ทำไมไม่ยอมเลือกตั้งท้องถิ่นสักที

ทำไมไม่ยอมเลือกตั้งท้องถิ่นสักที

18 กรกฎาคม 2563

: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1]

ท้องถิ่นรอได้อย่างอดทน

  ข่าวมั่วท้องถิ่น ผสมกับวิกฤติปัญหาเศรษฐกิจของประเทศสร้างความมึนงงให้แก่คนท้องถิ่นจนพูดไม่ออก ลองมาถอดใจกับคนท้องถิ่นดูว่าเขาคิดอะไรกัน นี่ยังไม่รวมสื่อที่มีใจเอนเอียงเข้าข้างคนท้องถิ่นหลายสำนัก ที่ช่วยกันนำเสนอตีข่าวการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ว่าการถอดรหัสระเบียบ กกต. เพื่อเดาทิศทางจับสัญญาณการเลือกตั้ง, [2] การคาดการณ์ท้องถิ่นแรกที่จะ “ประเดิม” จัดเลือกตั้งเป็นพื้นที่แรก, อปท.รูปแบบใดพร้อมที่สุด [3]จากจำนวน อปท.ทั้งประเทศ 7,851 แห่ง [4] ที่สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น (สถ.และผถ.) ยังอยู่ในฐานะ “รักษาการณ์” การแช่แข็งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 98,940 ตำแหน่งให้รักษาการณ์ต่อไป จนถึงขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ปีเต็ม ตามประกาศ คสช.ที่ 85/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 และ คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 1/2557 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2557 [5]

ตลอดเวลาของการครองอำนาจ 6 ปี ในช่วง 3 ปีแรกคนท้องถิ่นรอได้ แต่ช่วง 3 ปีหลังรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิด แต่รัฐบาลก็ปูนบำเหน็จให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นเพื่อลดกระแส แต่ก็มิอาจทัดทานกระแสคนท้องถิ่นหมู่มากที่มีเป็นเรือนหลายแสน ผนวกกับเสียงของประชาชนคนท้องถิ่นอีกมากมายประมาณจำนวนไม่ได้ แต่คาดว่าหลายล้านคน เสียงจากผู้มีอำนาจบอกสื่อจะเลือกตั้งมาหลายครั้ง ลองมาทวนครั้งแรกบอกหลังเลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน ต่อมาบอกรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพราะเอางบไปใช้เรื่องโควิดหมด ล่าสุดรัฐมนตรีบอกว่าบอกว่าอยู่ในช่วงเวลาที่เสนองบประมาณของสภาท้องถิ่น จะเริ่มเลือกตั้งได้ต้อง 1 ตุลาคมไป บอกอย่างนี้มันถึงเวลาแล้ว หมดคำอ้างแก้ตัวเพื่อการลากยาว เพราะประเทศชาติต้องเดินหน้า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวบ้านปวงชนชาวไทย มิใช่อยู่ที่คนรวบอำนาจไว้ว่าจะปล่อยเมื่อใดก็ได้

