ผมเป็นคนตรง ยึดถือคุณธรรมเป็นหลัก ซึ่งบางครั้งพูดแล้วอาจไม่ถูกใจใครบางคน
พระพุทธเจ้า ท่านสอนว่า จงพูดความจริง จงพูดสิ่งที่มีประโยชน์ จะถูกใจคนหรือไม่ก็ตาม
...แต่ให้เลือกโอกาสพูด...

ผมคิดว่า นี่แหละโอกาสที่ผมจะพูดแล้ว ใครจะเกลียดผมก็ตามแต่ใจเขา

...สังคมที่เรียกกันว่าเพื่อน ที่ผมประสบเจอโดยส่วนมาก 
เป็นแบบ เพื่อนจะเป็นยังไง ทำอะไรไม่ดีก็แบบ เออ ไม่เป็นไรหรอก
มันก็เป็นของมันแบบนั้นเอง คือเอาใจเพื่อน ไม่ขัด
ครั้นพอเราเตือน เพื่อนๆ ก็บอกว่า เฮ้ย ปล่อยมันเถอะ 

แต่ลับหลังขอโทษเหอะ นินทามั่ง  ด่ามั่ง  / หน้าอย่าง หลังอย่าง

ผมถามหน่อยครับ แบบนี้เหรอ "เพื่อน" 
เพื่อนมีไว้ทำไม เอาไว้แค่กิน เที่ยว หาความสุข แก้เหงากันเท่านั้นหรือ
พระพุทธเจ้าสอนว่า คนหัวประจบ มีลักษณะ
1  จะทำชั่วก็เอออ
2  จะทำดีก็เออออ
3  ต่อหน้าสรรเสริญ
4  ลับหลังนินทา


ส่วน มิตรแท้ มิตรแนะประโยชน์ มีหลายข้อ ผมขอยกมาบางข้อ
1  จะทำชั่วเสียหาย ก็ห้ามปรามไว้
2  คอยแนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี
3  ให้ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง
4  บอกทางสุข บอกทางความดีให้


ทำไมเราเกรงใจเพื่อน แต่ไม่เกรงใจความดี ไม่เกรงใจความถูกความควร

ผมมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร คอยบอก คอยตักเตือนกัน คอยแลกเปลี่ยนความคิดกัน
นี่แหละ มิตรแท้ ของผม ซึ่งบอกเลยว่า มีน้อย 
ซึ่งผมไม่แคร์ มีมิตรแท้น้อย ดีกว่ามีเพื่อนหัวประจบเยอะ

ส่วนใครได้อ่านแล้วไม่เห็นดีด้วย จะเกลียดผมก็เชิญ 
อย่างน้อยคนที่คบกับผม จะได้รู้ว่า จะต่อหน้าหรือลับหลัง ผมทำเหมือนกัน