จากงานวิจัยพระพุทธรูปที่ปรากฎในคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ตอน.พระเจ้าค่าคิง
โดยอาจารย์สุภัชชา.พันเลิศพาณิชย์

ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม


พระรัตนปัญญาเถระผู้รจนาไม่ได้กล่าวถึงชื่อพระเจ้าค่าคิงในชินกาลมาลีปกรณ์ไว้ โดยกล่าวไว้แต่เพียงว่า
“ในปีมะเมีย จุลศักราช ๘๗๒ (พ.ศ. ๒๐๕๔) วันมหาปวารณา (กลางเดือน ๑๑) พระราชากับพระชนนีได้นำทองคำเลียงหกหมื่น เพื่อหล่อพระพุทธปฏิมาทรงชั่งด้วยตราชูหลวงท่ามกลางสงฆ์ ๓ คณะ (ไทย, รามัน,ลังกา) เมื่อพิจารณาจ้างให้มีขนาดเท่าร่างของพระองค์ ครั้นถึงวันศุกร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๒ พ้นเที่ยงคืนไปแล้ว พระจันทร์เสวยวิสาขนักฤกษ์ ฝนแล้งโปรดให้เอาทองคำเลียง(ทองไล่หรือทองบริสุทธิ์)นั้นสร้างเป็นพระพุทธปฏิมาขึ้นองค์หนึ่งจริงอยู่พระพุทธปฏิมาที่สร้างด้วยทองคำแผ่นใหญ่องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปนั่ง ส่วนสูงมีขนาดเท่าพระ
มหากษัตริย์ทรงยืนและทองคำนั้น โปรดให้แผ่เป็นแผ่นทึบแล้วจึงเอาไปบุไม่ใช่หล่อเป็นแท่งทั้งองค์” 
และผู้แปลได้อธิบายเพิ่มเติมในเชิงอรรถไว้ว่า”พระพุทธรูปองค์นี้ ประดิษฐานอยู่หน้า พระประธานในวิหารวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่
เอกสารของวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ได้กล่าวถึง พระเจ้าค่าคิงไว้ว่า พระเจ้ากือนา ทรงโปรดให้สร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ พระเจ้าค่าคิงเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีขนาดเท่าพระวรกายของพระเจ้ากือนา โดยมีหน้าตักกว้าง ๒ เมตร สูง ๒.๕ เมตร ตามตำนานล้านนากล่าวว่า สร้างขึ้นโดยพระบัญชาของพระราชมารดาของพระเจ้ากือนา เมื่อครั้งที่พระเจ้ากือนา ทรงพระประชวรหนักและ ก็เป็นที่มาของพระนามของพระพุทธรูป“พระเจ้าค่าคิง”ประดิษฐานด้านหน้าพระประธานในพระวิหารหลวง

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า
ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, สถานที่ในร่ม