คู่ปฏิปักษ์อำนาจรัฐกับอำนาจประชาชนสวนทางกัน

ขอเรียกว่า “พรรคราชการ พรรคประชาชนมีฐานที่มาต่างกัน” โครงสร้างเศรษฐกิจคนรากหญ้าจะเอาอะไรนำทาง จะทำเพื่อกินอยู่เอง หรือขยายเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเอง กำหนดราคากันเอง หรือทำเพื่อกินอยู่เอง จนเป็นทาสนายทุนใหญ่ ที่กำหนดราคาโดยคนกลาง ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีมากทั้งลมฟ้าอากาศของลมมรสุมและมีชัยภูมิที่ดีมากขนาบด้วยสองมหาสมุทรใหญ่อยู่กลางภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ [6] คนไทยทุกคนทุกระดับชนชั้นไม่เคยปลอดจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศเลย อิทธิพลภายนอกประเทศมากำกับวิถีบทบาทคนไทยมาตลอดอย่างท่วมท้น แม้คนไทยจะสร้างอัตลักษณ์ของตนเองมากเพียงใด ก็หนีไปย้อมตัวจากนอกกลับเข้ามามีบทบาทในไทยเหมือนเดิมแทบทุกวงการ การศึกษาแก่นแท้ที่มาที่ไปในทุกเรื่องทั้งการเมือง การสงคราม การลงทุน การศึกษา การสาธารณสุข การคมนาคม แม้แต่เรื่องขยะ ก็ไปดูงานต่างประเทศมาทำทั้งนั้นเอาของนอกมาเปรียบเทียบเพื่อความเหนือกว่าในสิ่งที่คนไทยมีอยู่ รากเหง้าคนไทยใน “พรรคราชการ” [7] หรือ “วงการราชการ” ต่างชิงไหวชิงพริบกับ “พรรคประชาชน” [8] ขอเรียกว่า “คนรากหญ้าในพื้นถิ่น” เป็น “วงการที่นอกราชการ” ฉะนั้น ความคิดเห็นขัดแย้งจากผลประโยชน์ที่สองฝ่ายต่างยึดเหนี่ยวที่ต่างมุมกัน จึงเอาของนอกมาใช้กับคนไทยโดยตรงไม่ได้ ในเรื่องนั้นๆ “นายทุนร่วม” กับ “กลุ่มอำนาจรัฐ” เป็นกลุ่มเอาเปรียบประชาชนมาทุกช่วงสมัยรัฐบาล มิใช่ “นายทุนร่วมประชาชน” ต่อรองอำนาจรัฐแบบญี่ปุ่น ที่ใช้อำนาจต่อรองจากอเมริกาผู้กุมอำนาจญี่ปุ่นในฐานะผู้ชนะสงคราม ฉะนั้น นายทุนกับประชาชนของญี่ปุ่น จึงร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด ต่างจากไทยที่ต่างแข่งขันกันเพื่อต้องการขึ้นสู่ยอดเหมือนนิทานมหาชนก [9] ต่างแข่งขันกันเป็นใหญ่ แข่งขันกันกอบโกย “วงการท้องถิ่น” ลืมให้ความสำคัญกับผู้สร้างฐานเศรษฐกิจที่แท้จริงไป คือ “ประชาชนรากหญ้าในท้องถิ่น” ทั้งแรงงาน ช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการด้านอาชีพ ผู้สร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าของชุมชน ฯลฯ แถมยังเอาใบปริญญา ความอ่อนทักษะมาปกครองชาวบ้านคนทำงานที่มากทักษะเฉพาะตัวในสถานประกอบการ ส่วนในวงการอื่น เช่น ทหาร ตำรวจ ครู สถานศึกษา สงฆ์ ล้วนยึดถือตาม “วงราชการ” เหมือนกันทั้งสิ้น มีผู้เปรียบว่าคนหัวๆ ที่ครองตำแหน่งสูงๆ ขี้เท่อ ไทยจึงล้าหลัง แถมขาดจริยธรรม ตัณหา ราคะ ละโมบ กอบโกย เพื่อตุนไว้ใช้ในการก้าวหน้าในตำแหน่งสูงๆ ต่อไป ข่าวการซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี ตำแหน่งราชการใหญ่ ตำแหน่งบอร์ดต่างๆ ล้วนได้มาด้วยการใช้บันไดทางการเงิน คนหัวๆ ในสังคมไทยแข่งกันขึ้นสู่ยอด แต่ไม่ได้บำรุงรักษาฐานรากของสังคมแต่อย่างใด การตอบแทนกลับคืนสังคมรากหญ้ามีน้อย ส่วนคนรากหญ้า ที่ถือเป็นคน “วงการนอกราชการ” ก็เช่นกัน ยกตัวอย่าง ค่านิยมมีผัวฝรั่ง [10] เพื่ออยากได้บ้านหลังใหญ่ มีรถขับ มีเงินช่วยผ้าป่าโรงเรียนเก่า ฯลฯ ล้วนเลียนแบบเช่น “วงการราชการ” ที่ต้องการทัดเทียม ต้องการหน้าตาหรือการยอมรับ หรือเหนือกว่าคนชั้นเดียวกันในสังคม ก็คือการขึ้นสู่ยอดสูงๆ นั่นเอง

