เราไปหาซื้อของสด ได้จาก ตลาดสด ในระยะเวลาประมาณ ๑ ปี ผู้เขียน จงใจ สื่อสาร ข้อมูลบางอย่างที่ตลาดสด เพื่อสำรวจ พฤติกรรมผู้บริโภค และเฝ้า สังเกต การปรับตัว ในสภาวะเศรษฐกิจจนมุม นับว่า น่าพึงพอใจ มิใช่น้อย
ผู้เขียน เริ่มต้นขาย ยอดผักสด ดอกไม้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องขายวันพระ แรกๆ ก็เป็นที่สับสนในตลาด เพียงผู้เขียน จัดดอกไม้ให้สวยงามแปลกตา ดอกไม้นำไปทำอาหารได้ ก็สามารถขาย ผู้มีความต้องการใส่บาตรพระบิณฑบาต หรือ นำไปบูชาพระที่บ้าน หรือทำอาหาร หรือซื้อด้วยความพึงพอใจ แม้จะเป็นเด็กน้อย ก็มีสิทธิ จะพึงพอใจ สินค้าของผู้เขียน เพื่อการเรียนรู้ของเขา (เชื่อว่าเขามีทักษะการบริหารฉายแววตั้งแต่เล็ก)
เมื่อผลไม้ในสวนออกผล ผู้เขียน ก็ขายผลไม้ด้วย จนเป็น ที่รู้กัน ในตลาดว่า ร้านนี้แปลกๆ แม่ค้าประจำในตลาด อาจต้องเดินออกมาชม เพื่อดูว่า วันนี้ มีอะไรแปลก เป็นข้อมูลการปรับปรุงร้านค้า ในภาวะไม่แน่นอนนี้
ไม่นานมานี้ ผู้เขียน ปล่อยธีม เพื่อสุขภาพ ด้วย วัตุถุดิบพื้นฐานจากธรรมชาติ คือ ดอกเกลือ และ น้ำตาลมะพร้าวแท้ ทำให้เกิด หัวข้อสนทนา แลกเปลี่ยน เรียนรู้มากมายในกลุ่ม ลูกค้า พ่อค้าแม่ขาย อันยังประโยชน์ ต่อตัวพวกเขาเอง มีการบรรยายความรู้เชิงคุณภาพ ที่มาของสินค้า และมีป้ายหนังสือชัดเจน เพื่อยกระดับตลาด ได้รับความสนใจจากลุกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ และให้ข้อมูลว่า ควรมีแบบนี้ สรุปว่า ลูกค้าพึงพอใจ
นิทรรศการเชิงวิชาการ แนวเศรษฐกิจ อยู่-เหลือ เกิดขึ้นที่ตลาดสดแห่งนี้ แล้วแต่ผู้เขียนปรากฏตัว พร้อมอุปกรณ์ อาจ เป็น สัปดาห์ละครั้ง หรือ ๒ ครั้ง กลายเป็น ฝึกการเรียนรู้ ของชุมชนตลาดอย่างใกล้ชิด ดูพวกเขา ไม่กังวล แบบยึดติด ระบบทุนนิยมเดิมอีกแล้ว พร้อมที่จะนำของสวน ของธรรมชาติ วางขายอย่างหลากหลาย หรือ ขายแบบไม่ซ้ำสินค้า กระทั่ง เกิดการแลกเปลี่ยน หรือ ช่วยซื้อกัน เพราะทุกบ้าน พ่อค้าแม่ค้าก็ต้อง ดำรงชีวิต
คุณธรรม จริยธรรม ในการประกอบการค้า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากไม่มี อาจเป็นอุปสรรค ในภาวะแบบนี้
ผู้เขียนพลอยรู้สึกยินดี ไปกับตลาดสดแห่งนี้ แม้ในชีวิตจริง ของชาวบ้านเมืองเรา เริ่มห่างไกล กับ การศึกษาระดับสูงในบ้านเมือง เพราะไม่สามารถเชื่อมโยงประโยชน์ถึงกันได้ ผู้เขียนได้รับผลจากการพิสูจน์ว่า ระดับคนธรรมดาพัฒนาได้ง่ายมาก เพียงพวกเขาขาดโอกาส ที่คนมีความรู้ จะถ่ายทอดให้เกิดการพัฒนา ดังนั้นปัญหา จึงย้อนมุมกลับ รุมเร้าที่ระบบการปกครอง หรือการบริหาร