ทำกรรมอะไรไว้จึงกลายเป็นเปรต

ทำกรรมอะไรไว้จึงกลายเป็นเปรตนายอานนท์ ภาคมาลี (คนหาปลา)เปรต มี 12 ประเภท แต่ละประเภททำกรรมไว้ต่างกัน โดยส่วนใหญ่เกิดจากกรรม จากความโลภ และเห็นแก่ตัว ตระหนี่ขี้เหนียว1. วันตาสาเปรต เปรตเหล่านี้ เห็นมนุษย์ถ่มเสลด น้ำลายออกมา ต่างตื่นเต้นดีใจ รีบตรงไปดูดเอาโอชะเสลดเป็นอาหาร กินแล้วยังหิวโหยเช่นเดิม จนกว่าจะสิ้นกรรมที่ทำไว้ จึงจะไปเกิดในภูมิอื่น ชาติก่อนเป็นคนตระหนี่ขี้เหนียว เห็นผู้ใดอดอยากมาขออาหารก็พาลโกรธถ่มน้ำลายใส่ด้วยความรังเกียจ หรือเข้าไปในสถานที่ที่ควรเคารพบูชา เช่นโบสถ์ วิหาร ลานพระเจดีย์แล้วไม่มีความเคารพต่อสถานที่ ได้ถ่มเสลดน้ำลายลง ในสานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น เมื่อตายแล้วก็มาเกิดเป็นเปรตประเภทนี้2. กุณปขาทาเปรต ชอบซอกซอนหาซากสัตว์ อึด เน่าเหม็น กินเป็นอาหารด้วยความหิวโหย ชาติที่เป็นมนุษย์มีความตระหนี่ เมื่อมีผู้มาขอบริจาคทาน ก็แกล้งให้ของที่ไม่สมควรให้ ด้วยความปรารถนาจะแกล้งประชดไม่เคารพในทาน จึงเกิดเป็นเปรตประเภทนี้3. คูถขาทาเปรต เปรตชนิดนี้ชอบเที่ยวแสวงหาอุจจาระของสิ่งมีชีวิตกินเป็นอาหาร ตอนเป็นมนุษย์ มีความตระหนี่จัด เมื่อหมู่ญาติตกทุกข์ได้ยากหรือผู้คนมาหา เพื่อขอความช่วยเหลือ ขอข้าว ขอน้ำดื่ม จะเกิดอาการขุ่นเคืองขึ้นมาทันที แล้วยังขับไล่ไสส่ง ให้ไปกินมูลสัตว์ ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตายแล้วจึงไปเกิดเป็นเปรตชนิดนี้4. อัคคีชาลมุขาเปรต เปรตประเภทนี้ มีรูปร่างผอมโซ มีเปลวไฟแลบออกมาจากปากตลอดเวลา ทั้งกลางวัน กลางคืน ไฟไหม้ปากไหม้ลิ้น เจ็บแสบร้อน ครั้นทนไม่ได้ก็วิ่งร้องครวญคราง ไปไกลถึงร้อยโยชน์ พันโยชน์ ตอนเป็นมนุษย์มีความตระหนี่ขี้เหนียวอย่างมาก เมื่อมีใครมาขอ ครั้นจะไม่ให้ก็กลัวคนอื่นดูแคลน จึงแกล้งให้สิ่งของร้อนๆ เพื่อหวังจะแกล้งให้ผู้รับเข็ดหลาบ จะได้เลิกมาขอ เพราะไม่เห็นอานิสงส์ขอการทำทาน5. สุจิมุขาเปรต เปรตประเภทนี้ มีเท้าทั้งสองใหญ่โต คอยาวมาก แต่ปากเท่ารูเข็ม จะได้อาหารมาบริโภคแต่ละครั้งก็ไม่พออิ่ม อาหารไม่อาจจะผ่านช่องปากเข้าไปได้ง่ายๆ อยากกินแต่กินไม่ได้ ต้องทุกข์ทรมานแสนลำบาก ร่างกายผอมโซ ดำเกรียม ตอนเป็นคนตระหนี่ ในชาติที่เป็นมนุษย์ เมื่อมีใครมาขออาหาร ก็ไม่อยากให้ และไม่มีศรัทธาทีจะถวายทานแก่ผู้มีศีล มีจิตหวงแหนทรัพย์สมบัติ6. ตัณหาชิตาเปรต เปรตเหล่านี้จะเดินตระเวนท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เพื่อหาอาหาร เมื่อมองไปเห็นสระ บ่อ ห้วย หนอง ก็ตื่นเต้นดีใจ รีบวิ่งไปโดยเร็ว แต่ครั้นไปถึงอหล่งน้ำนั้น กลับกลายเป็นสิ่งอื่น7. นิชฌามักกาเปรต เปรตประเภทนี้ มีรูปร่างเหมือนต้นเสา หรือต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ มีกลิ่นเหม็นเน่า มือและเท้าเป็นง่อย ริมฝีปากด้านบนห้อยทับริมฝีปากด้านล่าง ฟันยาว มีเขี้ยวออกจากปาก ผมยาวพะรุงพะรัง