เปิดมุมมองวิกฤติของคนท้องถิ่น

ลองมาเปิดใจอีกมุมมองหนึ่งในวิกฤติความเป็นความตายของท้องถิ่น ที่คน อปท.ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกัน อย่าเฉยเมย ไม่อยากเรียงหัวข้อลำดับความเร่งด่วน เพราะเป็นวิกฤติที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

(1) เศรษฐกิจแย่ เพราะกระตุ้นภาคเอกชนไม่มีเหลือ การลงทุนภาครัฐหดตัว เศรษฐกิจถดถอย GDP ติดลบ 5-8% [11] แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศแล้วว่า ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติแล้วเริ่มต้นฟื้นตัวในไตรมาศที่ 3 [12] แต่บรรดาผู้รู้สวนว่าไม่น่าเชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เพราะยังมีปัญหาหนี้เสีย NPL หนี้เสีย SME เงินกู้จากต่างประเทศที่ยังต้องชำระรออยู่ เป็นปัญหาส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่หายไป ปัญหาการส่งออก ปัญหาบริษัทปิดกิจการ ปัญหาคนว่างงาน ปัญหาเงินฝืด ปัญหาอื่นๆอีก “บลูมเบิร์ก” วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยส่อย่ำแย่ที่สุดในเอเชีย [13] ล่าสุดทูตสหรัฐวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโดนผลกระทบเป็นเวทีภูมิภาคในการต่อสู้ของมหาอำนาจจีนและสหรัฐอเมริกา [14] ยังคาดไม่ได้ว่าอีกกี่ปีเศรษฐกิจไทยจะเหมือนเดิม

(2) วิกฤติแล้งในภาคเกษตรกรรม ส่งผลให้เกษตรกรกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยลำบาก ผลผลิตไม่มี มีแต่ขายไม่ได้ มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ต้นทุนสูง เกษตรกรมีหนี้สิน เข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการของรัฐ ฯลฯ

(3) ภาคการเมืองยังไม่สงบนิ่ง ฝ่ายรัฐบาลต่างแย่งชิงตำแหน่งอำนาจกันเอง ประชาชนเสื่อมศรัทธาที่จะมีผลโดยตรงต่อคะแนนนิยมของฝ่ายกุมอำนาจ

(4) รมต. เศรษฐกิจไม่เข้าตานักวิชาการ แม้ชาวบ้านเองก็ยังรู้ เพราะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น คนรากหญ้า และ คนชั้นกลางลำบาก นักวิจารณ์สังคมว่าไทยมีวิกฤติเศรษฐกิจสูงแล้ว เพราะมีแต่ข่าวเรื่องธุรกิจปิดตัวทั้งๆ ที่ธุรกิจเหล่านี้เคยเจริญรุ่งเรืองมาเกิน 20 ปี [15] เป็นต้น

(5) คนท้องถิ่นรวมชาวบ้านและทุกฝ่ายโหยหาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่พร้อมมีข้ออ้างในการเลื่อนมาตลอด แม้จะได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดว่า อย่างไรเสียท้องถิ่นก็ต้องมีการเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าจะให้มีการเลือกตั้ง อปท. ประเภทใดก่อน และ จะเริ่มแน่นอนได้ในวันใด

(6) นักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า Gen Z [16] ต้องการประชาธิปไตยเต็มใบ การแก้รัฐธรรมนูญจำเป็น ที่นักการเมืองทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วม มาถึงวินาทีนี้ไม่น่าเชื่อว่ามีกระแสจุดประเด็น การตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน [17] ที่ขัดแย้งหนักสุดคือช่วงปี 2550 และช่วงปี 2557 ทั้งๆ ที่มีแนวคิดตรากฎหมายนี้มาแล้ว แต่ถูกพับทิ้งไป

