

มะระจีน (Chinese Bitter) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia Linn. เป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น จึงมักนำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี มะระสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น มะระผัดไข่ แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ แกงคั่วมะระปลาดุก หรือรับประทานประกอบกับอาหารชนิดต่างๆ เช่น ขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ำพริก กุ้งแช่น้ำปลา หมูมะนาว ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เป็นต้น มะระเป็นผักที่มีสรรพคุณทางยาและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก


คุณค่าทางโภชนาการในมะระ 100 กรัม ประกอบด้วย พลังงาน 31 กิโลแคลอรี่ น้ำ 92 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม วิตามินซี 85 มิลลิกรัม วิตามินเอ 1,225 ไมโครกรัม คาร์โบไฮเดรต 6.3 กรัม ไฟเบอร์ 0.7 กรัม แคลเซียม 21 กรัม ฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม ไทอะมิน 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.03 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.2 มิลลิกรัม


มะระมีสารชาแรนทิน (Charantin)และพอลิเพปไทด์-พี (Polypeptide-p) ซึ่งดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน มะระจึงเป็นผักที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดเพราะทำให้การเผาผลาญกลูโคลสเพิ่มมากขึ้น มะระมีสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอล จึงช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ มีฤทธิ์ต่อต่านเซลล์มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก มะระมีวิตามินเอสูงซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและบำรุงสายตา ช่วยการมองเห็น เพิ่มความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย ตามัว ตาฝ้าฟาง และยังช่วยป้องกันเซลล์เยื่อบุต่างๆของร่างกายทำงานผิดปกติ ลดความเสื่อมของของเซลล์ลูกตา ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะระช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้ดี ฟอกเลือด บำรุงตับ ในมะระมีสารที่จะช่วยเพิ่มเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในตับ ช่วยป้องกันโรคตับแข็ง โรคตับอักเสบ รสขมของมะระซึ่งเกิดจากสารโมมอร์ดิซิน (Momordicin) มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารและยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น รสขมของมะระยังเป็นยาระบายอ่อนๆอีกด้วย


มะระมีคุณประโยชน์มากมายเช่นนี้ ครัวครูแป๊วจึงนำมะระจีนมาทำเมนู ต้มจืดมะระซี่โครงหมูเห็ดหอม หากไม่ชอบความขมของมะระ ก็มีวิธีลดความขมของมะระ โดยก่อนนำไปประกอบอาหารให้นำมะระมาเคล้ากับเกลือ แล้วล้างน้ำออก หรือจะแช่มะระในน้ำเกลือไว้สักพักก่อนแล้วล้างด้วยน้ำก็ได้ ความขมของมะระจะลดลง อย่างไรก็ตาม สำนวนไทยแต่โบราณที่ว่า "หวานเป็นลม ขมเป็นยา" ใช้ได้เป็นอย่างดีกับเมนูนี้ค่ะ