พี่หน่อย สุมาลี สุวรรณกร โพสต์พร้อมแท็กว่า “รู้จักกันมานาน แต่รู้จักกันตอนไหนไม่รู้  รู้แต่ว่า เหมือนพี่น้อง เหมือนญาติมิตร คิดและทำอะไรคล้าย ๆ กัน ยินดีที่ได้รู้จัก "ลุงภารโรงแห่งมอดินแดง" ผู้ซึ่งวุ่นวายกับเรื่องราวรอบตัว และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรนักศึกษาและเป็นเสมือนลมใต้ปีกของหลายคน ยินดีที่ได้รู้จักเด้อ”

เมื่อเช้าผมเจอโพสต์ดังกล่าว จึงทำให้ได้เขียนบันทึกสั้น ๆ เพื่อขยายอรรถและรสจากพี่หน่อย.........

ในวันที่เมื่อยล้าจากการเดินทางปฏิบัติกิจจานุกิจ 5 จังหวัดใน 2 วันที่ผ่านมา (ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร กาฬสินธุ์)  และมีอีกหลายกิจรออยู่ข้างหน้า คิดในใจดัง ๆ ว่า "ทำอะไรมากมาย อยู่เฉย ๆ นั่งอ่านหนังสือ จิบชาร้อน ตื่นนอนสาย ๆ ในวันหยุดบ้างได้ไหมภาสกร?"  พลันเห็นโพสต์จากแม่หน่อยในเช้าวันศุกร์ที่พลังวัตรน้อยก็พลอยมีกำลังใจขึ้นเอามาก ... และมีนิยามที่ทำให้เราเห็นว่า "ผู้ซึ่งวุ่นวายกับเรื่องราวรอบตัว" คือเห็นอะไรก็อยากทำ อยากพัฒนาไปเสียหมด อาจจะใช้ประโยคว่า "บ่อยู่บ่เซาเป็นน่อ" แล้วแม่หน่อยก็ขยายอรรถอีกประเด็นเรื่องการทำหน้าที่เป็น "ลมใต้ปีก" โอ้โฮ โอ้โห มันคือความลึกซึ้ง งดงาม มิได้หมายจะยกยอตัวเองเพื่อข่มใคร แต่เพิ่งมาเห็นมุมสะท้อนที่เด่นชัดจากคำของแม่หน่อย ทำให้คิดได้ว่า เราก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนั่นเอง มิได้หมายจะเอารางวัลหรือคำชมอะไรมากมาย หากเห็นเป็นกำไรชีวิตแห่งตนที่ส่งผลให้คนอื่นสำเร็จ เราเพียงร่วมเป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ดั่งลมใต้ปีกให้เขาบินขึ้นสูงเด่นเป็นสง่า หรือแม้เพียงบินถลาเพื่อออกหากินดำรงชีพ  "ลม" จึงทำหน้าที่เพียงชั่วคราวแล้วหายไป ดั่งเนื้อเพลง "อากาศ" ของพี่ป้าง นครินทร์ที่ว่า "ก็เป็นแค่เพียงอากาศ แค่ลมที่พัดไม่มีตัวตน...เธอบอกว่าเย็นสบายแต่ไม่เคยมองเห็น"

กำลังใจที่พร่ำเพ้อยาว ๆ ในเช้าสายวันศุกร์...วันนี้เงินเดือนเข้า ตอนเย็นไปเอาเงินเดือนออกกันครับ ? ไปซื้ออุปกรณ์ปลูกผักและปลูกป่า ?

เพียงบันทึกไว้ เผื่อวันใดผ่านมาเจอ ก็อาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจแล้วเคลื่อนไหวดั่งลมใต้ปีกในอีกหลาย ๆ วาระ

ณ  มอดินแดง

24 กรกฎาคม 2563