(7) การท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักทำเศรษฐกิจพังเป็นโดมิโน่ เพราะการปิดประเทศจากสถานการณ์โควิด แม้ว่าตอนนี้ มท. ได้ปลดล็อกการสัมมนาอบรมท้องถิ่นได้ ที่จริงรัฐควรหนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมและธรรมชาติท้องถิ่นให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพราะของดีมีอยู่ที่ชุมชนพื้นบ้านมากมาย วัฒนธรรมท้องถิ่นเท่านั้น ที่จะพาชาติให้สงบ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน แต่รัฐอย่าลืมให้ “ลดการสร้างอภิสิทธิชน” ลงด้วย ยกตัวอย่างจังหวัดอุบลราชธานี มีสิ่งประดิษฐ์พื้นถิ่นเกี่ยวกับวัด เช่น กลองเพล ฆ้อง ระฆัง อาหารประเภทปลา หมู แม้แต่หนังควายแห้งหมักเกลือก็มี เครื่องใช้สอย ไม้กวาด เครื่องจักสาน เครื่องจับปลา เครื่องใช้สอย การสูบน้ำจ่ายตามท่อ ระบบชลประทาน ทุกจังหวัดมีที่เหมือนกัน คือเรื่องอาหาร เครื่องดนตรี เครื่องมือใช้สอยฯ เพราะมันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น [18] พื้นฐานเหล่านี้ ควรได้รับการพัฒนา ต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ

(8) รัฐบาลสนใจแต่ความมั่นคง มุ่งรักษาสถานภาพตนเองมากกว่าภาพลักษณ์ของประเทศชาติ เพื่อเอาเกียรติประวัติไปอวดชาวโลก แต่กลับไปกดดันชาวบ้านคนรากหญ้าให้ต่ำลง

(9) พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (เรียกย่อว่า พรก. ฉุกเฉิน) ที่มีเจตนารมณ์เพื่อความมั่นคง เพราะมีทั้งอำนาจการจับกุม คุมขัง ค้นเคหสถาน สิทธิในการเดินทาง แสดงความเห็น และการเสนอข่าว ที่นอกเหนือจากการควบคุมโรคติดต่อที่ร้ายแรง เช่นการคุมโรคติดเชื้อโควิด แต่เหมามารวบรวมกัน เป็นครั้งแรกที่ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ [19] ปฏิกิริยาของนักศึกษาเกิดไม่ยอมรับ (อารยะขัดขืน) พรก.ฉุกเฉิน [20] เพราะถือว่าไม่ยุติธรรมมาแต่ต้น

(10) จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ เพราะมีการตรากฎหมายให้ลดการจัดเก็บ 90% [21] ท้องถิ่นขาดแคลนงบ แม้งบเลือกตั้งที่กันไว้ตั้งไว้ในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาต้องโอนมาใช้จ่ายเพื่อโควิดไปก่อน

(11) ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลส่งเสริมให้ อปท.ใช้เงินสะสมจนไม่มีเหลือ [22] ท้องถิ่นหมด สต๊อกเงินสำรอง หรือ แม้เงินทุนสำรองสะสมอันเป็นความหวังสุดท้ายก็หมดเช่นกัน

          สุดยากที่จะคาดเดาว่า เหตุใดฝ่ายรัฐบาลที่มีอำนาจรัฐ จึงกลัวเกรงการเลือกตั้งท้องถิ่นมาก ใครทราบช่วยบอกด้วย แต่ที่แน่ๆ ฝ่ายอำนาจรัฐกลัวสูญเสียอำนาจใช่ไหม ที่จริงยังฝอยต่อได้อีกมาก แต่กระดาษหมด

[1]Phachern Thammasarangkoon & Ong-art Saibutra & Watcharin Unarine, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 67 ฉบับที่ 44 วันเสาร์ที่ 18  - วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563, บทความพิเศษ หน้า 9, สยามรัฐออนไลน์, 18 กรกฎาคม 2563, https://siamrath.co.th/n/170115  

[2] ถอดรหัส ระเบียบกกต. จับสัญญาณ 'เลือกตั้งท้องถิ่น', NationWeekend,12 กรกฎาคม 2563, https://www.nationweekend.com/content/special_article/13289?utm_source=homepage&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=debate%E2%80%AC&fbclid=IwAR2bHcj8WN6XuQ4UpjtoOi4mm-W46HCSWKsfJh6OTPpwOWUbo1YiSZDX_gI

