แหลมกู๊ดโฮป ( Cape of Good Hope ) แหลมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายฝันของการเดินทางในครั้งนี้

แหลมกู๊ดโฮปอยู่ห่างจากเคปทาวน์ประมาณ 60 กิโลเมตร อยู่ในเขตสงวน Cape of Good Hope Natue Reserve แหลมนี้ไม่ใช่ส่วนใต้สุดของทวีปแอฟริกา แต่มีชื่อเสียงมากกว่าแหลม Cape Agulhas ซึ่งอยู่ทางใต้สุด และอยู่ห่างออกไป 150 กิโลเมตร

Cape Point เป็นจุดชมทัศนียภาพอันงดงามของแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งอยู่บนเขาสูงขึ้นไป การเดินขึ้นไปที่Cape Point เป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง สามารถเดินขึ้นไปตามทางลัดเลาะไปตามไหล่เขา ยิ่งเดินสูงขึ้นไปก็จะยิ่งได้เห็นทัศนียภาพของแหลมกู๊ดโฮปในมุมกว้างและมองเห็นคลื่นลมที่ถาโถมเข้ามาทำให้เกิดภาพที่สวยงาม ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ ก็ถึงจุดชมวิวCape Point ซึ่งด้านบนสุดจะมีประภาคาร มุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ร้านอาหารวิวอลังการ ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและห้องสุขา

ถ้าไม่อยากออกกำลังกายเดินขึ้นไปสามารถนั่งรถขึ้นไปที่จุดจอดรถ จะมีรถตู้บริการรับ-ส่งไปยัง Cape point ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น แต่ต้องยืนรอคิวนานสักหน่อย

อากาศบริเวณแหลมกู๊ดโฮปจะแปรปรวน ในทะเลมีหมอกจัดเพราะกระแสน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เท่ากันมาปะทะกัน จึงยากแก่การเดินเรือในสมัยโบราณ ทำให้เกิดตำนานเรื่องเล่าของเหล่ากะลาสีนักเดินเรือที่กล่าวขานกันมาเป็นเวลานาน เกี่ยวกับการหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยกระแสคลื่นลมอันโหดร้าย ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลาทำให้มีการกล่าวถึงการก้าวผ่านอาณาเขตนี้ไปได้ด้วยความหวังและความศรัทธา อันเป็นที่มาของชื่อ Cape of Good Hope

อย่างไรก็ตามผู้คนจำนวนมากก็ยังมีความเชื่อในเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตช์แมน ( Flying Dutchman ) เรือที่พยามจะอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปแต่ทำไม่สำเร็จ และสูญหายไปเป็นเวลานานหลายศตวรรษ แต่ยังมีคนเห็นเรือปีศาจลอยลำหาทางไปในทะเลหมอกหนาทึบจนทุกวันนี้