สัญญะของลูกพีช และ พิซซ่า ใน Parasite

#บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญภาพยนตร์

ใน Parasite ของบอง จุนโฮ หากคุณสังเกตดี ๆ จะพบว่าในหนังมีการใช้บางสิ่งบางอย่างที่มาจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเสียดสีสังคมเกาหลีได้อย่างเจ็บแสบ นั่นคือลูกพีชและซอสพิซซ่า

หนังเปิดเรื่องมาทำให้เห็นว่าครอบครัวของ "ชนชั้นล่าง" ทำงานแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ใช้งานฝ่ายฝีมือนักคือการพับกล่องพิซซ่า และครอบครัวนี้ก็ทำอย่างไม่เรียบร้อยจนร้านพิซซ่าต้องหักค่าแรงถึง 10% จุดนี้แสดงให้เห็นว่า เกาหลีใต้นับตั้งแต่แบ่งแยกประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 เกาหลีเหนือตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหภาพโซเวียต และเกาหลีใต้ตกภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของเกาหลีใต้ทั้งหมดนั้นจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น เกาหลีผลิตสินค้าเพื่อส่งออกหรือป้อนตลาดให้กับอเมริกาเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณภาพของสินค้าและบริการจึงถูกกำหนดด้วยอเมริกา หรือแม้แต่วิถีชีวิตทั้งหมดของชาวเกาหลีใต้ก็ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากอเมริกาภายใต้ระบบเสรีนิยมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าอิทธิพล วฒนธรรมของอเมริกันได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเกาหลีใต้ไปอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนแปลง ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาวเกาหลีแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ดังนั้นผู้คนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จึงเกิดอาการ culture Shock อย่างรุนแรง

สิ่งที่จะแทนค่าความเป็นวัฒนธรรมหรือสังคมตะวันตกได้ดีก็คือ "ลูกพีช" และ "พิซซ่า" นั้นเอง

ลูกพืชเป็นพืชผลที่แม้ว่าจะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน เป็นผลไม้ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา เปอร์เซียร์และเอเชีย การใช้ลูกพีชในหนังของบอง จุนโฮ กับแม่บ้านวันกลางคน (ตอนปลาย)ที่มีความเป็นเกาหลีแบบสุด ๆ นั้น อาจสะท้อนให้เห็นภาพประวัติศาสตร์ที่เกาหลีตกอยู่ภายใต้อำนาจการปดครองของจีนมาอย่างยาวนาน และเมื่อหลุดออกจากอิทธิพลของจีน ก็เหมือนกับว่าไม่สามารถยืนด้วยตนเองได้ทำนองนั้น หรือสะท้อนภาพวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปที่วัฒนธรรมตกเข้ามาแทนที่วิถีชีวิตดั่ง้ดิมของคนเกาหลี และต่อมาก็ยังมาตกอยู่ภายใต้ของชาวตะวันตกอีก ทั้งในด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อในศาสนาคริสต์ด้วย เมื่อหลุดพ้นอำนาจจากญี่ปุ่นภายหลังงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีก็ถูกแบ่งอยดประเทศที่เส้นขนานที่ 38 องศา สหภาพโซเวียตดูแลด้านการปลดอาวุธและกำลังทหารของญี่ปุ่นทางด้านเหนือ และเมริกาดูแลทางด้านใต้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกาหลีใต้ก็ตกอยู่ภายใต้การชักจูงชี้นำของสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านสังคมเศรษฐกิจและการเมือง ผู้คนเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม แต่เป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ ที่นิยมความเป็นตะวันตก ความเป็นตะวันตกนี่เองจึงสะท้อนอยู่ในภาพของพิซซ่า ภายในหนังสะท้อนให้เห็นว่า ครอบครัวของ "ชนชั้นล่าง" นั้นเริ่มแรกของเรื่องทำงานพับกล่องพิซซ่าขาย เมื่อกล่องพิซซ่าที่พักก็ได้มาตรฐานกดราคานั้นเอง

บอง จุนโฮ นำทั้งสองสิ่งมาใช้ในภาพยนตร์ได้อย่างแยบยลและเฉียบขาด กล่าวคือ พี่สาวคนโตของ "ชนชั้นล่าง" รู้ว่าแม่บ้านของตระกูลปาร์ค "ชนชั้นสูง" แพ้ลูกพีชอย่างรุนแรง หากเพียงสัมผัสหรือได้รับผงของลูกพีชก็ทำให้เกิดการแพ้ไอจามได้ ครอบครัวชนชั้นล่างจึงนำสิ่งนี้มาเล่นงานแม่บ้าน อันเป็นภาพแทนของคนรุ่นเก่าที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเกาหลี โดยหลอกตระกูลปาร์คว่าแม่บ้านเป็นวัณโรค โรคที่หลายคนเชื่อว่าหายไปนานแล้วจากประเทศเพราะวิวัฒนาการของการผลิตยาก้าวหน้ามากไปแล้ว วัณโรคก็เปรียบเสมือนกับสังคมดั้งเดิมของชาวเกาหลีนั่นเอง จึงหาทางไล่แม่บ้านคนนี้ออกจากบ้านได้

ทั้งยังตอกย้ำถึงภาพวัฒนธรรมอเมริกันที่เข้าโจมตีสังคมเกาหลีคือ เมื่อแม่บ้านคนนี้ไอจามอย่างรุนแรง เนื่องจากแพ้ลูกพีช พ่อบ้านของ "ชนชั้นล่าง" ได้นำซอสมะเขือเทศที่กินกับพิซซ่าหยอดใส่กระดาษทิชชูที่แม่บ้านใช้เช็ดปากตอนไอจาม นี่เป็นสัญญะสำคัญของหนังที่ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมและสังคมอเมริกันได้เข้ามาทำลายวัฒนธรรมสังคมและวิถีชีวิตของชาวเกาหลีไปแล้วนั่นเอง

Parasite คือภาพยนตร์ที่สอดแทรกสัญญะเอาไว้อย่างมากมาย ซึ่งหากใครดูลึกถึงระดับนี้แล้วรับรองว่าจะสนุกเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว

วาทิน ศานติ์ สันติ

เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook Fanpage สถานีหนัง Movie Station

#MovieStation #สถานีหนัง

#บทวิเคราะห์ #สัญลักษณ์ในภาพยนตร์

#สัญลักษณ์ในParaste

#Parasite #ชนชั้นปรสิต