[3] อปท.รูปแบบไหนพร้อมเลือกตั้งมากที่สุด, สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ทีวีช่องสุวรรณภูมิ รายการจับข่าวคุย , 26 มิถุนายน 2563, ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม ส.ส. และ สรณะ เทพเนาว์ อนุ กมธ.การปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป วุฒิสภา

ดู “โกวิทย์ พวงงาม” จับตา “เลือกตั้งท้องถิ่น” กับ “แรงกระเพื่อม” ทางการเมือง, สยามรัฐออนไลน์, 27 มิถุนายน 2563, https://siamrath.co.th/n/165504

[4] สรุปข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อ 15 มิถุนายน 2563, กองการเลือกตั้งท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

[5]ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 85/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557, https://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-annouce85-2557.pdf และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2557, https://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-head-order1-2557.pdf   

[6] ประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม ( monsoon) เขตร้อน 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้ประเทศไทยมีฤดูกาลที่เด่นชัด 2 ฤดู คือ ฤดูฝนกับฤดูแล้ง (Wet and Dry Seasons) สลับกัน

ดู วิชาการความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา , https://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=52

[7] “พรรคราชการ” หรือ “ระบบราชการ” (ข้าราชการ) คำนี้ใช้กันมานานแล้ว เพราะ ระบบราชการของไทยเหนียวแน่นมานานแสนนานแล้ว เป็นตัวแปรสำคัญทางการเมืองไทย ด้วยเหตุ "ระบบอุปถัมภ์" ที่ยังอยู่เหนือปัจจัยพื้นฐานปกติ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้คน หมายถึงว่า ข้าราชการหนึ่งคน หรือหนึ่งกรม กอง...ฯลฯ ย่อมสามารถบันดาลคะแนนเสียงได้เป็น 10 ถึง 100 เท่าของฐานเสียงเดิมเลยทีเดียว และ ที่ผ่านมาเมื่อปี 2562 ระบบราชการ มีฤทธิ์ มีเดช มีอำนาจ อิทธิพล บารมี ระดับยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เหนียวแน่นและซึมลึก ไปได้มาก เช่นใน "คณะกรรมการวัตถุอันตราย" กรณีการยกเลิกสารพิษความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ที่เรียกๆ กันว่าพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต

ดู "พรรคราชการ" มิใช่เรื่องเล่น ๆ, OKnation, 13 พฤษภาคม 2554, http://oknation.nationtv.tv/blog/katika/2011/05/13/entry-1 

& พรรคข้าราชการ!!!, Thai Post, 23 กันยายน 2562, https://www.thaipost.net/main/detail/46351 

[8] คำว่า "พรรคราษฎร" ในที่นี้ เจตนาจะล้อให้ตรงข้ามกับ "พรรคราชการ" ดังกล่าวข้างต้น เพราะคำว่าราษฎรในที่นี้ในบริบทของท้องถิ่น ก็คือ "คนรากหญ้า" ที่มีอยู่ในท้องถิ่นทุกพื้นที่ แม้จะมีการสร้างคำใหม่ว่า "ประชาสังคม" ( Civil Society) ตามที่ นพ.ประเวศ วะสี ได้รณรงค์ส่งเสริม "ภาคประชาสังคม" ที่มิใช่ประชาชนธรรมดาทั่วๆ ไปในท้องถิ่น แต่หมายถึงทุกๆ องค์กรที่มีอยู่ในท้องถิ่นทั้งหมด หากจะมองภาพรวมเป็น “การเมืองว่าด้วยการเมืองภาคประชาชน”

ดู การเมืองภาคประชาชนในสังคมไทยก่อนและหลังทศวรรษ 2540 : อุดมการณ์ ความสัมพันธ์ต่อรัฐและความเป็นพลเมือง (People Politics in Thai Society Before and After 2000s: Ideology, Relations to the State and Citizenship), มนตรา พงษ์นิล (Montra Pongnil), ใน วารสารสังคมศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 1/2559 (มกราคม-มิถุนายน) หน้า 155-185, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jss/article/download/178039/126658/

