หลังจากที่สอบข้อเขียนเพื่อเข้าไปทำงานใน สปสช.สาขาพิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 พ.ย.48 ที่ผ่านมา ข้อสอบประกอบด้วย section ที่ 1 ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปในการใช้ Computer เป็นปรนัย 60 ข้อ Section ที่ 2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันสุขภาพ เป็นปรนัย 50 ข้อ และ Section ที่ 3 เป็นการทดสอบความรู้เฉพาะของตำแหน่งที่สมัคร เป็นอัตนัย 3 ข้อ หลังจากเข้าห้องสอบทำข้อสอบใน Section แรก ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปในการใช้ Computer ผมเห็นข้อสอบแล้วต้อง shock เลยก็ว่าได้ โอพระเจ้าจ๊อด มันเป็นข้อสอบ User จริงๆ ก็คิดดูละกันครับข้อสอบแบ่งเป็น 3 part  part ละ 20 ข้อ MS Word 20 ข้อ , MS Excel 20 ข้อ , MS Powerpoit 20 ข้อ เป็นข้อสอบเกี่ยวข้องกับการใช้งานโดยตรงเลยครับ ผมตกม้าตายเลยเพราะใช้งานทุกวันนี้ไม่เคยจำเลยว่าคำสั่งไหนอยู่ตรงไหนอะไรบ้าง ก็พอจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำข้อสอบไปก็ขำตัวเองไป โอยจะบ้าตาย ถ้าข้อสอบถามอะไรที่ยากกว่านี้หน่อยจะไม่ว่าอะไรเลยให้ตายซิ หลังสอบ Section แรกเสร็จผู้เข้าสอบทั้งหมดต่างก็เซ็งไปตามๆ กัน (ตกม้าตายกันทุกคน) จากนั้นก็ทำข้อสอบใน Section ที่สองต่อ ใน Section นี้ผมค่อนข้างจะมั่นใจมากเพราะว่ามันเป็นข้อคำถามที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราทำอยู่ทุกวัน (งานประกันสุขภาพ) จากนั้นก็ทำข้อสอบต่อใน Section ที่สาม ซึ่ง Section นี้จะเป็นข้อสอบอัตนัย (ข้อเขียน) 3 ข้อ เกี่ยวกับงานสารสนเทศ ซึ่งมี 3 part ดังนี้ ข้อแรกถามว่า องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง ให้อธิบายมาพอสังเขป ข้อนี้ผมทำได้ค่อนข้างมากหน่อย ข้อสองถามว่าระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System : MIS) ประกอบด้วยกี่ระดับ และมีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ข้อนี้ผมต้องบอกว่าผมทำได้น้อย-ปานกลาง เพราะจริงแล้วคำตอบก็คือมี 3 ระดับ คือ ระดับต้น , ระดับกลาง และระดับสูง ผมตอบแค่ 2 ระดับ แต่ก็อธิบายความเหมือนและความแตกต่างพอได้ครับ ก็เลยต้องบอกว่าทำได้บ้างแต่ไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าที่ควร และข้อสามเค้าถามเกี่ยวกับ Vision ของเราว่าถ้าเราได้รับคัดเลือกให้เข้าทำงานใน สปสช.สาขา เราจะพัฒนาระบบสารสนเทศในสำนักงานสาขาอย่างไรบ้าง อันนี้ก็ตอบตามความคิด/วิสัยทัศน์ของเรา ผมก็อธิบายตามความคิดของผมละครับว่าจะทำอะไรบ้างอย่างไร ใจอยากจะคุยด้วยซ้ำว่าจะนำเทคโนโลยี Opensource เข้ามาใช้งานในองค์กรแต่ก็ต้องหยุดความคิดไว้ก่อนเอาไว้ให้ได้รับการคัดเลือกก่อนแล้วค่อยว่ากันกับเทคโนโลยี Opensource เพื่อจะได้ช่วยชาติประหยัดงบประมาณในการจัดหา Soft Ware มาใช้งานในองค์กรของเรา อะไรที่เราทำได้พัฒนาได้ด้วย Opensource ก็ต้องช่วยกันพัฒนาขึ้นมาใช้งานครับ ไม่ต้องง้อพวก Licience ทั้งหลายให้เปลืองเงินงบประมาณประเทศชาติ ก็รอดูผลสอบต่อไปครับว่าเป็นอย่างในเดือน มค.49 ครับ ลึกๆ แล้วก็ 50 : 50 ครับ ตามเชียร์ตามลุ้นกันต่อครับ