บทความเรื่อง  ... มีไว้ทำไมโดย ศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ทำให้ผมระลึกชาติกลับไปสมัยทำหน้าที่ ผอ. สกว.   ที่คำถามนี้ช่วยชีวิตผมไว้    จากการมีชีวิตที่ล้มเหลว

ผมเฝ้าถามตนเอง ว่าในการมาทำหน้าที่วางรากฐานของ สกว.   ผมต้องตอบให้ได้ ว่า  สกว. มีไว้ทำไม    ทำไมต้องมี สกว. ด้วย    ไม่มีได้ไหม    ผลงานอะไรที่ช่วยบอกว่า ควรมี สกว. อยู่ในประเทศไทย    ถามอยู่ตลอด ๘ ปีที่ทำหน้าที่นั้น  

ที่จริงผมไปทำงานที่ไหน ผมก็ตั้งคำถามนี้มาตลอด    แต่มาเริ่มต้นชัดเจน ตอนทำงานที่ สกว.   และต่อมา ในการก่อตั้ง สคส.   แม้แต่ตอนทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ผมก็ตั้งคำถาม    ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำหน้าที่ให้แก่สังคมคุ้มกับที่ได้รับทรัพยากรสนับสนุนจากภาครัฐและประชาชน หรือไม่    ทำอย่างไร จึงจะทำงานให้เกิดคุณประโยชน์ยิ่งขึ้น   

จากคำถาม ... มีไว้ทำไม    ผมตั้งคำถามต่อตนเองว่า เกิดมาทำไม    ซึ่งก็ตอบไม่ได้ เพราะตนเองไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับการเกิดของตัวเอง    มารู้ตัวก็เติบโตรู้ความแล้ว    และตอบว่า ไหนๆ ก็เกิดมาแล้ว อย่าให้เสียชาติเกิด    มุ่งขยันหมั่นเพียรและทำความดี    เพื่อให้ได้ชื่อว่า เป็นคนที่ให้มากกว่ารับ    จึงได้คำตอบว่า เกิดมาเพื่อเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้เอา   

วันนี้ไปพูดให้ครูของครูประมาณ ๑๐๐ คนฟัง ในการประชุมปฏิบัติการสถาบันผลิตและพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ ๒ ของ กสศ.   เรื่อง ทำอย่างไรให้การผลิตครูไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่การแข่งขันแย่งชิงผู้เรียน    ตอนหนึ่งผมแนะนำว่า  ครูแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเป็นคนที่ “Build your positive digital footprint”    คือสร้างรอยเท้าดิจิทัลที่ประทับความดีงามไว้    ทำให้คิดต่อว่า คนเราเกิดมาเพื่อทิ้งรอยเท้าที่สะท้อนคุณงามความดีไว้เบื้องหลัง  

คำถามนี้ต่อปัจเจก  มีน้ำหนักน้อยกว่าคำถามต่อองค์กร หรือต่อสถาบัน    และคำตอบน่าจะไม่ อกาลิโก    และน่าจะขึ้นกับบริบทอยู่มาก

ผมคิดว่า คำตอบไม่สำคัญเท่ากับที่คำถามมันกระตุ้นมโนธรรมสำนึกขึ้นในใจเรา      

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ส.ค. ๖๓