[9] เรื่องย่อพระมหาชนก , https://sites.google.com/site/phramahachanok/reuxng-yx

พระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์ ตีพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2539 (9 มิถุนายน 2539) ชาดกเรื่องนี้กล่าวถึงการบำเพ็ญความเพียรเป็นบารมีของพระมหาชนก พระราชบิดาทำสงครามแย่งชิงอำนาจกับพระโปลชนก พระอนุชา จนสวรรคต

ดู

ครูคัทรีย์ ปานรักษ์, ข้อคิด สอนใจ (เรื่องที่ 4), คติธรรม ข้อคิดในการดำรงชีวิต ของพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก, เตือนให้ไม่ประมาท ไม่หลงอำนาจ ไม่เป็นทาสผลประโยชน์, ในเว็บไชต์รักษ์ภาษาไทย โรงเรียนบ้านทุ่งเจดีย์ สพป.พังงา, https://sites.google.com/site/nongpt23/reuxng-thi-3  

(1) ให้มีความพยายามในการเรียน (2) มีความเพียรที่ทำย่อมไม่ถูกติเตียนแม้จะไม่สำเร็จ (3) ให้ข้อคิดในการดำรงชีวิตโดยแข่งกับตนเองไม่แข่งขันกับผู้อื่น (4) ทุกอย่างจะไม่สำเร็จถ้าเพียงแต่คิดเพราะสิ่งที่คิดไว้จะมีก็ได้จะพินาศไปก็ได้ (5) สิ่งใดที่มีคุณภาพ จะเป็นเป้าหมายของการยื้อแย่ง และจะเป็นอันตรายในท่ามกลางของผู้ขาดปัญญา (6) ไม่เป็นทาสของผลประโยชน์ (7) เป็นผู้มีความรัก (8) ไม่หลงตนเอง

& มะม่วงต้นนั้น, ไทยรัฐ, กิเลน ประลองเชิง, 8 ธันวาคม 2560, https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1146513 

มีมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งมีผลสุกงอม รสหวานชุ่มพอ เมื่อพระราชาเสวยแล้ว ก็เสด็จผ่านไป จนกระทั่งเสด็จกลับก็พบว่า มะม่วงต้นที่มีผลรสหวานนั้น หักโค่นจนแทบไม่เหลือกิ่งก้าน ได้ความว่า ประชาชนรู้ว่าผลมะม่วงหวาน ก็รุมมาแย่งกันไม่ปรานีปราศรัย ขณะที่มะม่วงอีกต้น ต้นที่ไม่มีผล ยังยืนต้นเป็นพุ่มใหญ่ งดงามเหมือนแก้วมณี สรุปต้นไม้มีผล มีแต่เภทภัย

[10] ค่านิยมผิดๆ มีผัวฝรั่งแล้วจะสบาย รัฐเปิดคลินิกหญิงไทย เร่งแก้ปัญหา , thairath, 5 สิงหาคม 2560, https://www.thairath.co.th/news/society/1028246

รศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ หัวหน้าสาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

[11] กกร. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ GDP ติดลบ 5-8%, 1 กรกฎาคม 2563, http://accesstrade.in.th/เศรษฐกิจไทย-2563-gdp-ติดลบ/

[12] การประชุมนักวิเคราะห์ ( Analyst Meeting) ครั้งที่ 2/2563 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), วันที่ 14 กรกฎาคม 2563, https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/Activities/Pages/AnalystMeeting02_2020.aspx

& ธปท.พบนักวิเคราะห์! ‘วิรไท’ มองเศรษฐกิจฟื้นไตรมาส 3-เชื่อโควิดไม่ระบาดรอบ 2 ในไทย, สำนักข่าวอิศรา, 14 กรกฎาคม 2563, https://www.isranews.org/article/isranews-news/90350-bot-Analyst-meeting-covid.html

'วิรไท' สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวไตรมาส 3 เชื่อโรคโควิด-19 ไม่ระบาดรอบ 2 ในไทย พร้อมชู 5 แนวทางรับมือวิกฤติ เตรียมดึง 'บสย.' เข้ามาค้ำประกันเงินกู้ซอฟท์โลน 5 แสนล้าน ด้าน ‘เมธี’ ระบุ 'กนง.' สั่งศึกษาผลกระทบหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำลงกว่านี้ แต่มองนโยบายดอกเบี้ย 0% เป็นไปได้ยาก