ยืนทื่ออยู่ที่เดิม ไม่ท่องเที่ยวไปไหน เหมือนเปรตชนิดอื่น ตอนเป็นมนุษย์ เป็นคนใจหยาบ เห็นผู้มีศีลก็โกรธเคือง มีอกุศลจิตคิดว่า ท่านเพราะเหล่านี้จะมาขอของตน จึงแสดงกิริยาเยาะเย้ยถากถาง ขับไล่คนเหล่านั้น ให้ได้รับความอับอาย หรือเห็นพ่อแม่เป็นคนแก่คนเฒ่า เกิดโรคร้าย ไข้ เจ็บ เบียดเบียน เพราะความชรา แกล้งท่านตกใจ จะได้ตายเร็วๆ ตัวเองจะได้ครอบครองสมบัติ8. สัพพังคาเปรต เปรตประเภทนี้มี่ร่างกายใหญ่โต เล็บมือเล็บเท้ายาวคม เหมือนมีดดาบ และงอเหมือนตะขอ ก้มหน้าก้มตาตะกายข่วนร่างกาย ตนเองให้ขาดเป็นแผลด้วยเล็บ แล้วกินเลือดเนื้อขอตนเองเป็นอาหาร ตอนเป็นมนุษย์ชอบขูดรีดชาวบ้าน เอาเปรียบผู้อื่น หรือบางครั้งชอบรังแก หยิกข่วน บิดามารดาหรือทำร้ายคู่ครอง ของตนเอง9. ปิพพตังครเปรต เปรตประเภทนี้มีร่างกายเหมือนภูเขา เวลากลางคืนสว่างไสว ด้วยเปลวไฟ กลางวันเป็นควันล้อมรอบกาย ถูกไฟเผาคลอก นอนกลิ้งไปมาทุรนทุรายเหมือนขอนไม้ที่กลิ้งอยู่กลางไร่กลางป่า โศกเศร้า ร้องไห้ ตลอดเวลา ครั้นเป็นมนุษย์ ได้เอาไฟเผาบ้าน เผาโรงเรียน เผากุฏิ วิหาร เป็นต้น10. อชครเปรต เปรตประเภทนี้ มีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เดียรัจฉาน เช่นมีรูปร่างเป็นงูเหลือม เป็นเสือ เป็นม้า เป็นวัว เป็นควาย เป็นต้น แต่จะถูกไฟเผาไหม้ทั่วร่างกาย ทั้งกลางวัน กลางคืน ตลอดเวลา ครั้งเป็นมนุษย์เป็นคนตะหนี เมื่อเห็นผู้มีศีลมาเยือน ก็ด่าเปรียบเปรยท่านว่า เหมือนสัตว์เดรัจฉานต่างๆ เพราะไม่อยากให้ทาน หรือแกล้งล้อเลียนเป็นรูปสัตว์ต่างๆ11. เวมานิกเปรต เปรตประเภทนี้จะมีสมบัติ คือ วิมานทองอันเป็นทิพย์ บางตนจะเสวยสุข ราวเทวดาในเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืนจะเสวยทุกข์ที่เกิดจากความตะหนี ในทรัพย์บางตนเสวยสุขเฉพาะในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะเสวยทุกข์ ตามสมควรแก่กรรม ครั้งเป็นมนุษย์ มีศรัทธาทำบุญกุศลไว้มาก แต่ไม่รักษาศีล ไม่รักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ หรือเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา ได้รักษาศีลพียงอย่างเดียว แล้ไม่มีศรัทธา ในการสร้างบุญกุศลอื่น และมีความสงสัยในเรื่องบุญเรื่องบาป แม้รักษาศีลก็รักษาแบบเสียมิได้ หรือไม่ตั้งใจรักษา12. มหิทธิกาเปรต ประเภทนี้ เป็นเปรตที่มีฤทธิ์และรูปงามดุจเทวดา แต่ว่าอดอยากหิวโหยอาหารอยู่ตลอดเวลา เหมือนเปรตชนิดอื่นๆ จะเที่ยวไปสถานทีต่างๆ เมื่อพบมูลสัตว์ หรือของสกปรก ก็จะดูดกินเป็นอาหาร ครั้งเป็นมนุษย์ บวชเป็นพระภิกษุสามเณร พยายามรักษาศีลของตนหีบริสุทธิ์ จึงมีรูปงามผ่องผ่อนราวเทวดา แต่ไม่บำเพ็ญธรรม มีใจเกียจคร้าน ต่อการบำเพ็ญธรรม ตามวิสัยของบรรพชิต จิตใจจึงมากไปด้วย โลภะ โทสะ โมหะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน งานวิจัยหัตถกรรม R2R



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