สวัสดีค่าาาาาา เราก็ได้มาพบกันอีกแล้วนะคะ โดยหลังจากที่ได้อธิบายหลักของ MoHo ในบทความที่แล้ว( MoHo(โมโฮ) ไม่ใช่โมโห แต่ถ้าอยากพัฒนาตัวเองจนแบบโอ้โห MoHo ช่วยได้ )ไปแล้ว ในบทความนี้ ก็จะขอพูดถึงการใช้หลัก MoHo กับกลุ่ม"คนเปราะบาง"กันค่ะ
"กลุ่มคนเปราะบางคือใคร?" อาจจะมีบางคนที่สงสัยในคำเรียกนี้ กลุ่มคนเปราะบางก็คือ ผู้ที่ขาดโอกาสในบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะทางกายหรือจิตใจ ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้พิการ ผู้มีปัญหาทางจิต ผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางสังคมต่างๆ ซึ่งนับเป็นกลุ่มที่มีโอกาสในการเสียสุขภาวะ ไม่มีความสุข มีความรู้สึกไม่เท่าเทียมกับผู้อื่น ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งจริงๆแล้วนั้น กลุ่มคนเปราะบาง ก็สามารถที่จะเพิ่มศักยภาพในการทำบทบาทที่มีความหมายในชีวิตของตนเองได้ โดย MoHo เป็นโมเดลที่มีขึ้นมาเพื่อใช้ในการประเมินปัญหาและตั้งเป้าหมายรายบุคคล เพื่อคิดวิธีแก้ไขปัญหา และทำให้สามารถดำรงชีวิตได้ตามเป้าหมายที่ตนตั้งไว้เหมือนดังคนปกติทั่วไปทำ แต่อาจจะข้อจำกัดบางอย่างที่มีขีดจำกัดในการพัฒนา
วิธีการประเมินแยกแยะปัญหารายบุคคลมีประเด็นดังนี้
- Assets - สิ่งดีๆในตัวเองของแต่ละบุคคล ที่เป็นนามธรรม เช่น ความรู้ ความเข้าใจ และความคิดบวก เป็นต้น
- Liabilities - สินทรัพย์หรือหนี้สินที่แต่ละบุคคลมี นับเป็นรูปธรรม
- Performance - ความสามารถที่บุคคลแสดงออกมา
- Influence - สิ่งที่มีผลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวบุคคลที่ทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
ซึ่งวิธีการประเมินข้างต้นนี้ จะช่วยให้นักกิจกรรมบำบัดสามารถใช้หลักการของ MoHo 7 ข้อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมประเด็นปัญหาของผู้รับบริการที่เป็นกลุ่มเปราะบาง และสามารถรักษาให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
หลักการของ MoHo 7 ข้อที่นักกิจกรรมบำบัดใช้มีดังนี้
1.Occupational Identity
นักกิจกรรมบำบัดจะถามถึงความต้องการของผู้รับบริการ ว่าสนใจหรือต้องการจะทำอะไร และตัวผู้รับบริการมีปัญหาอะไรที่ไปขัดขวางศักยภาพในการทำกิจกรรมที่จะไปถึงเป้าหมายของตัวผู้รับบริการอยู่หรือไม่ 2.Occupational Competence นักกิจกรรมบำบัดจะถามเกี่ยวกับความสามารถของผู้รับบริการที่มีในปัจจุบัน ซึ่งจะปรับตัวและส่งผลให้ทำกิจกรรมที่ช่วยแสดงศักยภาพจนถึงเป้าหมายได้อย่างไร
3.Participation นักกิจกรรมบำบัดจะถามถึงการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ว่ามีปัญหาอะไรที่ผู้รับบริการประสบอยู่ ซึ่งส่งผลต่อการทำกิจกรรมอย่างไร 4.Performance นักกิจกรรมบำบัดจะถามเกี่ยวกับการแสดงความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการว่าทำอะไรหรืออย่างไรบ้าง เพื่อที่จะบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
5.Skill นักกิจกรรมบำบัดจะถามถึงความต้องการของผู้รับบริการ ว่าต้องการฝึกทักษะอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อที่จะเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมได้ดียิ่งขึ้น 6.Volition-Habituation-Performance Capacity นักกิจกรรมบำบัดจะถามผู้รับบริการถึงเจตจำนง ตัวผู้รับบริการต้องการที่จะตั้งใจทำอะไร สนใจและพึงพอใจที่จะทำอะไร สิ่งที่คิดจะทำนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ และจะถามทำถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้รับบริการ โดยนักกิจกรรมบำบัดก็จะช่วยแนะนำวิธีบำบัดต่างๆ ที่จะทำให้ผู้รับบริการแสดงความสามารถสูงสุดอย่างเต็มศักยภาพ ว่าต้องทำอย่างไร
7.Environment นักกิจกรรมบำบัดจะถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้รับบริการ ว่าสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่ผู้รับบริการต้องการที่จะมี โดยสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็จะส่งผลทำให้ผู้รับบริการเกิดความคิด ความรู้สึก หรือการกระทำต่างๆที่มีผลต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ก็เป็นหลักการถาม MoHo ที่ใช้ถามผู้รับบริการหรือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งหลักการนี้จะทำให้นักกิจกรรมบำบัดได้รู้ถึงเป้าประสงค์สูงสุดของผู้รับบริการ และพร้อมที่จะแก้ไข บำบัด รักษาปัญหาที่มีอยู่ไปพร้อมๆกับผู้รับบริการ เพราะหลักการ MoHo คือการสร้างความสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึก การกระทำ ระหว่างตัวผู้รับบริการกับนักกิจกรรมบำบัด โดยจะยึดถือความต้องการสูงสุดของผู้รับบริการเป็นหลักของวิชาชีพค่ะ

ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจนจบบทความนะคะ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ -นางสาวพิมพ์ณดา รุ่งสิริวัฒนะชัย-