตราบนั้นเราจะยังคงจมอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง

อ้างอิง

วิบัติ 4 : เหตุแห่งวิกฤตทางสังคม, โดย สามารถ มังสัง, 19 พฤษภาคม 2551, https://mgronline.com/daily/detail/9510000058154 

สังคมนิยมประชาธิปไตย: ทางเลือกที่ยังเป็นไปได้ของประเทศไทย?, themomentum, DISTRICT 99, IN FOCUS, 28 สิงหาคม 2560, https://themomentum.co/social-democracy/ 

โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่กับความพ่ายแพ้ของรัฐไทย (Neoliberal Globalization and the Defeat of the Thai State) โดยวินัย ผลเจริญ, โครงการผลิตและเผยแพร่ตำราและผลงานวิชาการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มิถุนายน 2563, http://copag.msu.ac.th/copaglibrary/ebook_pdf/a.winai_003/a.winai003.pdf 

ลิสต์ของตรรกะวิบัติ (Logical Fallacy) ที่เกิดขึ้นในรายการ "ถามตรงๆ กับจอมขวัญ" อุ๊ vs. ไผ่ 4 พ.ย. 63 : จับผิดนิวส์, 5 พฤศจิกายน 2563, 
https://www.facebook.com/547686192000651/posts/2865042566931657/?d=n 

ตรรกะวิบัติ เหตุผลกลวงๆ ของคนวุฒิภาวะต่ำ, TerraBKK.com, 15 พฤศจิกายน 2563, https://www.terrabkk.com/articles/199171 

สังคมประชาธิปไตย แบบประชาชนจัดการตนเอง, กรุงเทพธุรกิจ, 5 กันยายน 2564, 
https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/128227 

รวมตรรกะวิบัติทึ่ควรสอนตั้งแต่เด็ก (ตอนต้น) รวบรวมโดยสัมโมทิก สวิชญาณ,ในเฟซบุ๊ก อาจวรงค์ ป๋องแป๋ง จันทมาศ, 2 มกราคม 2565, 
https://www.facebook.com/100044229319407/posts/474831494001157/?d=n 

หมายเลขบันทึก: 696144เขียนเมื่อ 14 มกราคม 2022 23:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มกราคม 2022 17:24 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)

Thank you for this ‘food for thought” ;-)

It is indeed a crisis for Thailand’s social development (in facts for most countries too) that we no longer practice ‘social tolerance’ nor peaceful dialogue. We cannot see the other side because we are too far in one extremity. We should not forget about Life (wildlife included, have needs and wants and interactions), ecology (we do not live alone but in an environment) and other crises (climate change, pollution, coronaviruses, cost of living,…). When will we learn?

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี