กรุงเทพฯ----ศาลพยายามที่จะฆ่าตัวตายในประเทศไทย เพราะถูกแทรกแซงโดยผู้พิพากษาอาวุโส (superiors) ในเรื่องคำตัดสินของเขา สะท้อนให้เห็นถึงคำถามจำนวนมากต่อความเป็นอิสระของศาล (judicial interdependence) และความยุติธรรม (fairness)
Khanakorn Pianchana ที่ดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้น แถบจังหวัดภาคใต้ คือยะลา ยิงตนเองตายด้วยกระสุนจากปืนพก ที่ภายในบัลลังก์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 5 คน จากการเป็นฆาตกร มีการรายงานในวันเสาร์ว่าเขาอยู่ในสภาพปกติ (stable condition)
บันทึกจำนวน 25 หน้า ที่เขาเขียนได้แพร่กระจายในทางออนไลน์ หลังจากที่เขาพยายามที่จะฆ่าตัวตาย ในบันทึกนั้นกล่าวว่าเขากล่าวหาผู้พิพากษาอาวุโสในการบังคับให้เปลี่ยนจากบริสุทธิ์ไปเป็นคนมีความผิด มีการอนุญาตให้ผู้พิพากษาอาวุโสต้องมาดูคำสั่งของศาลชั้นต้นก่อนการตัดสิน ซึ่งเป็นหนึ่งที่ Khanakorn ขัดข้องใจ
คำกล่าวของเขาถูกเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค พร้อมกับวิดีโอแบบสั้น ที่พูดถึงเรื่องการกล่าวหาเหมือนกับที่อยู่ในบันทึก อย่างไรก็ตาม ทั้งบันทึกและวิดีโอถูกลบไป หลังจากเผยแพร่ไปที่อื่นๆแล้ว
Khanakorn ยืนยันว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะให้จำเลยมีความผิดได้
Suriyan Hongvilai โฆษกศาลบอกกับผู้สื่อข่าวว่าการกระทำของ Khanakorn เกิดจากความเครียดส่วนตน (personal stress) แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนเสนอแนะว่า ข้อกล่าหาที่ผ่านศาลจะต้องมีการจัดการใหม่ทั้งหมด (open to manipulation)
มีวลีอยู่ 2 อย่างที่ใช้โดย Khanakorn ที่กระจายไปทั่วผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ “คืนคำพิพากษาสู่ศาล และ คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”
ระบบการพิพากษาในเมืองไทยถูกวิพากษ์กันมานานแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องการฉ้อโกง แต่ตอนนี้คือความอคติทางการเมืองในการกล่าวหาคนอื่นๆ ความพยายามก่อนหน้าในการปฏิรูประบบศาลยังคงสงบนิ่งไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และศาลยังคงถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ปี 2006 ผู้สนับสนุนทักษิณ และนักกิจกรรมทางประชาธิปไตยบางคน ที่ต่อต้านกับการที่ทหารเข้ามาแทรกแซงการเมือง ต่างรู้ว่าพวกตนถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมจากศาล ซึ่งพวกนี้จะมองศาลเป็นพันธมิตรโครงสร้างการปกครองของทหาร-ราชาชาตินิยม ที่เป็นมาก่อน 2475 ของประเทศไทย (allies of Thailand’s traditional royalist-military ruling establishment)
ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ต่างลงลึกในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยะลา ที่มีขบวนการแยบ่งแยกดินแดนชาวมุสลิมเคลื่อนไหว การดำเนินการของพวกเขาทำให้เกิดการตายประมาณ 6,000 คนตั้งแต่ปี 2004 ท่ามกลางการกล่าวหาถึงการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของทหาร ในการแก้ไขปัญหานั้น ส่วนแล้วคนไทยจะเป็นพุทธ แต่ในสามจังหวัดชายแดนคือมุสลิม
คำกล่าวของ Khanakorn เกี่ยวพันกับสถานการณ์การรักษาความปลอดภัยของภาคใต้ เขากล่าวว่าคำสารภาพของคนที่กล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ที่กำลังอยู่ในช่วงคุมตัว (detention) นั้นไม่มีหลักฐานอันน่าเชื่อถือ
เขายังคงอธิบายถึงเรื่องราวที่ก่อนหน้านั้น เขาถูกบังคับในการแก้ไขคำพิพากษากรณีทหาร 3 คน ฆ่าพลเรือน
คำกล่าวเหล่านี้ยังพาดพิงถึงข้อขัดใจหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งเกี่ยวกับเงินเดือน และสภาพการทำงานของศาลชั้นต้น แต่เป็นการกระตุ้นความปรารถนาของเขาในการเปลี่ยนกฎที่ไม่ให้ผู้พิพากษาอาวุโสทบทวนคำตัดสินของศาลชั้นต้นก่อนที่จะพิพากษาอะไรออกไป
Yingcheep Atchanont ของกลุ่มไอลอว์ (ILaw) เพื่อความยุติธรรมโดยอิสระยังนับถือ Khanakorn
“ในฐานะที่เป็นหนึ่งที่เรียกร้องการปฏิรูปศาล ฉันเชื่อโดยเสมอว่า จะมีผู้พิพากษาจำนวนหนึ่งที่ยังมีหลักการ และกล้าที่จะทำลายระบบ แต่เราไม่เคยรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน ขอบคุณสำหรับการบอกให้เรารู้ว่าความเชื่อของเรายังคงเป็นจริง และย่อมมีความหวังเสมอ” เขาเขียนลงในโพสต์
Piyabutr Saengkanokkul อดีตอาจารย์ด้านกฎหมาย และตอนนี้อยู่ในพรรคอนาคตใหม่ ที่มีหัวเอียงซ้าย กล่าวว่า เขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วงของศาลแล้ว และยืนยันว่า “การตัดสินใจของ Khanakorn ไม่ใช่เป็นความเครียดส่วนตัว และเป็นการแทรกแซงของระบบยุติธรรม”
เขายังกล่าวเพิ่มอีกว่า เขาจะนำเรื่องศาลให้ออกสู่สาธารณะ และย้ำว่า “คืนคำพิพากษาสู่ศาล และคืนความยุติธรรมให้ประชาชน”
แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก
The Associated Press. Thai Judge attempts Suicide in Protest Over In terferecnce.
ภาพ.. หญิงมีผ้าปิด.. ตา.. ถือตาชั่งในมือ.. เป็นภาพสัญญลักษณ์ของความยุติธรรม.. ในศาลที่ยุโรป… ตาชั่งที่แขวนหรือหาก.. ถืออยู่ในมือ .. หาจังหวะนิ่ง.. ทั้งเที่ยงตรง.. คงได้ยาก..แถมเอาผ้าไปปิดตาเอาไว้อีก…..