รู้ตัวรู้ตน…


อยู่ให้เย็น
และเป็นประโยชน์…ก็พอเพียงแล้วชีวิตนี้

Profile ยาวและเยอะ
บางครั้งคิดว่าไม่ต้องแนะนำ
บางคนอาจตีความไปหาว่า “อวดตัว”
แต่…ไม่แนะนำเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่รู้จักกัน

ปู่เป็นคนไทย-ย่าเป็นชาวเมืองจำปาศักดิ์ ประเทศลาว …ปู่เป็นตำรวจประจำการที่นั่นสมัยนั้นยังเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยพบรัก …แต่งงานแล้วย้ายกลับมาเมืองยศสุนทร(จังหวัดยโสธรในปัจจุบัน)

ตาเป็นลูกท่านหมื่นผลาฤทธิ์-ยายเป็นสุภาพสตรีสวยงาม ร่ำรวยในธรรม
เกิดในครอบครัวนักการศึกษา
พ่อแม่อบรมบ่มเพาะด้วยคุณธรรมและศีลธรรม

จบปริญญาตรีทางด้านการพยาบาล 
ปริญญาโท 2 สาขาคือ จิตวิทยาให้คำปรึกษา และบริหารทางการพยาบาล

ปริญญาเอก ทางด้านจิตวิทยาให้คำปรึกษา และมีโอกาสไปเรียนอีกสาขาทางด้านเทคโนโลยีฯ

ทำงานขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในมนุษย์(KM) และการพัฒนางานประจำด้วยวิจัย (R2R) มีโอกาสได้ร่วมวงทำงานกับท่านคณาจารย์ที่สำคัญๆ ของประเทศไทยหลายท่านในการผลักดัน R2R ให้แพร่หลายในคนทำงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ

เคยลางานบวชชี 1 เดือนและใช้ชีวิตเป็นอุบาสิกาศีลแปด นุ่งห่มชุดขาว โกนผมด้วย กินข้าวมื้อเดียว ฝึกหัดชีวิตตามปฏิปทาพ่อแม่ครูบาอาจารย์นานอยู่ 7 ปี หลวงปู่จึงเมตตาบอกว่า “แปลงร่างแล้วเหรอ…” และแต่งตัวมีสีสันกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนผู้คนทั่วไป

การงาน…ก็ยังดำเนินตามปณิธาน
คือ การสร้างคนให้เกิดการสร้างความรู้ มีปัญญา ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า วิจัย…

ย้ายกลับมาทำงานพัฒนาบ้านเกิด
ทำหน้าที่ทั้งที่เป็นข้าราชการตามสายวิชาชีพ
และนักวิชาการอาจารย์อิสระ…คู่ขนานกันไป

มีผลงานทางด้านการวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่มากว่า 40 เรื่อง และผลงานการเขียนหนังสือกว่า 20 เล่ม

ชอบสะสมผ้าไหม
เครื่องเงิน…
และความดีงาม

เล่นกีฬาวิ่ง ว่ายน้ำ…ปั่นจักรยาน
ทำขนมได้ ทำกับข้าวเป็น เย็บเสื้อผ้าใช้เอง

ปกติก็ใช้ชีวิตชิลล์ชิลล์…
เรียบง่าย สงบเย็น และเบิกบาน

ไม่แต่งงาน…เพราะเป็นภาระเป็นบ่วง

ชีวิตอาจจะมีคนรู้จักบ้าง
ไม่รู้จักบ้าง…แต่ก็ทำความรู้จักกันไว้บ้างก็น่าจะดี

จึงบันทึกไว้ค่ะ
“ใจดี…เป็นนิสัย”…เสมอ

 

ซิ่นสองผืนในภาพนี้
ผืนหนึ่งเป็นซิ่นไหมกาบบัว จากเมืองอุบลราชธานี และตีนตวยหอปราสาทแบบโบราณสมัยก่อน

อีกผืน…
เป็นซิ่นไหมคั่นจากบ้านบึงแก มหาชนะชัย ยโสธร และตีนตวยหมากจับย้อยแบบโบราณสมัยก่อนเช่นเดียวกัน

เป็น #งานงามศิลป์ ที่สำคัญของเมืองดอกบัว และเมืองยศสุนทร ที่ไปเกี่ยวเนื่องกับเมืองจำปาศักดิ์

เป็นบุญผลานะคะที่ได้มาพบมาเจอ
และ…มารู้จักกัน”…

หมายเลขบันทึก: 693643เขียนเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2021 23:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2021 23:48 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (2)

Thank you for your profile - definitely very interesting ;-)

And thank you for the 2 pictures of traditional Thai dresses. Can you you confirm that ผืนหนึ่งเป็นซิ่นไหมกาบบัว จากเมืองอุบลราชธานี และตีนตวยหอปราสาทแบบโบราณ.. (on the left hand side) อีกผืน… เป็นซิ่นไหมคั่นจากบ้านบึงแก มหาชนะชัย ยโสธร และตีนตวยหมากจับย้อยแบบโบราณ..(on the right hand side)? Any idea of the ‘periods in the past’(ต้นรัตนโกสินทร์, ..อยุทธยา, …) of the ‘styles’ of weaving patterns of the ซิ่น? I note that the top blouses are very much รัชกาลที่ 5 รัตนโกสินทร์ (raised shoulders, 3/4 long sleeves) about 100 years ago, but the ซิ่น style is much older? Thank you.

It seems that we do not promote ‘Thai silk’, weaving crafts and Thai traditional dresses enough. Not only for the economic benefits but also for conservation of “Thai characteristics” (whatever that means) and Thai life.

I am promoting Thai by writing about Thai in English!

ผืนซ้ายมือสีชมพูตีนซิ่น เป็นตีนตวยหอปราสาทค่ะ อีกผืนสีเข้มเป็นตีนตวยหมากจับย้อยจากบ้านบึงแก ต่างล้วนได้รับอิทธิพลจากจำปาศักดิ์ผสมผสานกับลายพื้นเมืองของอุบลราชธานี ในสมัย ร.4-5 ค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี