ยายผู้ไม่ยินดีในวิมาน


ยายผู้ไม่ยินดีในวิมานนายอานนท์ ภาคมาลี หมออนามัย (คนหาปลา ข้าราชการบำนาญ)เรื่องนี้ เป็นเรื่องของยายคนหนึ่ง แกชอบทำบุญสร้าง โบสถ์วิหารสร้างวัด ให้ทานแก่บุคคล ถวายเครื่องอุปโภค บริโภคแด่พระสงฆ์จำนวนมาก มีครั้งหนึ่งเทวดาท่านดลบันดาล ให้ยายได้เห็นวิมาน อาหารที่เป็นทิพย์ พร้อมทั้งบริวารที่รอยายอยู่บนสวรรค์และบอกกับยายว่านี่คือวิมานของยาย นี่คืออาหารของยาย นี่คือบริวารของยาย เมื่อยายตายจากโลกมนุษย์แล้ว วิมานนี่ อาหารนี่ พร้อมทั้งบริวารเหล่านี้จะเป็นของยาย ด้วยหวังจะให้ยายยินดี แต่ยายกลับไม่รู้สึกยินดีกับวิมานอาหาร พร้อมทั้งบริวารเหล่านั้นเลย เพราะยายเข้าใจในพระธรรม รู้ซึ้งในพระธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี ยายเห็นความ “ไม่เที่ยง” ยายเห็นว่าพรหมชั้นสูงสุดที่มีอายุยาวนาน84000 มหากัป พระพุทธเจ้าท่านก็เรียก”ท่านผู้มีอายุ” คือยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป เมื่อหมดอายุก็ต้องจุติ(ดับ ตาย)จากภพนั้นและมีกำเนิดในภพอื่นต่อไป ยายเห็นว่าความสุขนั้นเป็น “วิปรินามธรรม ที่สามารถแปรเปลี่ยนกลับเป็นทุกข์ได้” ยายรู้ดีว่าบุญที่ยายทำนั้นจะเป็นเครื่องนำไปสู่สุขคติสวรรค์และยายอาจจะได้เสวยสุขอยู่บนสวรรค์ชั่วอายุหนึ่ง อาจจะสัก 2500 ปี แต่เมื่อหมดอายุจากภพนั้นแล้ว ยายกลังว่ายายอาจจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสมัยกลียุค เป็นยุคที่โลกมนุษย์มีแต่ความทุกข์ยากลำบาก เป็นยุคที่มีธรรมะ ของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว เป็นยุคที่พระพุทธศาสนาครบ 5000 ปีแล้วศาสนาพุทธเสื่อมไปแล้ว ตามที่พระพระพุทธเจ้าท่านทรงพยากรณ์ไว้ ยายกลัวว่าจะประสบกับความทุกข์ในช่วงสมัยนั้นกลัวว่าจะไม่พบสัจจะธรรมในช่วงสมัยนั้น ยายจึงไม่รู้สึกยินดีในวิมาน อาหาร พร้อมทั้งบริวารเหล่านั้น เมื่อเห็นเป็นทุกข์อันเกิดจากภพ ยายจึงไม่ปรารถนาในภพ ยายปรารถนาที่จะออกจากภพ จึงเพียรศึกษาธรรมเพื่อปฏิบัติตามองค์มรรควิธี เพื่อให้ถึงซึ่งความดับแห่งภพ เวลาที่ยายทำบุญบริจาคทาน ยายก็ไม่ปรารถนาในภพ ไม่ปรารถนาว่าจะไปสู่วิมาน อาหารพร้อมทั้งบริวารในภพใดๆ เพราะยายรู้สึกดีกว่านั้นคือ”ภวตัณหา”(ยินดีติดใจในภพ) ยายทำบุญบริจาคมานก็เพราะยายเพียรพยายามที่จะทำให้โลภะ เบาบางลง ยายรู้ว่าการทำบุญบริจาคท่าน เพื่อที่จะขจัด โลภะนี้ คือกุศลที่มีอานิสงส์มากว่าบุญ ไม่ใช่เป็นแค่บุญ เพราะการทำบุญอย่างเดียว ไม่อาจทำให้ยายหลุดพ้นได้ แต่กุศลคือสิ่วที่ทำให้ยาย คิด พูด และกระทำสิ่งใดๆอย่างฉลาด รู้เท่าทัน โลภะ โทสะ โมหะ ต่างหากจะทำให้ยายหลุดพ้นได้นอกจากนี้ ยายยังได้เพียรเจริญเมตตาธรรม ก็เพื่อที่จะทำให้โทสะเบาลง เพื่อขจัดโทสะให้สิ้นไป ยายเพียรทำให้จิตผ่องใสควรแก่งาน เพื่อน้อมไปสู่วิชชา 3 เพื่อความสิ้นอาสวะ เพื่อสังโยชน์ทั้ง 10 ให้ได้ (เครื่องร้อยรัดสัตว์ 10 อย่าง ให้วนเวียนอยู่ในวัฏฏะ) “เพื่อนบรรลุโสดาบันในชาตินี้ ซึ่งจะไม่มีความเสื่อมลงได้อีก เพื่อบรรลุสกทาคามีในชาตินี้ ซึ่งจะกลับมาเกิดในโลกนี้เพียงครั้งเดียว ก็จะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เพื่อบรรลุอนาคามีในชาตินี้” ซึ่งจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในชั้นพรหมสุทธาวาส ไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีก เพื่อบรรลุอรหันต์นิพพานในชาตินี้เพราจุดมุ่งหมายของยาย คือ ปรมัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์อย่างยิ่ง คือ นิพพาน ยายเพียรทำอย่างนี้โดยที่ยายไม่ได้คำนึงถึง ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ในปัจจุบันและสัมปรายิกัตถประโยชน์ คือประโยชน์ภายหน้าเลย “เพราะยายรู้ดีว่า ประโยชน์สองอย่างนี้ยายจะพึง มีพึงได้อยู่แล้ว จากการกระที่ดีเป็นบุญเป็นกุศลในปัจจุบันของยาย โดยไม่จำเป็นต้องเพ่งเล็งขวนขวาย นี่คือจุดหมายของยายผู้ไม่ยินดีในวิมาน อาหาร พร้อมทั้งบริวาร ในสุคติภพใดๆและยายได้กล่าวภาษิตฝากถึงผู้ที่ยังปรารถนาในประโยชน์ว่า“ผู้ไม่เห็นในทุกข์ ย่อมไม่ปรารถนาที่ออกจากทุกข์ ผู้ไม่เห็นในคุณของพระนิพพาน ย่อมไม่ปรารถนาปรมัตถประโยชน์ ผู้ไม่เห็นในปรมัตถประโยชน์ ย่อมไม่ปรารถนาความเพียร”อมตะธรรม ประเทศไทย อยู่กับ Phudtama Jankong

หมายเลขบันทึก: 690554เขียนเมื่อ 12 พฤษภาคม 2021 12:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม 2021 12:02 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง