ฟันผุในเด็ก
   ในช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปประชุมวิชาการเกี่ยวกับทันตกรรมสำหรับเด็ก  มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจ คือในกรณีที่เด็กอายุ 6-9 ปี มีฟ้นแท้ผุมาก หมอลังเลที่จะทำการรักษาโดยการถอน หรือเก็บเอาไว้  ในที่ประชุมวิทยากรได้ให้แนวทางก่อนตัดสินในการรักษาคือ 
          ประการแรกในเรื่องการรักษาเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและโพรงประสาทฟัน เนื่องจากในเด็กวัยนี้รากฟันยังเจริญไม่เต็มที่ (รากยังไม่ปิด) ทำให้การรักษายากและโอกาสสำเร็จ(หายขาด)มีน้อย 
          ประการที่สอง ในเรื่องการบูรณะฟัน เนื่องจากการผุที่ใหญ่มาก ๆ เด็กอาจต้องได้รับการรักษาโดยการครอบฟัน  ซึ่งในเด็กวัยนี้อาจต้องทำการครอบฟันแบบชั่วคราวก่อน เนื่องจากฟันยังขึ้นมาไม่เต็มที่ ถ้าครอบแบบถาวรแล้วอาจทำให้ขอบของครอบฟันโผล่ ไม่สวยงานเมื่อเด็กโดยจนฟันขึ้นเต็มที่แล้ว ซึ่งการรักษากินเวลานานหลายปี (อาจพบทันตแพทย์ทุก 3-6 เดือน)
       ประการที่สาม ในเรื่องการจัดฟัน เนื่องจากในบางครั้งเด็กอาจต้องได้รับการจัดฟันอยู่แล้ว ซึ่งทันตแพทย์จัดฟันอาจดึงฟันให้เข้ามาชิดกันได้ โดยไม่ต้องเก็บฟันไว้

แต่ต้องแน่ใจว่าเด็กมีฟันขึ้นครบทุกซี่ (บางครั้งเด็กอาจมีฟันหายไปตั้งแต่เกิดในบางซี่)ซึ่งในวัยนี้ดูจากภาพรังสีจะยังไม่เห็นซี่ 8 ทั้ง 4 ซี่

     ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะเก็บหรือถอน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทันตแพทย์ ซึ่งต้องร่วมมือกันทั้งจากทันตแพทย์รักษารากฟัน ทันตแพทย์ใส่ฟัน และทันตแพทย์จัดฟัน

        ในส่วนตัวคิดว่านอกจากจะดูทั้ง 3 อย่างแล้ว เราควรจะดูตัวผู้ปกครองและเด็กด้วย ในส่วนผู้ปกครองต้องดูถึงความร่วมมือ ความเอาใจใส่ และฐานะของผู้ปกครอง  ในส่วนของเด็กต้องดูความร่วมมือ และความสะอาดในช่องปาก  เพราะหากไม่ดูในรอบครอบแม้ว่าจะทำการรักษาได้ดีเลิศเพื่อใด โอกาสประสบความสำเร็จก็ย่อมน้อยลงไปอีกมาก 
       ที่สำคัญการให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันมีส่วนสำคัญต่อการดูแลฟันเด็ก ในช่วงอายุ 6 ปี ฟันแท้จะเริ่มขึ้น (ฟันกราม) ผู้ปกครองสามารถป้องกันการผุในด้านบดเคี้ยวโดยพาเด็กไปรับบริการเคลือบร่องฟันจากทันตแพทย์ และการใช้ฟลูออไรด์โดยเฉพาะจากยาสีฟันจะช่วยได้มากในการป้องกันฟันผุด้านเรียบ (แต่ต้องแปรงฟันให้นานพอที่ฟลูออไรด์ในยาสีฟันสามารถมีผลต่อเคลือบฟันด้วย ไม่ใช้แปรงเหมือนผ่านน้ำ) และที่สำคัญที่สุดคือการแปรงฟันให้ถูกวิธี ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