“ไฟเดดไลน์”

ชีวิตที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยแรงกระตุ้นสุดท้ายนั้น อาจทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายมันหลั่งออกมาอย่างมหาศาล ชีวิตการเรียนของฉันวนลูปจนเป็นนิสัย(Habituation) อดหลับอดนอนไม่เป็นเวลาเพราะปั่นงานจนหัวฟู นึกโกรธตัวเองที่ก่อนหน้านั้นไม่ยอมทำ ผลลัพธ์คืองานส่งตรงตามเวลาแต่แอบรีบไปหน่อยใต้ตาดำ สุขภาพย่ำแย่ กว่าจะตื่นมาใช้ชีวิตก็สาย จะทำอะไรสักอย่างกว่าจะเริ่มพระอาทิตย์ก็ขอโบกมือลาก่อนเสมอ วันหนึ่งฉันถามตัวเองในใจว่า ทำไมปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ เรียงลำดับความสำคัญได้ แต่ลงมือทำไม่เคยตรงตามที่ควรจะเป็นไปตามแผน และทำงานให้เสร็จในเวลาที่จำกัด เมื่อคิดแล้วเครียด วิธีคลายเครียดของฉันก็คือ ไปร้านหนังสือ ฉันสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า

”เทคนิคเปลี่ยนคุณให้เป็นคนไม่ผัดวันประกันพรุ่งและลงมือทำทันที*”

หลังจากได้ซื้อมานั่งอ่าน ฉันเปิดหนังสือมาก็พบกับการทำอย่างไรถึงจะหายจากDeadline Syndrome (Volition) อย่างแรกที่หนังสือบอกมาคือ

1.Occupational Identity : ฉันอยากทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างไร

  • เรียงลำดับความสำคัญได้ แต่ลงมือทำตรงตามที่ควรจะเป็นไปตามแผน และทำงานให้เสร็จในเวลาที่จำกัด

2.Occupational competency: ฉันมีศักยภาพอะไรบ้างที่ทำให้งานสำเร็จได้ตรงเวลาและไม่สะสมเยอะเกิน

  • เราควรตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง(Self Actualization) โดยฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนทำงานได้ไว แต่ไม่ควรคาดหวังว่าตัวเองในอนาคตจะลงมือทำ เพราะจะไม่ยอมทิ้งความสุขสบายที่ทำให้เสียเวลามากขึ้น

3.Participation : ฉันมีส่วนร่วมอะไรบ้างในการทำงานหรือการบ้าน แต่รู้สึกว่าควรแก้อย่างไร

  • การมีส่วนร่วมในการเรียนของฉันคือการเรียนหรือนั่งทำงานไปพร้อมกับเพื่อน โดยใช้สายตาของผู้อื่นให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้มีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้น ลงมือทำก่อนที่จะหมดแรงกายแรงใจ

4.Performance : ฉันสามารถแสดงออกหรือทำอะไรเพื่อบ้างเพื่อทำงานได้ทันที

  • ควรวิเคราะห์ก่อนลงมือทำ ไม่ตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไปเพราะอาจทำให้รู้สึกท้อก่อนที่จะทำสำเร็จ ค่อยๆทำ

5.Skills : ฉันควรมีหรือเพิ่มทักษะเพื่อการทำงานอะไรบ้าง

  • การแยกย่อยขั้นตอนต่าง ๆ และลงมือทำทันทีอย่างละเอียด จะทำให้ฉันเห็นคุณค่าของขั้นตอนย่อยที่อยู่ตรงหน้า

6.Volition-Habituation-Performance Capacity ฉันมีความต้องการที่จะหายจากDeadline Syndromeเป็นเจตจำนง ฉันควรปรับเปลี่ยนHabituation เช่น การรักความสุขสบาย คาดหวังว่าตัวเองในวันพรุ่งนี้จะทำแทน ทำตามขั้นตอนอย่างละเอียด ค่อยๆปรับทีละนิดช่วงแรกอาจจะรู้สึกทรมานใจหน่อยเพราะไม่ได้ทำสิ่งที่ชอบ ฝึกสมาธิจดจ่อกับงาน ในตอนหลังจะชินและดีขึ้น เป็นความท้าทายใหม่ๆให้กับชีวิต และงานจะลดน้อยลง พักผ่อนเพียงพอไม่หักโหมอีกเช่นเคย

7.Environment : ฉันจะปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานได้มีประสิทธิมากขึ้นอย่างไร

  • ฉันจะไปนั่งเรียนหรือทำงานกับเพื่อน ในสถานที่สงบ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ไม่รบกวนการทำงาน ไม่ทำให้รู้สึกเครียดหรือมีสิ่งดึงความสนใจขณะทำงาน

ขอขอบคุณข้อมูลที่มาจาก : เทคนิคเปลี่ยนคุณให้เป็นคนไม่ผัดวันประกันพรุ่งและลงมือทำทันทีผู้เขียน: ซะซะกิ โชโกะผู้แปล: โยซุเกะ, ปิยะวัฐ สุดศรีสำนักพิมพ์: วีเลิร์น (We Learn)พิมพ์ครั้งที่ 1 — พฤศจิกายน 2561