การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในภาวะขาลง ทำให้พ่อค้าแม่ขายปรับตัวในรูปแบบต่างๆ การขยายผลิตภัณฑ์ก็เป็นลักษณะหนึ่ง เช่น ขายขนมสด เพิ่มขายขนมแห้ง ผักสด /ขายกับข้าว ขนมสด เพิ่ม ขายผักสด ผลไม้ /ขายโรตี เพิ่มขายเต้าหู้ทอด / ขายล็อตเตอรี่ เพิ่มขายหวยใต้ดินแบบให้เครดิต เหล่านี้ เป็นต้น
เมื่อลูกค้าถามไถ่ว่า "ขายอะไรบ้าง? เปลี่ยนอาชีพหรือ?" พ่อค้า ก็จะตอบว่า "ขายมั่วไปหมดแหละ" ผู้เขียนรู้สึกประทับใจ กับภาพแบบนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ประชาชนกระตือรือร้นปรับตัวทำมาหากิน เพื่อความอยู่รอด และได้รับการตอบรับ จากลูกค้าเป็นอย่างดี นี่คือการพัฒนาอย่างหนึ่ง สำหรับร้านค้าใหญ่ ที่ยังไม่ได้ปรับตัว ก็ต้องลดขนาดเล็กลง และเพิ่มวันหยุดขาย
การค้าขายแบบซื้อมาขายไปตรงๆ ก็ไม่สามารถคาดเดากำลังซื้อที่ไม่คงที่ และการหดหายของลูกค้าได้ สำหรับผู้เขียนนั้นได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ข้ามสายเป็นของใช้ ร่วมกับของกิน แน่นอนว่าอยู่ในหัวข้อความสนใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวตลาด
ในฤดูกาลกินเจ ผักสด ปรับราคาสูงเท่าตัวตามกลไกตลาดกลาง ชาวบ้านจึงปรับพฤติกรรม ด้วยการไม่ซื้อ และหันไปรับอาหารที่ศาลเจ้าแทน บางคนก็ไม่กินเจในฤดูกาล สำหรับผลไม้ก็มีผู้ขายแข่งขันจำนวนมากจนล้นตลาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่เคยพยากรณ์การขายแบบเดิมนั้น ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง
ในสวนผู้เขียน ธรรมชาติกำหนดให้ ในรอบ ๒ เดือนนี้ แทบไม่มีแสงแดด เนื่องจากพายุ และลมมรสุม ส่งผลให้ยอดผักมีน้อย จาก ๓๐ กำ เหลือ ๘ กำ ๔ กำ ๒ กำ และ ๑ กำ ในรอบ๑ สัปดาห์ ลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่กลับสมดุลกับสภาวะการซื้อของผู้บริโภค ตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐-๐๘.๐๐ น.ที่จะขายผักในจำนวนดังกล่าวได้หมด สำหรับ ๓๐ กำนั้น ขายได้เพียงกำเดียว(ต้องส่งเข้าเมืองเกือบทั้งหมด) เทศกาลกินเจนี้ ลูกหลานในเมืองกลับบ้านเกิด ต้องการกินยอดผักพื้นบ้าน และซื้อกลับเข้าเมือง ก็ต้องพลาดหวัง เช่นกัน เพราะไม่มีของ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแบบสังเกตได้ชัด ประมาณ ๒ ครั้ง ในรอบปีนี้
เมื่อเพื่อนพ่อค้าแลกเปลี่ยนกันว่า "ไม่มีคนซื้อ จะทำอย่างไร?" ผู้เขียน ตอบว่า "ก็มีคนเดินเยอะแยะ ด้วยสถานการณ์การเมือง และแนวโน้มการตกต่ำถึงที่สุดของเศรษฐกิจ เราก็แลกสินค้ากันก็ได้ ไม่ต้องซื้อขาย" วัฒนธรรมการให้สินค้า ก่อเกิดมาระยะหนึ่งแล้ว และพ่อค้าแม่ค้าก็จะช่วยซื้อกันเอง เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของคนไทย สำหรับชนบทแห่งนี้ ไม่มีการเรียกร้อง...