[13] “บลูมเบิร์ก” วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยส่อย่ำแย่ที่สุดในเอเชีย, amarintv, 8 กรกฎาคม 2563, https://www.amarintv.com/news/detail/37805

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่า จีดีพีของไทยปีนี้จะลดลง 8.1% ซึ่งแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย และเป็นตัวเลขที่ดิ่งลงมากที่สุดที่ประเทศไทยเคยเผชิญ โดยมากกว่าวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย หรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา  

[14]ทูตสหรัฐ เขียนบทความ อัดจีน ไม่รักษาสัญญาในทะเลจีนใต้ ชี้ไทยก็ไม่รอดโดนผลกระทบ, 14 กรกฎาคม 2563, https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_325152 

ทูตสหรัฐ เขียนบทความ อัดจีน ไม่รักษาสัญญาในทะเลจีนใต้ ชี้ไทยก็ไม่รอดโดนผลกระทบด้วย

[15] นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย , อ้างจากเฟซบุ๊ก 8 กรกฎาคม 2563

[16] Gen Z คือ คนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หมายถึงคนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 หรือปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา เด็ก ๆ กลุ่ม Gen Z นี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ และเรียนรู้ได้เร็ว

[17] “เสรี” ห่วงนิรโทษกรรมทำเสียหลักการของกฎหมาย, 15 กรกฎาคม 2563, https://siamrath.co.th/n/169824

[18] ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาชาวบ้าน หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดขึ้นได้เอง และนำมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ใช้แก้ปัญหา เป็นเทคนิควิธีเป็นองค์ความรู้ของชาวบ้านที่คิดเอง ทำเอง โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งได้สั่งสม สืบทอดและเชื่อมโยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

สำหรับคนอีสานก็คือ “ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสาน” เรียก “มูลมัง”

ภูมิปัญญาชาวบ้าน เน้นหมายถึง ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคน หรือเป็นลักษณะสากล

[19]พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, https://th.wikipedia.org/wiki/พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน_พ.ศ._2548#:~:text=ซอร์ซ-,พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน%20พ.ศ.%202548,บังคับแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน%2C%20และ 

& ฮือค้านต่อ พ.ร.ก. จวกยับเสพติดอํานาจ, ไทยรัฐออนไลน์, 26 มิถุนายน 2563, https://www.thairath.co.th/news/politic/1876563

[20]มืดฟ้ามัวดินแน่ๆเลย! นัดชุมนุมใหญ่ 18 ก.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, เฟซบุ๊กเพจ เยาวชนปลดแอก, Free YOUTH, 16 กรกฎาคม 2563, https://www.thaipost.net/main/detail/71671   

[21] พระราชกฤษฎีกาลดภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. 2563, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 42 ก วันที่ 10 มิถุนายน 2563 หน้า 1-3, https://www.reic.or.th/Upload/พระราชกฤษฎีกาลดภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทพศ๒๕๖๓_40124_1591846644_28836.pdf

มาตรา 3 ให้ลดจำนวนภาษีในอัตราร้อยละเก้าสิบ ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ตามมาตรา 42 หรือมาตรา 95 แล้วแต่กรณี สำหรับการจัดเก็บภาษีของปีภาษี พ.ศ. 2563 สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ดังต่อไปนี้

(1) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม

(2) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย

(3) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากตาม (1) และ (2)

(4) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ   

[22] 'มท.'คลอดระเบียบเบิกจ่ายเงินอปท.ฉบับใหม่ มีผลตั้งแต่ 19 ธ.ค.61, มติชน, วันที่ 25 มกราคม 2562, https://www.matichon.co.th/politics/news_1334279

มท. ได้แก้ไขลดหลักเกณฑ์การใช้เงินทุนสำรองเงินสะสมจาก 25% เป็น 15% ตามระเบียบ มท.ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ข้อ 87

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)