กิจกรรมเพื่อสังคมกับผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้คู่บริการ

ชายนพ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

แต่ละคณะของมหาวิทยาลัยจะเป็นเจ้าภาพหลักในกิจกรรมของแต่ละด้านวิชาชีพแต่บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดการ เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละคณะ และเน้นการเรียนรู้คู่บริการที่ประกอบด้วยการนำองค์ความรู้ในด้านวิชาชีพของ นิสิตนักศึกษาไปสู่การดำเนินการแบบมีส่วนร่วมผ่านปฏิบัติการจริงในการให้บริการต่อสังคม

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ผมและเพื่อนๆ กลุ่มนิสิต คณะวัฒนธรรมศาสตร์ร่วม 24 คน
มีโอกาสเดินทางไปจัดโครงการที่จังหวัดชัยภูมิ เป็นโครงการที่เกิดการบูรณาการชุดความรู้ใหม่เข้ากับชุดความรู้อันเป็นภูมิปัญญาของชุมชน (Intelligence of locality)

เป็นการเรียนรู้คู่บริการที่ประกอบด้วยการนำองค์ความรู้ในทางวิชาชีพ (กิจกรรมในหลักสูตร : Hard skills) ของตัวนิสิตนักศึกษาบูรณาการกับกิจกรรมนอกหลักสูตรไปปฏิบัติการจริงผ่านการให้บริการต่อสังคมเพื่อก่อให้เกิดพลังแห่งทักษะที่เรียกว่า Soft skills และดำเนินการแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดโดยนำเอาแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่ยึดโยงกับความเป็นจริงของสังคม สร้างจิตสำนึกรักษ์ท้องถิ่น หรือรากเหง้าของสังคม การจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรโดยใช้ “ชุมชนเป็นฐานวัฒนธรรม” ไม่ว่ายุคสมัยใดก็ตาม การเรียนรู้นอกห้องเรียนในวิถีของ “กิจกรรมนอกหลักสูตร”
ยังมีความจำเป็นอยู่เสมอ เพราะเป็นกระบวนการที่เติมเต็มทักษะการเรียนรู้และทักษะชีวิตแก่นิสิตนักศึกษา เพื่อให้เติบโตสู่การเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยและการเป็นพลเมืองของสังคมไทยและสังคมโลก

โครงการอนุรักษ์ปราชญ์ชาวบ้าน สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้นอกหลักสูตร โดยการนำเอากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้กระทำลงไป ความรู้ที่ได้เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว เกิดการเรียนรู้จากการอ่าน
การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา นำมาสู่การเป็นมรรคผลหลากมิติ

จนเกิดผลลัพธ์ที่มีต่อผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ในแบบ 3 มิติ ประกอบด้วย

1) ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered Approach)
2) ชุมชนเป็นห้องเรียน (Community Based Learning)
3) เรียนรู้ผ่านกิจกรรม/โครงงาน (Project-Based Learning)

ทั้งยังส่งผลลัพธ์ที่มีต่อมหาวิทยาลัย และชุมชน นำมาสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และเกิดพื้นที่ การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน

เกิดกระบวนการเรียนรู้คู่บริการที่มีประสิทธิภาพผ่านการผสมผสานความเชี่ยวชาญ (Sharing of Expertise) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งที่เป็นผู้สอน นิสิต ชาวบ้าน และภาคีอื่นๆ

เกิดการบูรณาการชุดความรู้ใหม่เข้ากับชุดความรู้อันเป็นภูมิปัญญาของชุมชน (intelligence of locality) ในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น การเผยแพร่อัตลักษณ์ประเพณี การสืบสานอนุรักษ์พิธีกรรมของชุมชน การท่องเที่ยวในชุมชน

เกิดชุมชนเรียนรู้ (Learning Community) หรือชุมชนต้นแบบในประเด็นต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงมิติความเข้มแข็งและยั่งยืน เช่น ชุมชนพิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน ชุมชนผู้สูงอายุ ชุมชนธนาคารขยะ ชุมชนเกษตรอินทรีย์

เกิดวิทยากรชุมชนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในชุมชนและต่างชุมชน เช่น การทำประเพณีแห่น้ำกาบแก้วบัวไขมาลัยกิ่ง การทำพิธีกรรมผีฟ้า (บ้านคอนสวรรค์)

เกิดชุดความรู้ในกลุ่มเยาวชนที่สะท้อนจากจิตวิญญาณ (Spiritual) และผลิตโดยชุมชน เช่น สารคดี หนังสั้น ละครเวที เพลง ที่เกี่ยวกับปัญหาเด็กและเยาวชน เกี่ยวกับประเพณีความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชน รวมถึงมัคคุเทศก์ชุมชนในเรื่องประวัติศาสตร์ (พระใหญ่ทราวดี บ้านคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ)

ทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนของผลลัพธ์โดยสังเขปของการจัดการเรียนรู้คู่บริการร่วมกับชุมชนในวิถีของงานกิจกรรมเพื่อสังคม ที่มองเห็นภาพ หรือความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “ความคิด” ที่พยายามทำให้เกิดมิติการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์จากห้องเรียนในมหาวิทยาลัยไปสู่ชุมชนในแบบ “บวร” ที่เน้นการมีส่วนร่วมทั้งที่เป็น บ้าน – วัด – โรงเรียน และส่วนราชการ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อผู้สอน ผู้เรียนและชุมชนไปพร้อม ๆ กัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมเพื่อสังคมกับผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้คู่บริการ



ความเห็น (0)